กินดื่ม

เมนูไทย แรงบันดาลใจจากยุค ร.5

Published 4 ก.ย. 2019

By ช้อนโต๊ะ

Damn-Licious-Cafe-and-Bistro-banner

ร้านอาหารเด็ดในย่านดอนเมืองก็มีเยอะอยู่ แต่ถ้าใครไม่ได้มาร้าน แดมน์ ลิเชียส คาเฟ่ แอนด์ บิสโตร แห่งนี้ถือว่าพลาดแรง เพราะในร้านสไตล์โมเดิร์นผสมวินเทจเก๋ๆ นี้ มีเชฟที่เป็นคนรุ่นใหม่ ตั้งใจรังสรรค์เมนูที่มีคาแร็กเตอร์เด็ดๆ มาเซอร์ไพรส์ลูกค้าแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน ที่นี่ใช้วัตถุดิบตัวท็อปซึ่งมีตราการันตีคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ปรุงออกมาเป็นเมนูอร่อย หน้าตาดี มีสตอรี่สุดประทับใจ ในราคาโค-ตรคุ้ม 

จุดเด่น: เป็นคาเฟ่อันเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง มีมุมถ่ายรูปเยอะ เหมาะกับคนที่ต้องการความชิลล์ พร้อมกาแฟหอมๆ เครื่องดื่มแก้วที่ใช่ พร้อมเมนูอาหารที่มีคอนเซ็ปต์และคาแร็กเตอร์ประจำเดือนที่น่าสนใจ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเซอร์ไพรส์ลูกค้า มาที่นี่จะนั่งชิลล์กับกาแฟและเค้กสักชิ้น อ่านหนังสือสักเล่ม จับกลุ่มนั่งเมาธ์มอย หรือหอบคอมฯ มานั่งเคลียร์งานก็เวิร์กมากๆ แถมมีมุมให้ช้อปของกุ๊กกิ๊กติดมือกลับบ้านด้วยนะ

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

เมนูแนะนำ: ตลอดเดือนกันยายนนี้ ควรลิ้มลองเซตเมนูอาหารไทย ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสมัยรัชกาลที่ 5 เชฟตั้งใจศึกษาจากประวัติศาสตร์ของชาติในช่วงเวลานั้น ดึงคาแร็กเตอร์ของเรื่องราวนั้นๆ ออกมาเป็น 7 จานสุดเว่อร์วังอลังการ ที่บอกเลยว่า ทั้งกินอร่อยและสนุกกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ และทักษะในการทำอาหารชั้นเลิศ รวมอยู่บนจาน เชื่อเลยว่าบางเมนูอาจเคยได้ยินแต่ชื่อ พุ่งมาร้านนี้ ได้ลิ้มลองของจริงแน่นอน (2,800 บาท/ เซต) กินคนเดียวอิ่มพอดีๆ หรือมีคนรักมานั่งแชร์กันก็โอเคเลย ในเซตมีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

1. แอพพิไทเซอร์

เมนูเรียกน้ำย่อย เขาตั้งใจจะใช้มะยงชิด แต่หน้านี้มะยงชิดไม่มี เขาก็เปลี่ยนเป็นกีวีสีทอง ซึ่งให้ความสดชื่น เปรี้ยวหวาน มีไส้ที่ให้ความเผ็ดของพริกไทยปลายๆ ลิ้น มีกลิ่นหอมของใบมะกรูดชื่นจมูก ให้รสชาติที่มีมากกว่าไส้สาคูปกติ ปรุงใหม่ เพิ่มเติมบางส่วนเข้าไป มีความดุดันขึ้นมา

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

2. อะควา

หรือจ้าวสมุทร เน้นที่ท้องทะเลเมืองไทย ในจานมีพระเอกคือกุ้งลายเสือสั่งตรงจากภูเก็ต ปูม้าเนื้อแน่นจากสุราษฎร์ธานี ไข่ปู ซอสไข่ และมีน้ำแสร้งว่ามาผสม เมื่อคลุกเคล้าและตักเข้าปากไป สองรสชาติของสองฝั่งจาน เหมือนคลื่นทะเลที่ถูกผืนทรายทอนความรุนแรง กลายเป็นความอร่อยสุดครีเอตที่ต้องลองให้ได้เลยละ 

