เทคโนโลยี

Emerald-ตาทิพย์ทะลุกำแพง

Published 6 มี.ค. 2019

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

Emerald-tech-toys-Rabbit-Today-banner-1

“...พึงวางจิตไว้ในคำบัญญัติ ด้วยอำนาจธาตุไฟ...พร้อมกับสีอันเป็นที่อาศัยเท่านั้นในบรรดาชื่อของไฟทั้งหลาย เช่น ปาวโก, กณฺหวตฺตนิ, ชาตเวโท, หุตาสโน เป็นต้น พึงภาวนาด้วยสามารถชื่อที่ปรากฏรู้กันเป็นส่วนมากเท่านั้นว่า เตโช-เตโช หรือ ไฟ-ไฟ ดังนี้เรื่อยๆ ไป...” 

ส่วนหนึ่งของคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวถึงเตโชกสิณไว้ ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติมีอภิญญาฤทธิ์ลักษณะหนึ่งคือ ทิพยจักษุ 

แต่ขณะที่นักวิจัยของ MIT ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ดิน่า คาตาบี้ กำลังทำโครงงานติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือโดยการตรวจจับจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาอยู่นั้น ศาสตราจารย์คาตาบี้ก็เกิดแนวคิดใหม่ว่า เราไม่จำเป็นต้องอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่โทรศัพท์มือถือแผ่ออกมา แต่ร่างกายมนุษย์นั่นเองต่างหากที่สะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่แล้ว ดังนั้น หากเราตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะร่างกายมนุษย์ เราก็น่าจะ ‘มองเห็น’ ได้

เพราะโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารอบตัวเราจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไวไฟ วิทยุ ฯลฯ ขณะที่ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ ดังนั้น ร่างกายมนุษย์จะสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่เสมอและทำให้รูปแบบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไปเมื่อร่างกายมนุษย์เคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย

ความเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่ว่านั้นไม่ใช่แค่นั่ง นอน เดิน ยกมือ ยกขา ฯลฯ แต่ยังรวมถึงแม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจหรือลมหายใจเข้าออกอีกด้วย

หลังจากเวลาผ่านไป คณะนักวิจัยของ MIT ก็พัฒนา Emerald โดยอาศัยหลักการดังกล่าว และปัจจุบันเริ่มถูกนำไปใช้ในทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคซึมเศร้า โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ ฯลฯ

Emerald ทำงานโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Sensor แม้แต่ชิ้นเดียวกับตัวผู้ป่วย และไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ๆ ผู้ป่วยอีกด้วย แต่สามารถติดตามตรวจจับผู้ป่วยจากอีกห้องทะลุผ่านกำแพงได้ แพทย์จึงสามารถรู้ลักษณะการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันขณะอยู่ที่บ้าน รู้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตในบ้านของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ รู้ลักษณะอาการของโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ ฯลฯ พร้อมด้วยการวิเคราะห์อาการเบื้องต้นจาก AI-Machine Learning ของ Emerald และยัง Alert หากผู้ป่วยล้มหรือมีท่าทางผิดปกติ หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหายใจผิดปกติอีกด้วย

ในอนาคตอันใกล้ Emerald อาจจะถูกพัฒนาโดยเพิ่ม Augmented reality ที่ไม่ต้องติดตั้ง Sensor สักตัว แต่ยังสามารถ ‘สร้างภาพ’ จน ‘มองเห็น’ ได้เสมือนจริงผ่านกำแพง เท่ากับว่า เมื่อนั้น Emerald ก็อาจจะมีสภาพเสมือนเป็นทิพยจักษุนั่นเอง

Emerald จึงเป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการแพทย์ และกำลังถูกพัฒนาต่อยอดไปในด้านต่างๆ อีกมากมาย

แต่สิ่งที่น่าห่วงก็คือ Emerald ใช้พลังงานน้อยมากเพียงแค่ 1 ใน 100 ของ WiFi Router หรือ 1 ใน 1,000 ของโทรศัพท์มือถือและยังมีขนาดเล็ก ทำให้เทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปใช้ทางการทหารในอนาคต เช่น หน่วยจู่โจมสามารถตรวจจับตำแหน่งข้าศึกที่ซ่อนอยู่ในอาคารได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แล้วหลังจากนั้นจึงเข้าทำลายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะทำให้รูปแบบของสงครามเปลี่ยนแปลงไป หรือ Emerald อาจถูกนำไปใช้ในงานด้านจารกรรม ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว ฯลฯ ก็เป็นได้

Emerald จึงเป็นอาจเป็นก้าวแรกที่จะนำเราไปสู่โลกอนาคตอันน่าอภิรมย์และน่าสะพรึงกลัวด้วยในเวลาเดียวกัน


AUTHOR :

นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
อดีตผู้บริหารบริษัท IT & Telecom ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ปัจจุบันคือผู้เรียนรู้เทคโนโลยีจากประสบการณ์ทำงานกว่า 30 ปี ติดตามอ่านเรื่องของเขาเป็นประจำ ทุกวันพฤหัสบดีในคอลัมน์เทคโนโลยี

Advertising