ชีวิตและการงาน

คนกรุงเทพฯ เดินทางแบบไหนกันนะ

Published 27 พ.ย. 2018

By พนิต ภู่จินดา

transport-in-Bangkok-smart-living-Rabbit-Today-banner

เมื่อกล่าวถึงปัญหารถติดในกรุงเทพฯ คนทั้งหลายมักจะชี้ต้นเหตุไปที่ว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ไม่ยอมใช้ขนส่งมวลชนเดินทางกันเลย จะไปไหนก็ขับรถไปเอง นั่งคนเดียวหรือแค่ 2 คนเท่านั้น

รถจึงติดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง แต่อีกมุมหนึ่งเราก็เห็นว่าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ แน่นขนัดในชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ตลอด ยิ่งถ้าวันไหนฝนตก น้ำท่วม รถเสีย ก็ยิ่งแน่นเข้าไปอีก

ตกลงแล้วมันอย่างไรกันแน่ รถยนต์ส่วนตัวก็ติดขัด ขนส่งมวลชนก็แน่น ก็เลยลองไปหาข้อมูลเชิงประจักษ์จากสำนักการขนส่งและจราจร กรุงเทพมหานคร พบว่าจากการสำรวจในปี 2558 การเดินทางทั้งหมดแยกเป็น รถยนต์ส่วนตัว 38.1% แท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ 18.9% รถเมล์และเรือโดยสาร 37.2% และขนส่งมวลชนทางรางเพียงแค่ 5.8% เท่านั้น

แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันคนกรุงเทพฯ ใช้ยานพาหนะแบบส่วนบุคคล คือรถยนต์ส่วนตัวรวมกับแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ถึง 57% เกินครึ่งของการเดินทางทั้งหมด และเป็นขนส่งมวลชน 43% แต่ก็เป็นระบบขนส่งมวลชนทางรางที่ใช้ทางวิ่งเฉพาะไม่ทำให้เกิดปัญหาจราจรบนถนนปกติที่รถติดมากอยู่แล้วเพียง 5.8% เท่านั้นเอง

นี่ก็แสดงให้เห็นว่าการเดินทางมากกว่า 90% ในกรุงเทพฯ ใช้พื้นผิวถนนเป็นหลัก มาผนวกกับพื้นที่ถนนที่น้อยมากอยู่แล้ว ก็ทำให้รถติดขัดอย่างหนักแน่นอน

มีคำถามต่อไปว่า แล้วถ้ารถไฟฟ้าสร้างครบ 10 สายทาง ตามแผนที่ได้วางไว้แล้ว ความฝันของคนกรุงเทพฯ ว่ารถจะไม่ติดหนักอีกต่อไปแล้ว สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานครก็ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า ในปี 2572 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการครบถ้วนหมดแล้ว ปรากฏว่าในอนาคต สัดส่วนการเดินทางในกรุงเทพฯ จะมีการใช้รถยนต์ส่วนตัว 41.1% แท็กซี่และมอร์เตอไซค์ 16.5% รถเมล์ และเรือโดยสาร 21.8% และขนส่งมวลชนทางรางเพิ่มขึ้นเป็น 20.7% 

เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก ว่าการเดินทางส่วนบุคคลที่รวมรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ เพิ่มขึ้นเป็น 57.6% โดยที่รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีก 2% แต่การเดินทางด้วยขนส่งมวลชนโดยรวมจะลดลงไป 0.5% เหลือ 42.5% 

แม้ว่าจะมีระบบรางครบถ้วนแล้วทำให้สัดส่วนของผู้โดยสารระบบรางเพิ่มขึ้นถึง 14.9% แต่ก็ไปลดผู้โดยสารรถเมล์และเรือลงไปมากทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลสัดส่วนการเดินทางระหว่างปี 2558  กับ 2572 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ต่อให้รถไฟฟ้าครบ 10 สายตามแผนแล้วเราก็ยังคงฝันร้ายกับปัญหารถติดต่อไป 

คนกรุงเทพฯ เพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวขึ้นอีก เพราะปัญหาของขนส่งมวลชนไม่ใช่มีแค่ให้มีสายทางครบตามแผนเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นเรื่องความครอบคลุมพื้นที่อย่างทั่วถึง การเชื่อมต่อกับระบบรองต่างๆ การวางตำแหน่งทางการตลาดและตั้งราคาให้กลุ่มเป้าหมายสามารถจ่ายค่าโดยสารได้อย่างเหมาะสม

ประเภทยานพาหนะ สัดส่วนปี 2558
(ข้อมูลจริง)
สัดส่วนปี 2572
(คาดการณ์)
รถเมล์และเรือโดยสาร 37.2% 21.8%
ระบบขนส่งมวลชนบนราง 5.8% 20.7%
แท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ 18.9% 16.5%
รถยนต์ส่วนบุคคล 38.1% 41.1%

สรุปง่ายๆ ว่า ต่อให้มีรถไฟฟ้าครบ 10 สาย ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น แถมยังแย่ลงอีก เพราะเราไม่ได้บริหารจัดการระบบขนส่งให้สามารถตอบสนองความต้องการของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง 


AUTHOR :

พนิต ภู่จินดา
พนิต ภู่จินดา
รศ.ดร. พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมือง เขาจะมานำเสนอเรื่องใกล้ตัวของชาว Urbanista ในมุมมองใหม่ ให้ชาว Rabbit Today ได้ติดตามกัน

Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today
Mugendai-Block-Rabbit-Today-Nov2018

Advertising