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

3. เพเชี่ยน

จานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 ประชวร และเสวยอะไรลำบาก ห้องเครื่องจึงคิดเมนู ‘ต้มจิ๋ว’ ขึ้นมา ทางร้านได้นำเมนูนี้มาตีความและครีเอตใหม่ โดยใช้สแกลลอปไซส์ใหญ่ นำเข้าจากฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด (เป็นๆ) จากญี่ปุ่น กับซอสที่คงกลิ่นอายของต้มจิ๋ว จานนี้ตักเข้าไปจะรู้สึกสดชื่นมากๆ และเต็มปากเต็มคำกับเนื้อหอยไซส์เว่อร์วังอลังการ

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

4. ดีเพนเดนซี่

หรือยำทวาย ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูของชนเผ่าในเมืองยะไข่ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา แต่ร้านได้ปรับใช้วัตถุดิบชั้นดีจากที่ต่างๆ มาใช้ แต่ยังคงรสชาติความอร่อยของยำทวายดั้งเดิมไว้ ซอสยำทวายจะใส่ปลาแห้งลงไป ให้ความหอมและหวนคิดถึงบรรยากาศต่างจังหวัดเบาๆ พร้อมหมูสันในคุโรบุตะเนื้อนุ่ม ผักต้มกะทิ และโรยงาญี่ปุ่นคั่ว ช่วยเพิ่มความหอมเข้าไปอีก

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

5. เบสต์ ออฟ เดอะ เบสต์

เพราะมัสมั่น คืออาหารระดับโลก ร้านจึงครีเอตเครื่องแกงโดยใส่หญ้าฝรั่น (ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลกเข้าไปด้วย ราคา กก.ละ 440,000 บาท เลยนะ) เข้าไป ใช้เนื้อแกะจากฟาร์มที่คัดคุณภาพมาอย่างดี พร้อมซอสอาจาดสีเข้ม แตงกวาญี่ปุ่น ใครชอบเนื้อแกะต้องเลิฟ ใครที่ไม่ชอบเนื้อแกะต้องลอง

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

6. หม่อมหลวงเนื่อง

ได้รับแรงบันดาลใจจาก หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ผู้คิดค้นแกงรัญจวนขึ้นมา เรื่องเล่าปากต่อปากคือ ถ้าผู้หญิงบ้านไหนทำแกงรัญจวนขึ้นมาได้ จะสามารถมัดใจสามีได้อยู่หมัด แกงนี้จึงเป็นแกงแห่งความรัก ใช้เนื้อวัวจากฟาร์ม Jack’s Creek ประเทศออสเตรเลีย สุดนุ่ม ที่ถือว่าเป็นแหล่งสุดยอดเนื้อดีระดับโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน และเนื้อมัตสึซากะจากญี่ปุ่นที่ให้ความหอมมัน จานนี้พีกมากๆ กินไปสดชื่นสุดๆ

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

7. ส้มฉุน

ของหวานสมัย ร.5 ที่ได้รับความนิยมกันคือ ‘ส้มฉุน’ แต่ร้านนี้เขาทำให้ดูโมเดิร์นขึ้น หน้าตาดีมากๆ เมอแรงก์และไอติมที่ให้ความเปรี้ยวหวานละมุนลิ้น และเริ่ดที่ดอกไม้ในทุกเมนูสั่งตรงจากเชียงใหม่ และกินได้ด้วยละ   

กาแฟและเครื่องดื่ม

ที่นี่มีทั้งกาแฟเบลนด์จากเมล็ดกาแฟไทย อินโดนีเซีย และลาว กาแฟแบบซิงเกิลออริจิ้น หรือกาแฟจากแหล่งปลูกแหล่งเดียวจากเคนยา เอธิโอเปีย และกัวเตมาลา ใครชื่นชอบกาแฟดริป ควรจัด (100 บาท) และขอแนะนำเมนูดื่มสองแก้วรสชาติดีสีสวย คือ แดม พาสชั่น (105 บาท) ที่มีความเปรี้ยวสดชื่นลงตัวจากเสาวรสคั้นสด โซดา และเอสเพรสโซ่ แก้วต่อมาคือ เบอร์รี่ที (90 บาท) มีส่วนผสมของซีรัปเบอร์รี่ที่ทางร้านเคี่ยวเองทำเอง บวกกับชาอ่อนๆ รวมอยู่ในแก้วที่ให้ความเปรี้ยวนำ ใครง่วงดูดไปจะรู้สึกสดชื่นตาสว่างเลยทีเดียว

