ชีวิตและการงาน

เพราะทุกข์จึงสุข

Published 28 พ.ย. 2018

By นพเก้า เนตรบุตร

sorrow-and-happiness-smart-living-Rabbit-Today-banner

“อะไรนะ เขาต้องจ่ายเงินตั้ง 5,000 บาท เป็นค่าเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอน ในระยะทางตั้ง 100 กิโลเมตร ทั้งยังต้องเสียเงินค่าเดินทางไปเอง ค่าโรงแรม ค่ากิน ค่าโน่นนี่จิปาถะ ทั้งทริปนี่มีแต่เรื่องเสียเงิน เหนื่อยกาย และอาจจะทำให้ป่วยไข้ หรือไม่ก็บาดเจ็บได้ มันดียังไง สนุกกว่าการนอนเล่นอยู่ที่บ้านเฉยๆ ตรงไหนนะ ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย” 

แล้วฉันก็โยงเรื่องนี้เข้ากับเรื่องของน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ที่อยู่ในฐานะมีอันจะกิน มีสามีหาเลี้ยงให้เงินเดือนใช้ ไม่ต้องตรากตรำทำงานหาเงินเอง เธอมีครอบครัวสุขสันต์ บ้านน่าอยู่ ลูกน่ารัก อยากได้อะไรก็ได้ อยากไปไหน ทำอะไร ทำได้หมด ชีวิตแสนสุขสบาย แล้วจู่ๆ 
ก็ได้ข่าวว่าเธอไปทริปไต่ยอดเขาเอเวอเรสต์ 13 วัน ทริปสุดฮิปของคนระห่ำ ที่ไม่ใช่ว่าจะทำได้สำเร็จทุกคน ไต่ไม่ถึงยอดก็มี หรือไม่ขึ้นไปแล้วก็ไม่กลับลงมาอีกก็เยอะ แล้วเธอก็ทำสำเร็จ โล่งใจที่เห็นเธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แจ่มใส ด้วยร่างกายที่ทรงพลังกว่าเก่า ก็ก่อนหน้าไปทริป เธอฟิตร่างกายอย่างหนัก ทั้งวิ่ง ทั้งว่ายน้ำ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม

แล้วฉันก็เกิดคำถาม คนเราจะทำเรื่องแบบนี้ไปทำไม ในเมื่อเป้าหมายในชีวิตคือความสุข ความสะดวกสบาย  ความปลอดภัย ไร้กังวล หากเรามีทั้งหมดนั่นอยู่ในมืออยู่แล้ว ใยเลยเราจึงต้องเดือดร้อนดิ้นรนไปหาความเหนื่อยยาก หรือที่จริงแล้ว ความปกติสุขมันไม่ใช่คำตอบที่เราทุกคนตามหา

เมื่อเราจัดวางชีวิตอยู่ในความปกติสุขได้อย่างมั่นใจดีแล้ว เราจึงต้องหาเรื่องทำ หาภาระความรับผิดชอบยากๆ ใส่ตัว ตามแรงขับของสัญชาตญาณ เพื่อสนองคำถาม หาความหมายบางอย่างในชีวิต

เพื่อหนีไปจากความราบเรียบจำเจ ซ้ำๆ ทุกวัน ด้วยการมองหาจุดเสี่ยงใหม่ๆ ด้วยการพิสูจน์ตัวเองในจุดที่ยังไม่เคยได้สัมผัส เช่น ทดสอบความอึด ความทนทานของร่างกาย ว่าสามารถข้ามขีดจำกัดตัวเองไปได้แค่ไหน ด้วยระยะทางร้อยกิโลเมตร ด้วยการเดินขึ้นภูเขาอันหนาวเหน็บ ยากลำบาก ที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก เพื่อไปมองเห็นดวงดาวในอีกฟากฟ้า ที่ในชีวิตประจำวันไม่มีทางได้เห็น

และเพื่อจะกลับลงมาเป็นคนใหม่ที่ได้รับการรับรองแล้ว จากเส้นชัย จากธงที่ปักลงไปบนยอดเขา จากเหรียญตราที่ห้อยอยู่ใต้หัวใจอันผึ่งผาย ที่ต้องมีกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งช่วยเป่าประกาศ ไม่ใช่การออกวิ่งเองโดยลำพังในสวนสาธารณะ ที่ไม่มีกติกาของใครรับรอง  

ต้องไปทุกข์ทน ไปเหนื่อยยาก ลำบาก เสี่ยงตาย ผ่านความพยายาม สู้ อดทน ให้มากพอเสียก่อน เพื่อจะไปให้ถึงประตูอีกด้าน ที่จะได้เปิดไปเจอกับความพอใจ สุขใจ ภูมิใจที่ได้ฟันผ่ามาได้จนสำเร็จ ความรู้สึกสุดยอดอิ่มเอมอยู่ตรงนั้น

