ชีวิตและการงาน

สิงคโปร์แก้ปัญหาการจราจรอย่างไร

Published 1 ม.ค. 2019

By พนิต ภู่จินดา

Singapore-Traffic-smart-living-Rabbit-Today-banner

สิงคโปร์มีพื้นที่ 715 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณครึ่งหนึ่งของ กทม. 

เป็นการถมทะเลประมาณ 200 ตารางกิโลเมตร รองรับประชากร 5.5 ล้านคน (น้อยกว่าประชากรกลางวันของ กทม. ประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน) แบ่งเป็นคนสิงคโปร์ 75% ต่างด้าว 25% ลองคิดง่ายๆ เขามีคนครึ่งหนึ่งของ กทม. พื้นที่ก็น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง แต่สิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวเยอะแยะ เพราะมีการวางผังและออกแบบเมืองที่ดี มีทั้งสวนของรัฐและเอกชน ออกแบบเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อกันกับกิจกรรมต่างๆ ของพลเมือง ซึ่ง กทม. ไม่เคยทำแบบนั้นกับเขาหรอก

เมื่อเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับโลก ก็ต้องมีกิจกรรมและประชากรมากมาย แต่มีพื้นที่เล็ก ปัญหาการจราจรติดขัดก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิงคโปร์ไม่เคยติดอันดับเมืองที่มีรถติดมากแบบที่ กทม. ติดอันดับต้นๆ เป็นประจำ เพราะเขามีวิธีการจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตีไปที่ต้นเหตุของปัญหาจราจร คือ…

การมีรถยนต์ส่วนตัวมาก เขาจึงไม่อนุญาตให้มีรถยนต์ส่วนตัวแบบอิสรเสรี ใครมีสตางค์ก็ไปซื้อมาใช้ได้ แต่ใช้มาตรการคุมกำเนิดจำนวนรถยนต์ส่วนตัวด้วยการประมูลทะเบียนเดือนละ 2 ครั้ง แยกเป็นขนาดเครื่องยนต์ตามความจุกระบอกสูบ แบ่งเป็น 4 ขนาด รถขนาดเครื่องยนต์เล็กที่สุดเฉพาะทะเบียนประมาณ 20,000 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 520,000 บาท) แล้วจึงจะเอาทะเบียนไปซื้อรถมาใช้ได้ตามขนาดเครื่องยนต์ที่ระบุในใบอนุญาตให้ซื้อรถ

นอกจากนี้การประมูลทะเบียนใช้สำหรับควบคุมระยะเวลาการใช้รถ เพื่อป้องกันการใช้รถเก่าเกินความเหมาะสมต่อการใช้งานด้วย เพราะรถเก่าย่อมมีโอกาสเสียระหว่างทางมากกว่ารถใหม่ๆ นำมาซึ่งปัญหาการจราจรตามมาอีก ดังนั้น เขาจึงอนุญาตให้ใช้รถได้ไม่เกิน 10 ปี หมดอายุแล้วอยากใช้ต่อก็ได้นะ แต่ต้องประมูลใหม่ เพราะหลักการเขาว่ารถใช้ได้ 10 ปี ถ้าจะเป็น Vintage ก็ได้ แต่ประมูลใหม่นับ 1-10 ปี ใหม่อีกรอบ รถเก่าจึงแทบไม่มีให้เห็นในสิงคโปร์เลย

อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ก็มีรถป้ายแดงเหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่สำหรับรถใหม่แบบบ้านเรา รถป้ายแดงของสิงคโปร์มีไว้สำหรับรถยนต์ส่วนตัวอีกประเภทหนึ่ง เฉพาะรถที่จะไม่ใช้ในช่วงที่คนใช้รถเยอะๆ การจราจรติดขัดมาก คืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ ส่วนวันธรรมดาห้ามใช้เวลา 07.00-19.00 น. ซึ่งรถประเภทนี้มีช่วงเวลาที่จะใช้งานได้น้อยลง ค่าประมูลครั้งแรกและต่อทะเบียนประจำปีก็ต้องลดลงครึ่งหนึ่ง 

ถ้าจำเป็นต้องใช้รถในเวลาห้ามใช้ ก็ทำได้ด้วยการจ่ายพิเศษผ่านอินเทอร์เน็ต หรือตู้ ATM ราคา 20 เหรียญสิงคโปร์ต่อวัน ประมาณว่า ถ้าจะเอารถพวกนี้มาใช้ในเวลาเร่งด่วนเกิน 2 วันต่อสัปดาห์ ก็ไปประมูลทะเบียนปกติแบบใช้ได้ตลอดมาใช้จะคุ้มกว่าแล้ว

ตามหลักการวางแผนจราจร ถ้าจะจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็ต้องมีขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและความสะดวกสบายที่พอสมน้ำสมเนื้อมาทดแทนด้วย ดังนั้น สิงคโปร์จึงออกมาตรการให้ใช้รถไฟใต้ดินฟรีช่วงก่อนเวลาเร่งด่วน เช้า ระหว่างตี 5 ถึง 07.30 น. เพื่อลดจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้การเดินทางด้วยขนส่งมวลชนลดความแออัดในช่วงที่คนเดินทางมากๆ ลง สามารถเป็นทางเลือกที่แข่งกับรถยนต์ส่วนตัวได้อย่างสูสี

จะเห็นได้ว่า การแก้ปัญหารถติดแบบสิงคโปร์ ได้คิดระบบการเดินทางทั้งหมดเป็นองค์รวมเดียวกัน ต้องการลดการเดินทางประเภทไหนก็ต้องมีการเดินทางประเภทอื่นมาชดเชยกันอย่างเหมาะสม แตกต่างจากบ้านเราซึ่งต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ จนไม่ได้เกิดรูปแบบที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน


AUTHOR :

พนิต ภู่จินดา
พนิต ภู่จินดา
รศ.ดร. พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมือง เขาจะมานำเสนอเรื่องใกล้ตัวของชาว Urbanista ในมุมมองใหม่ ให้ชาว Rabbit Today ได้ติดตามกัน

Dtac_BTS_Lucky_Draw_17Jan-28Feb2019-Block

Advertising