ชีวิตและการงาน

Superblock ต้นเหตุรถติดในกรุงเทพมหานคร

Published 2 ต.ค. 2018

By พนิต ภู่จินดา

Superblock-smart-living-Rabbit-Today-banner

ถ้าถามว่าคนกรุงเทพฯ เบื่อกับปัญหาอะไรมากที่สุด อันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นปัญหาการจราจรติดขัดที่พวกเราเจอกันอยู่ทุกวัน แถมยังได้รับการจัดอันดับอยู่แถวหน้าของปัญหาการจราจรในโลกจากทุกสำนักจัดอันดับ 

เช่น บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลจราจรที่ชื่อว่า INRIX จัดอันดับให้ประเทศไทยรถติดเป็นอันดับ 1 ของโลก เสียเวลากับรถติดเฉลี่ย 61 ชั่วโมงต่อปี ทิ้งอันดับ 2 คือโคลอมเบีย และอินโดนีเซียขาดกระจุย เพราะเขาเสียเวลาในรถติดแค่ 47 ชั่วโมงต่อปี แต่ถ้าจัดอันดับลงมาเป็นระดับเมือง กรุงเทพฯ ของเรารถติดเป็นอันดับ 12 ของโลก แต่ก็เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย โดยประชาชนเสียเวลาไปกับรถติดเฉลี่ย 64.1 ชั่วโมงต่อปี (อันดับ 1 คือเมืองลอสแอนเจลิส เสียเวลากับรถติดไป 104 ชั่วโมงต่อปี) 

ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ มีต้นเหตุจากอะไร แต่ละคนคงมีคำตอบในใจแตกต่างกัน ถ้าทำการตรวจร่างกายคนป่วย เราก็ต้องดูสภาพสรีระของคนป่วยเป็นอันดับแรก กรุงเทพฯ มีรูปแบบผังเมืองอย่างไรจึงทำให้รถติด เริ่มต้นที่คำถามว่า กรุงเทพฯ มีถนนพอจะรองรับการจราจรได้ตามมาตรฐานโลกหรือไม่ 

Dr.Joan CLOS, Executive Director ของ UN-Habitat ระบุว่า “ถ้าเมืองมีสัดส่วนพื้นที่ทางสัญจรเมื่อเทียบกับพื้นที่เมืองน้อยกว่า 30% จะมีปัญหาการจราจรติดขัดแน่นอน” 

โอ้โห ฟังดูเยอะจังเลย ตั้ง 30% ของเมืองทั้งหมดควรเป็นพื้นที่ทางสัญจร 1 ใน 3 ของเมืองเลยนะ แต่มหานครอื่นๆ ของโลกก็พอจะทำได้นะครับ เช่น มหานครนิวยอร์กที่มีผังเป็นตาตารางถี่ๆ มีพื้นที่ถนนถึง 38% ของพื้นที่เมือง ส่วนมหานครโตเกียวมี 23% ซึ่งทั้ง 2 มหานครนี้ก็ยังมีปัญหารถติดอย่างหนัก 

Superblock ต้นเหตุรถติดในกรุงเทพมหานคร,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ย้อนกลับมาดูกรุงเทพฯ ของเราว่ามีพื้นที่ถนนเท่าไร รายงานการศึกษาของโครงการจัดทำมาตรฐานด้านผังเมืองของกรุงเทพมหานครสำรวจไว้เมื่อปี 2553 ระบุว่า กรุงเทพฯ มีพื้นที่ถนนเพียง 3.76% เมื่อเทียบกับพื้นที่เมืองทั้งหมด (ถ้ารวมทางด่วนจะเป็น 8% ซึ่งไม่ควรเอามารวมกันเพราะต้องจ่ายสตางค์ถึงจะใช้ได้) แปลว่าเรามีพื้นที่ทางสัญจรต่ำกว่ามาตรฐานถึง 10 เท่า 

และนี่คือต้นเหตุหลักของปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ คือเราไม่มีพื้นที่รองรับการสัญจรอย่างเพียงพอนั่นเอง ถ้าเราไม่เริ่มต้นแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มพื้นที่สัญจรให้มากขึ้น จะเอาเทคโนโลยีอย่างไรมาช่วยก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นได้ เพราะสรีระของกรุงเทพฯ เป็นแบบรากฐานของปัญหา ไม่แก้ที่รากฐานไปแก้ปลายเหตุไม่มีทางสำเร็จแน่นอน

มาตรฐานของพื้นที่หน่วยเล็กที่สุดในเมืองคือหน่วยของที่พักอาศัยหนาแน่นต่ำ 1 บล็อกที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมมีถนนล้อมรอบจะมีขนาดไม่เกิน 2 เท่าของระยะเดินเท้า หมายความว่า คนที่อยู่อาศัยในบ้านที่อยู่ตรงกลางของบล็อกออกมาที่ประตูบ้านแล้ว จะเดินไปทางซ้ายหรือขวาไป 1 ระยะเดินเท้าจะต้องเจอถนนสายรองที่มีรถประจำทางหรือระบบขนส่งมวลชนวิ่งให้บริการอยู่รวม 2 ข้างก็เป็น 2 ระยะเดินเท้า (ย่านที่พักอาศัยไม่ควรมีรถประจำทางวิ่งผ่านหน้าบ้าน เพราะจะเสียความเป็นชุมชนและความเป็นส่วนตัวไป)