นี่คงเป็นการคลี่คลายความหมายของคำว่า ทุกข์กับสุขเป็นสิ่งเดียวกัน แค่อยู่กันคนละปลายเชือก

เพราะมีทุกข์จึงเห็นสุข เพราะเคยสุขจึงมีทุกข์ ถ้าไม่ทุกข์ เราจะไม่รู้จักสุข เราจะรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ก็ด้วยจากการเปรียบเทียบ ถ้าเรามีแต่สุข…สุข…สุข เราก็จะไม่เห็นว่านี่คือความสุข เป็นแค่ความรู้สึกเฉยๆ กลางๆ และไม่ให้ผลอะไร

ทุกข์กับสุขจึงต้องมาด้วยกัน ขาดกันไม่ได้ แค่อะไรจะมาก่อนมาหลัง อะไรมาก่อนก็เตรียมตัวรอที่อีกสิ่งต้องตามมา เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลัวความทุกข์ และอย่ารอคอยที่จะมีเฉพาะแต่ความสุข มีทุกข์เสียบ้าง เพื่อรอลำดับถัดไปที่จะสุข

สุขไปจนเบื่อเลี่ยนก็เตรียมทุกข์ เพื่อจะเป็นสุข อย่างที่เราเห็น เราเป็นกันทุกคน สุขไม่อยู่นาน ทุกข์ก็เช่นนั้น ผลัดกันผ่านเข้ามาให้เราลิ้มรสความอร่อยของการมีชีวิต เหมือนการดูหนัง ดูละคร ต่อให้หนังเรื่องนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ความเศร้า ความทุกข์ แต่ตอนจบของเรื่องทุกอย่างได้คลี่คลาย ลงตัว เป็นสุข เราจะชอบหนังเรื่องนั้นมากกว่าหนังที่มีแต่เรื่องราบรื่นดำเนินไปเรื่อยๆ ด้วยความผาสุก ซึ่งก็คงไม่มีใครทำหนังแบบนั้นออกมา เพราะมันจะไม่สนุก ไม่ได้ลุ้น ไม่ชวนติดตาม

อย่างที่ใครคนหนึ่งกล่าวไว้ ความยากลำบากคืออาภรณ์อันงดงาม ที่ทำให้เรางอกงามเติบโต ความยากลำบากคือสิ่งที่มีความหมาย แม้จะทำให้เราเคยเศร้า เคยเหนื่อย เคยท้อใจ ร้องไห้ แต่ในบั้นปลายที่สำเร็จแล้ว มันคือดอกไม้งาม ที่แตะไปตรงกลีบไหนก็ล้วนแข็งแกร่ง 
และที่จริงแล้ว คนเราให้ค่ากับความทุกข์มากกว่าความสุข ได้ยินคำบอกรัก มีความสุข ในอัตราไม่เท่ากับความทุกข์ที่ได้ยินคำบอกเลิก ความทุกข์อยู่เป็นเพื่อนเรามากกว่าความสุขเสียอีก ใยเราจึงต้องกลัว หรือรังเกียจเพื่อนสนิท

และถ้าจะอยู่ให้เหนือไปกว่าเรื่องสุขๆ ทุกข์ๆ ก็ต้องยกระดับตัวเองขึ้น ไปใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย มากกว่าจะมานั่งพะวงว่าจะสุข หรือทุกข์ อาจเป็นการได้ค้นพบเรื่องที่ทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นทางจิตวิญญาณ ทางร่างกาย หรือการเป็นอาสาสมัคร ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับโลก กับส่วนรวม ด้วยทางใดทางหนึ่งตามความชอบความถนัด

ความหมายที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสด้วยหัวใจตัวเอง จ้างคนอื่นทำไม่ได้ ใช้เงินซื้อไม่ได้ สร้างภาพไม่ได้ และยิ่งมีอุปสรรค ยิ่งทุกข์ยากลำเข็ญ ก็ยิ่งทำให้เกิดความหมาย และจะกลายเป็นความสุขที่แท้ ตราตรึงฝังลึกในใจ

ฉะนั้นอย่ากลัวปัญหา อุปสรรค ความทุกข์ยาก ที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า คุณน่าจะดีใจที่จะได้มีโอกาสมีความสุขในวันข้างหน้า โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อโอกาสเข้าร่วมในราคาแพง หรือต้องออกเดินทางไกล เพื่อไปลิ้มรส พบปะ เผชิญ เพื่อจะได้เรียนรู้ ไปสู่การวิวัฒน์ตัวเองขึ้นไปอีกขั้น อย่างมีความหมาย และเป็นสุข


AUTHOR :

นพเก้า เนตรบุตร
นพเก้า เนตรบุตร
อดีตสาวโฆษณาผู้ผันตัวมาเป็นครูสอนปักผ้า และทำมันจริงจังจนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ติดตามเธอได้ที่แฟนเพจ Doknommeaw Play และที่นี่ Rabbit Today

Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today
Mugendai-Block-Rabbit-Today-Nov2018

Advertising