เทคโนโลยี

AI วิเคราะห์แผนจัดวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงาน

Published 11 มี.ค. 2019

By หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

Supermarket-AI-tech-toys-Rabbit-Today-banner

เคยเล่าให้ฟังกันไปแล้วเกี่ยวกับซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงาน ซึ่งพนักงานตำแหน่งแรกที่จะหายไปก็คือแคชเชียร์ หรือพนักงานเก็บเงินนั่นเอง 

แต่พัฒนาการของซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงานไม่ใช่จะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ด้วยการเชื่อมต่อระบบของการจับภาพใบหน้า และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในจุดต่างๆ ของร้าน หากทำงานร่วมกับระบบ AI มันจะกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางการตลาดที่ยากจะหาใครเทียบได้

ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าตรงประตูทางเข้า

แน่นอนว่าซูเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบนี้จะต้องมีความปลอดภัยเรื่องของทางเข้าออกที่ค่อนข้างรัดกุม ดังนั้น การเปิดและปิดประตูทางเข้าออกจะต้องเป็นลูกค้าที่เคยทำการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนแล้วทั้งสิ้น และส่วนใหญ่จะใช้การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าเป็นหลัก ทำให้ตลอดเวลาที่คุณอยู่ในร้าน AI ก็จะรู้จักว่าคุณเป็นใคร อายุเท่าไร เดินอยู่ในร้านนานแค่ไหนแล้ว ชอบเดินไปดูสินค้าประเภทไหน หยุดดูสินค้าตัวไหนเป็นเวลานาน เรื่อยไปจนถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน มันก็จะมีการบันทึกเอาไว้ว่าคุณซื้ออะไรไปบ้าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาซื้อของคุณในครั้งหน้า

ลับมาอีกครั้งพร้อมโปรโมชั่นโดนๆ

เมื่อคุณกลับมาใช้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ซ้ำอีกครั้ง มันจะสร้างความประหลาดใจให้กับคุณตั้งแต่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนของคุณตรงประตูทางเข้า เพราะมันจะแสดงรายการสินค้าที่คุณซื้ออยู่บ่อยๆ ว่าสินค้าตัวไหนที่คุณซื้อกำลังมีการจัดโปรโมชั่นส่วนลด เท่านั้นยังไม่พอยังทำการนำเสนอสินค้าที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับที่คุณเคยใช้ขึ้นมานำเสนอด้วย แน่นอนคุณจะไม่พลาดทุกรายการ 1 แถม 1 อีกต่อไป สินค้าราคาพิเศษที่เกี่ยวข้องกับคุณก็จะถูกแสดงขึ้นมา

AI วิเคราะห์แผนจัดวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงาน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

AI ช่วยในการจัดผังแสดงสินค้า

ไม่เพียงแต่เราที่เป็นคนซื้อของเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ หากยังจำกันได้ว่า AI ได้ทำการบันทึกพฤติกรรมต่างๆ ของลูกค้าทุกคนที่เข้ามาในร้านเอาไว้ทั้งหมด จึงไม่ใช่เรื่องยากที่มันจะให้คำแนะนำกับเจ้าของร้านได้ว่า สินค้าตัวไหนควรจะจัดวางเอาไว้ตรงไหน และซอกมุมไหนของร้านที่ไม่ค่อยมีใครเดินเข้าไปเลย เจ้าของร้านก็สามารถเลือกที่จะจัด Flow ของร้านใหม่ เพื่อให้คนได้เลือกซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น หรือเพิ่มขนาดของชั้นวางสินค้าขายดีให้ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งข้อมูลเชิงสถิติที่ได้จากระบบ AI มีความแม่นยำสูง เพราะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลในทุกมิติ ทำให้การจัดร้านมีการปรับปรุงพัฒนาตามพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

มีระบบแจ้งเตือนสินค้าซื้อประจำที่อาจถูกลืม

เมื่อระบบสามารถทำความรู้จักลูกค้าแต่ละรายได้มากขนาดนี้ มีการกระตุ้นก่อนการซื้อให้แล้ว มีหรือที่การกระตุ้นก่อนจ่ายเงินจะไม่เกิดขึ้น เพราะทันทีที่คุณนำสินค้าไปวางเอาไว้ที่จุดชำระเงินเพื่อทำการคำนวณราคาสินค้าที่ต้องการซื้อแล้ว ระบบก็จะทำการแสดงรายการสินค้าที่คุณซื้อเป็นประจำแต่ไม่มีการซื้อในรอบนี้ขึ้นมาให้ด้วย เพื่อเป็นการเตือนความจำของคุณว่า ลืมซื้อสินค้าพวกนี้ไปหรือเปล่า หากลูกค้าลืมจริงๆ ก็ถือว่าเป็นระบบช่วยเตือนที่ทำให้ทั้งคนซื้อและคนขายต่างก็มีความสุขด้วยกันทั้งคู่

ซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงานในขั้นต่อไปอาจจะมีพนักงานตำแหน่งอื่นน้อยลงไปอีก แต่ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนว่ามีพนักงานที่รู้ใจคอยให้บริการอย่างใกล้ชิดมากขึ้น คุณลองนึกดูสิว่าทันทีที่ประตูร้านเปิดออก จะมีเสียงทักทายโดยเรียกชื่อของคุณได้อย่างถูกต้อง แทนที่จะเป็นเสียงลอยมาตามลมว่า “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ” แล้วก็มีประโยคปิดท้ายการขายว่า “รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มไหมคะ” 

ผมว่า AI จะสรรหาประโยคทักทายที่สร้างสรรค์และลงลึกในระดับบุคคลได้มากกว่าพนักงานที่เป็นคนแน่ๆ


AUTHOR :

หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
หนุ่ยกลายเป็นโลโก้ประจำวงการไอทีที่ควบตำแหน่งทั้งผู้ผลิตและพิธีกรรายการไอทีชื่อดัง #beartai ที่มักจะขนความสนุกสนานของโลกไอทีใหม่ๆ มาอัปเดตให้เข้าใจง่ายและไม่น่าเบื่อ! ติดตามเรื่องราวของเขาได้ในคอมลัมน์เทคโนโลยี

Advertising