Damn Licious Cafe&Bistro,Rabbit Today

เค้ก ขนม และไอศกรีม

นี่คือพิกัดฟินของสายหวานก็ว่าได้ เพราะมีเค้กเนื้อนุ่มๆ หลากหลายชนิด เบเกอรี่โดนใจ และถ้ามาเป็นกลุ่มและชอบการแชร์หรือแบตเทิลความไวในการตัก ฮันนี่โทสต์แสนอร่อยของทางร้านตอบโจทย์ ณ จุดนี้ ปิดท้ายด้วยไอศกรีมหลากรส ทำเบลอๆ ลืมพุงไปก่อนสักวันไม่ผิดร้ายแรงน้า

ราคาต่อหัว: 160-500 บาท  

พิกัด: 179/52 นาวงประชาพัฒนา 15 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง เปิดบริการทุกวัน 08.00-21.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์) โทร. 06-1921-8989

เฟซบุ๊ก: Damn Licious Cafe&Bistro (รับบัตรเครดิต และมี Wi-fi ฟรี) ควรจองโต๊ะก่อนมา ทางร้านจะเพิ่มอาหารสไตล์อะลาคาร์ตในเดือนกันยายนนี้ด้วย  

ชวนเชฟคุย

เชฟอาคเนย์ เดชาลิขิต

“ผมเห็นคุณแม่ทำอาหารมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่เราก็ไม่ได้สนใจ เรียนจบมาทางด้านนิเทศศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ชอบ สุดท้ายเลยเปลี่ยนแนวไปเรียนเชฟที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ แล้วไปเป็นเชฟที่สิงคโปร์ เพราะคุณแม่ผมอยู่ที่นั่น แต่รู้สึกอยากอยู่ประเทศไทยมากกว่า เลยกลับมา เพื่อนๆ ผมก็ชวนมาทำร้านอาหารนี้ขึ้นมาครับ 

“ที่สำคัญคือ ผมรู้สึกว่าจริงๆ อาหารไทยก็ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นนะครับ สิ่งที่เราต้องการทำคือ คนส่วนใหญ่มักมองว่าอาหารไทยเป็นอาหารดูทั่วไป เพราะเราเป็นคนไทย แต่จริงๆ แล้ว พออาหารไทยอยู่เมืองนอกมันคนละเรื่องกันเลย เพราะราคาจะแพงมากๆ เรียกว่าอาหารไทยเราเป็นอันดับ 3 ของโลก 

“การทำร้านอาหารนี้ เหมือนเติมเต็มความฝันของคุณแม่ที่ท่านเคยอยากทำด้วย เพราะคุณแม่ชอบทำอาหารมาก ท่านตื่นตี 3 ตี 4 ไปจ่ายตลาด แล้วคนมากินอาหารของแม่เยอะมาก เห็นความเหนื่อยของแม่มากๆ ตอนเข้าเรียน เลอ กอร์ดอง เบลอ ก็มีคำถามเหมือนกันว่าอยากมาเรียนเพราะอะไร ผมก็คิดว่ามาเรียนตามความฝันของผมและคุณแม่ อีกอย่างคือ อยากทำอาหารอร่อยๆ ให้ภรรยาในอนาคตกิน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีนะครับ โสดครับ (หัวเราะ)” 

เชฟธนพัฒน์ วิเชียรศรี

“คอร์สอาหารในร้านในช่วงเดือนกันยายนจะเป็นไทยจริงๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากอาหารสมัย ร.5 แต่เสริมให้ดูโมเดิร์นขึ้น เราจะทำให้มันเปลี่ยนไปโดยที่คุณอาจไม่รู้เลยว่านี่คืออาหารไทยสมัยนั้นเลย เรื่องรสชาติเราก็เน้นแบบตามตำรับดั้งเดิมครับ แต่วัตถุดิบที่ใช้ ทางร้านจะอัปเกรด จะใช้ของดีนำเข้าจากทั่วโลก ใช้เนื้อมัตสึซากะ A5 (ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเนื้อที่แพงที่สุดในโลก) ใช้หอยและกุ้งลายเสือตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ และใช้หญ้าฝรั่น (ที่ถือว่าเป็นเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก กก. ละ 440,000 บาท) เราใช้เนื้อจากออสเตรเลีย ซึ่งก็เป็นแชมป์ในเรื่องคุณภาพ กล้าพูดได้ว่า ร้านของเราใช้วัตถุดิบไม่ต่างอะไรกับร้านมิชลินสตาร์เลย 

“เราเต็มที่กับการทำทุกเมนูมากๆ เลยอยากให้มาลองกินคอร์สนี้ของเราจริงๆ พูดได้เลยว่าคุ้มมากๆ ครับ”




Advertising