ชีวิตและการงาน

สอนลูกให้ก้าวไกลด้วยกฎแห่งความสำเร็จ

Published 1 ก.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

สอนลูกให้ก้าวไกลด้วยกฎแห่งความสำเร็จ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเริ่มสับสนว่า พอโลกของเราเปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแบบรวดเร็ว อาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แล้วลูกของเราต่อจากนี้ควรจะเรียนอะไรดีล่ะ

ถ้าเรียนตามระบบไปถึงจบมหาวิทยาลัยแล้วจะไปทำงานอะไรได้?

คำถามนี้ ไม่รีบหาคำตอบมิได้เสียแล้ว เพราะอาชีพบางอาชีพยุคใหม่ยังไม่มีคำนิยามเลย และไม่รู้ว่าเรียนอะไรโดยตรงถึงจะได้มาซึ่งอาชีพนั้นๆ แล้วแบบนี้คณะหรือสายอาชีพเดิมที่คุณส่งลูกเข้าไปเรียนมันจะล้าสมัย เสียเวลาไปเปล่าๆ หรือไม่

ระบบการศึกษาในปัจจุบัน อาจจะไม่ทำให้ตัวเด็กๆ ดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้เต็มที่ เพราะยังยึดติดอยู่กับกฎเกณฑ์การเรียนแบบเก่า และเราก็ได้คนแบบเดิมๆ Copy กันออกมาเป็นแถวๆ

และหากเด็กๆ เหล่านี้ยังวนเวียนอยู่กับระบบการศึกษาแบบเดิม ลูกของคุณจะไปยืนอยู่จุดไหนของสังคมหรือโลกได้บ้าง

จริงๆ ก็ไม่ได้ยากโทษระบบการศึกษาเลย 

แต่ลองนึกภาพว่า ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีความสุดกับอะไรสักด้านในระดับสากล ยกตัวอย่างเรื่องกีฬาก็ได้ ทำไมไทยเราถึงชนะและคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้น้อยมาก ทั้งๆ ที่ ไมเคิล เฟลป์ส นักว่ายน้ำชาวมะกันคนเดียว ก็กวาดเหรียญทองไปถึง 23 เหรียญ มากกว่าทัพนักกีฬาไทยทั้งประเทศที่ได้เหรียญทองอยู่ที่ 9 เหรียญทอง

เป็นแบบนี้แล้ว เด็กๆ ของคุณจะอยู่ในโลกที่มีการคิดแบบเปลี่ยนทิศเร็วได้จริงหรือเปล่า?

ลองให้พวกเขาได้เรียนรู้ในระบบการศึกษาเดิมแบบผ่านๆ แล้วลองปล่อยสมองอีกครึ่งหนึ่งของเด็กให้ไปค้นหาความจริงบางอย่างที่เหมาะสมกับตัวเขาดู

ลองมาสอนกฎแห่งความสำเร็จที่จะทำให้เด็กอยู่ในโลกนี้ได้แบบไม่ลำบากกันดูมั้ย?

กฎแห่งความสำเร็จที่ควรรีบสอนลูก,Rabbit Today

กฎที่หนึ่ง : ต้องสอนให้เด็กคิดเป็น

อยากบอกว่านี่คือหลักสูตรการศึกษาที่สูงที่สุดในตอนนี้เลยนะ ถ้าเด็กหาความรู้เองเป็น ศึกษาด้วยตัวเองได้ จะเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการคิดค้นสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง สร้างความมั่งคั่งได้แบบที่ตำราสูตรไหนก็ครอบไม่อยู่ เรียกว่าเป็นแนวคิดที่เดินตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เคยกล่าวไว้ในหลักกาลามสูตรกันเลยทีเดียว

กฎที่สอง : ต้องให้เด็กเป็นนายตัวเอง

วิธีคิดแบบนี้ไม่มีหลักสูตรไหนในโลกที่สอนกันหรอก แต่ใครที่อยากจะเป็นเจ้าของกิจการทุกวันนี้ ถ้าไม่เรียนบริหาร บัญชี หรือการตลาด ก็คงปูเส้นทางไปถึงขั้นนั้นไม่ได้ แต่ไม่ความเป็นจริง โลกของหลักสูตรการบริหารธุรกิจ การเงิน หรือการตลาดในปัจจุบัน ไม่ได้ใส่ความคิดแบบเจ้าของกิจการเข้าไปสักเท่าไร บางทีจบมาก็ยังบริหารการเงิน หรือการตลาดให้กับงานและชีวิตของตัวเองไม่ได้เลยก็มี เพราะการตลาดยุคนี้มันคือ โซเชียลมีเดีย ในไทยต้องใช้เฟซบุ๊ก ถ้าเมืองนอกก็อินสตาแกรมกับยูทู้บ ต้องให้เขาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เรียนรู้โลกความเป็นจริงมากกว่าทฤษฎี และเขาจะรู้วิธีการหาเส้นทางของตนเองต่อไป

กฎที่สาม : ทำสิ่งที่ตัวเองรักและสร้างเงินจากมัน

ทุกสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นทุกวันนี้ (ธุรกิจ) ต้องพร้อมที่จะออกมารับใช้ตลาดบางอย่าง เช่น พฤติกรรมของคน องค์กร และอื่นๆ ความหมายก็คือ ไม่มีคำว่าธุรกิจเพื่อคนทุกคน แต่ธุรกิจยุคนี้จะแยกย่อยและทำเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเฉพาะ และตลาดก็ไม่ได้มาสนใจว่าคุณเรียนมาดีแค่ไหน เกรดเท่าไร แต่เขาสนใจว่าสิ่งที่มอบให้พวกเขามันมีคุณค่าอย่างไร คนขายอาหารคลีนถึงยังอยู่ได้ แม้ไม่มีหน้าร้าน แต่ทำเพราะชอบทำ เพราะรัก และชักชวนคนที่รักในแบบเดียวกันเข้ามาในระบบ

ลองสอนกฎเหล่านี้ให้ลูกคุณดู แล้วลูกคุณจะประสบความสำเร็จ ท่ามกลางเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ที่จะไม่มีวันมาแย่งงานพวกเขาได้แน่นอน



Advertising