เทคโนโลยี

นี่สิไอดอล!!…จีนดันรถยนต์ไฟฟ้า แก้ปัญหามลพิษ-แถมพ่วงศูนย์กลาง EV โลก

Published 1 ก.พ. 2019

By Rabbit Today

EV-china-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ถ้าจะแก้ปัญหามลพิษ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง…

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเล่นๆ ในประเทศจีน หลังจากตอนนี้จีนเตรียมผลักดันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 

โดยจะเร่งเพิ่มจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV: Electronic Vehicle Car) ให้ได้ 600,000 แห่ง ภายในปีนี้ และนั่นจะทำให้จำนวนจุดชาร์จแบตเตอรีรถยนต์ทั่วประเทศจีนเพิ่มขึ้นจนแตะ 1.4 ล้านแห่งภายในสิ้นปีนี้ 

จากคำกล่าวของ นายหวังเหมิงฮุย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองและชนบทของจีน ที่จะผลักดันโครงการแท่นชาร์จแบตเตอรีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าควรจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเขตเมือง โดยจะร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง จึงเหมือนเป็นคำการันตีอย่างหนึ่ง

เหตุผลหนึ่งที่จีนกล้าและพร้อมทำ เพราะเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศได้แบบระยะยาว 

แต่อีกนัยยะหนึ่ง คือ จีนกำลังวางตัวเองเป็นฐานการผลิตของโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่

ข้อมูลจาก China Xinhua News เปิดเผยว่า ประเทศจีนเป็นตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 61.7%

  • จีนมีรถ EV วิ่งอยู่บนถนน 402,000 คัน
  • ปี 2030 รัฐบาลจีนต้องการ 5 ล้านคันบนท้องถนน
  • จีนมีสถานชาร์จไฟมากที่สุดในโลกถึง 171,000 สถานที่

แต่เดิมจีนถูกมองว่าเป็นประเทศที่ผลิตอะไรออกมา ก็ไม่มีใครกล้าใช้ 

แต่ตอนนี้ภาพกลับกันโดยสิ้นเชิง เพราะอย่างที่ทราบว่าจีนสูบเทคโนโลยีในโลกมารวมอยู่ในประเทศเกือบหมด ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ความได้เปรียบหลายประการ

หลายค่ายรถยนต์ระดับโลกตอนนี้เลือกให้ประเทศจีนเป็นฐานการผลิตรถ EV 

  • Ford เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ประกาศร่วมทุนกับค่ายรถของจีนอย่าง Anhui Zotye Automobile
  • Tesla กำลังเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อเปิดโรงงานผลิตรถไฟฟ้าที่เซี่ยงไฮ้
  • Daimler AG กำลังเจรจากับ BAIC Motor Corporation ลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน 

เหตุผลที่ประเทศจีนกำลังจะกลายเป็นดินแดนปั๊มรถไฟฟ้าขายไปทั่วโลก เพราะตอนนี้มีรถไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนมากที่สุดในโลก เนื่องจากคนจีนนิยมใช้ ไม่ได้ติดภาพลักษณ์ของรถหรูหรา เน้นใช้งานได้ และคนในประเทศมีความเข้าใจในเรื่องมลพิษระยะยาว

นอกจากนี้ รัฐบาลจีน ก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ด้วยนโยบายที่ช่วยทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิต เป้าหมายก็เพื่อลดภาวะมลพิษที่เกิดขึ้นในประเทศ 

ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนมีราคาขายถูกกว่าแบรนด์ต่างชาติ เหตุผลเพราะจำนวนการผลิตที่มากขึ้น เพื่อตอบสนองคนจีนที่เริ่มหันมาขับรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อคันต่ำลง

แต่ที่ทำได้ ก็ต้องยกให้รัฐบาลจีน ที่ใส่เงินไปให้ผู้ผลิตหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตทำให้ราคาขายถูกจนทำให้คนอยากใช้ โดยรถยนต์รุ่นที่ขายดีอย่าง Chery EQ มีราคาขาย 60,000 หยวน หรือประมาณ 3 แสนบาท ซึ่งเป็นรถที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเช่นกัน

คงพอเดากันออกว่าค่ายรถใหญ่ๆ ที่เริ่มมาปักหมุด หรือ Joint Venture กับผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เขามองอะไรออก…

แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องเกิดจากความจริงจังของภาครัฐและความพร้อมใจของภาคเอกชน ซึ่งอยากให้เป็นไอดอลให้พี่ไทยเสียเหลือเกิน…



Advertising