หนึ่งระยะเดินเท้ามีระยะตั้งแต่ 400 ถึง 800 เมตร แล้วแต่สภาพพื้นที่ ประชากร ภูมิอากาศ หมายความว่าที่พักอาศัยหนาแน่นต่ำ (ซึ่งเป็นบล็อกที่ใหญ่ที่สุดในเมือง) 1 บล็อกจะมีขนาดตั้งแต่ 800 x 800 หรือ 1,600 x 1,600 เมตร ถ้าเมืองประกอบขึ้นด้วยบล็อกขนาดมาตรฐานที่ผมเล่าให้ฟังเป็นฐาน เมืองจะมีสัดส่วนพื้นที่ถนนเมื่อเทียบกับพื้นที่เมืองทั้งหมดไม่น้อยกว่า 30% ตามมาตรฐานอย่างแน่นอน

แต่กรุงเทพฯ ของเราพัฒนาจากคูนา คันดิน ขนัดสวน ผนวกกับการเดินทางในคูคลองเป็นหลัก เมื่อเปลี่ยนมาเป็นถนนจึงสร้างถนนมาตรฐานเพียงแค่ถนนสายหลักเท่านั้น บล็อกมาตรฐานของกทม.จึงกลายเป็นบล็อกขนาดใหญ่ (Super Block) ที่มีขนาดประมาณ 2,000 x 2,000 เมตรขึ้นไป ผลก็คือเมื่อบล็อกใหญ่ พื้นที่ถนนก็ต้องเล็กตามไปด้วย และทำให้บ้านที่อยู่ด้านใน Super Block เหล่านี้ไม่สามารถเดินเท้าไปต่อกับระบบขนส่งมวลชนที่ปากซอยได้ ต้องใช้รถ 4 ล้อเล็ก รถเมล์เล็ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 

Superblock ต้นเหตุรถติดในกรุงเทพมหานคร,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ส่งผลให้ค่าเดินทางและเวลาในการเดินทางของคนเมืองสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะต้องเสียค่าเดินทางในส่วนจากระบบขนส่งมวลชนหลักถึงบ้านพักอาศัยเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้ประชาชนเลือกที่จะอยู่ไกลเมืองมากขึ้น แต่ขอให้อยู่บนถนนสายหลัก เพราะจะเสียค่าเดินทางเพียงต่อเดียว คือบนระบบขนส่งมวลชนสายหลัก ซึ่งจะมีค่าเดินทางถูกกว่าการอยู่ใกล้เมืองแต่อยู่ด้านในของ Super Block ที่ต้องเสียค่าเดินทาง 2 ต่อ 

อีกทั้งค่าเดินทางจากปากซอยเข้าบ้านกลาง Super Block ยังแพงมากอีกด้วย (ประมาณว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างคิดค่าโดยสาร 10 บาท/ กิโลเมตร) รวมถึงราคาที่พักอาศัยนอกเมืองยังถูกกว่าที่พักอาศัยกลางเมือง ถ้าจ่ายเงินเท่ากันอยู่ในเมืองได้คอนโดฯ ห้อง Studio เล็กๆ แต่อยู่นอกเมืองได้บ้านเดี่ยวคนจึงเลือกอยู่นอกเมืองเพราะต้นทุนค่าที่พักและค่าเดินทางถูกกว่าอยู่ในพื้นที่ชั้นในของเมืองนั่นเอง

ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ มีต้นเหตุมาจากโครงสร้างทางกายภาพของกรุงเทพฯ เอง แต่แนวทางในการแก้ปัญหาที่กรุงเทพมหานครและรัฐบาลไทยทำมาตลอดหลายสิบปี คือการสร้างและพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสายหลักและขยายให้ไกลจากศูนย์กลางเมืองมากที่สุดเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการซ้อนทางด่วนและระบบขนส่งมวลชนบนรางลงบนพื้นที่สาธารณะเดิมซึ่งก็ทำได้แค่บนนถนนสายหลักอย่างเดียว 

ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหา Super Block เพราะต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อเพิ่มและปรับเปลี่ยนถนนสายรองและสายท้องถิ่นเพื่อทลาย Super Block ลง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวแม้ว่าจะแก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุแต่ก็ใช้เวลานานและมีผลทางการเมืองสูง เช่น การเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างถนนสายรอง 

แต่ประชาชนไม่ยอมรับวิธีการดังกล่าวประชาชนชาวกรุงเทพฯ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาจราจรกันต่อไปเพราะไม่มีใครยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อแก้ปัญหาที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นนั่นเอง



Advertising