ชีวิตและการงาน

เทรนด์ ‘แบ่งปัน’ ไม่ใช่ Share

Published 13 มี.ค. 2019

By นันทขว้าง สิรสุนทร

Sharing-Economy-not-Sharing-smart-living-Rabbit-Today-banner

โลกอาจจะคุยเรื่อง AI ประเทศเราอาจจะเม้าธ์เรื่อง 5G สังคมอาจจะสนทนาถึง Robot…แต่ไม่มีเทรนด์ไหนที่โถมตัว พัดแรงในช่วง 3 ปีนี้ มากไปกว่า Sharing Economy

Gig Economy, Grab Car Bike & Food, Peloton Bike, BNB ตลอดมาจนถึงเรื่องของการใช้รถไฟฟ้า รถยนต์ หรือออกคนละครึ่งกับตั๋วพรีวิเลจต่างๆ จึงเป็นหัวข้อใหญ่ที่ครอบคลุมตลอดทั้งปี 2018 ที่ผ่านไป 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางที่โลกกำลัง ‘เห่อ’ Sharing มาพักใหญ่ (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี) คลื่นที่ก่อตัวทะเลนี้ ก็ยังสามารถแตกตัวยิบย่อย ขยายตัวเองออกไปได้อีกทางหนึ่งที่งดงามกว่า นั่นคือ เทรนด์ที่ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายแบบทั่วๆ ไป เช่น Grab หรือ BNB มันมีค่าใช้จ่ายอย่างถูกต้อง ตามครรลองของมัน

แต่จาก Good Life Magazine, The Escapist by Monocle หรือ Mudial มาจนถึงไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ใน Trendhunter เราได้พบว่า สิ่งที่ไปไกลต่อได้อีกก็คือ การแบ่งปัน ที่ไม่ใช่ Share แบบที่ค่าใช้จ่ายตามมา 

หรือถ้าต้องจ่ายโดยพื้นฐาน ยังมีเรื่องของการ ‘ยื่นมือ’ มากมายในเทรนด์นั้น…

1. Death Cleaning

โอเคแหละว่า แนวทางนี้ถูกเขียนและดังมาจากผู้หญิงคนหนึ่งในสวีเดน จนกลายมาเป็น Pocketbook แต่ความหมายที่จริงจังของมันคือ บริจาคออกไป ไม่ใช่เอาไปขายทิ้งเพื่อได้เงินมาต่อทุน แม้ว่าใครจะขายก็ได้ Death Cleaning คือการค่อยๆจัดการ สะสางสิ่งของที่มีมากมายในบ้าน ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป และการคลีนนิ่งนั้น มองถึงการให้ แบ่งปัน บริจาคสิ่งของที่เราเคยคิดว่ามันเป็นของเรา มันจะอยู่กับเราข้ามภพไปชาติหน้า…ส่งต่อให้สังคม ให้ผู้คน ให้ใครก็ได้ แบบฟรีๆ

2. CoHousing 

บ้านเราเริ่มรับเอาเทรนด์ตัวนี้เข้ามาในปีนี้ แม้ว่ามันจะต้องใช้ความเข้าใจอยู่บ้าง คำว่า Cohousing ไม่ใช่แค่ลงเงินซื้อที่อยู่อาศัย หรือซื้อบ้านเพื่อมาอยู่ร่วมกัน…แต่หมายถึงการยื่นมือ คอยช่วยเหลือคนที่อยู่ร่วมในบ้านหลังนั้น ยกตัวอย่างเช่น ในบ้านหลังหนึ่ง อาจจะมีเพื่อนกันมาซื้อคนละห้อง แต่ในนอร์เวย์ คอมมิตหนึ่งที่รับปากกันก็คือ เมื่อมีใครเจ็บป่วย เดินไม่ไหว ผู้คนในบ้านหลังนั้นจะพาไปโรงพยาบาล คอยดูแลกัน ทำอาหารให้รับประทานกัน แบบเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่ อะ เอาตังค์ไป ข้าซื้อ 1 ห้องนอน แล้วมาอยู่ มันจึงไม่ใช่แค่ Sharing แต่ต้องแบ่งปัน ให้ ลงมือ หยิบยื่น…

เทรนด์ ‘แบ่งปัน’ ไม่ใช่ Share,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

3. Share & Ownless

แม้จะมีคำว่า Share อยู่ข้างหน้า แต่ความหมายที่เดินอยู่จริงจังของมันคือคำหลัง Ownless…คือ งดการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้น แม้ว่าซื้อหามาด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างที่เกิดมานานแล้ว ที่ชัดมากคือ เวลาเราซื้อหนังสือสักเล่มมาอ่านบนรถไฟฟ้าในบางประเทศ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว เราไม่ได้นำพาหนังสือลงไปด้วย แต่มองว่า เมื่อทิ้งไว้บนรถไฟฟ้า ผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็สามารถอ่านต่อ ส่งต่อ และความรู้ถูก ‘แบ่งปัน’ อันเกิดจากการที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว…การไม่เป็น ‘ผู้ถือครอง’ ในสิ่งของตัวเอง เป็นสุดยอดวิชาไหมฟ้าของมนุษย์

4. Hair Charity

เทรนด์นี้มีมาหลายปีแล้ว และเมื่อโลกมียอดตัวเลขที่น่าตกใจมากคือ คนป่วยเป็นมะเร็งมากขึ้น สังคมก็ต้องการเส้นผมเพื่อนำไปทำวิกให้กับผู้ป่วย ผู้หญิงมากมายหลายคนจึงยอมสละเส้นผมตัวเอง ด้วยการเลี้ยงผมให้ยาวแล้วตัดไปให้ร้านที่รับทำวิก เทรนด์ที่แบ่งปันให้แบบนี้ ในภายหลังเกิดร้านที่อาสาตัดผมฟรี เพื่อตอบแทนผู้มีจิตใจดี บางแบรนด์นำมาทำ แต่เน้นการตลาดมาก จึงไม่เวิร์กแบบบางประเทศ บางคนมองว่า ถ้าไม่มีเรื่องการตลาดมาเกี่ยวจะดีมาก เพราะไม่อยากให้คนยึดติดว่า จะต้องได้อะไรคืนมาจากการให้ !

5. Blind Running

ในการโหมตัว โถมตัว ถล่มสังคมไทยด้วยเทรนด์วิ่งมาราธอนนั้น แม้ในเวลาต่อมา คนจัดจะพบว่า มันต้องมีธีมเป็นกิมมิก มากกว่ามาวิ่งๆ กันไป หรือวิ่งไปตัวเปล่าเล่าเปลือย…เช่น Vertical Run, Lady Run, Farm Run, Star Wars Run, Love Run, Family Run, Music Run, บลาห์ บลาห์ บลาห์…

แต่สังคมก็มีการทวงถามอย่างสุภาพว่า เราไม่มีธีมที่แบ่งปันสำหรับที่อยากวิ่ง แต่อาจจะไม่มีโอกาสด้วยเงื่อนไขบางอย่างเลย การยื่นมือนำเสนอ เอาคนตาดีมาช่วยนำพาคนตาบอด ไปวิ่งด้วยกัน วิ่งคู่กัน คอยนำทาง พูดคุย ดูแล จึงเกิดขึ้น …จะมีอะไรงดงามเท่านี้อีก

ชีวิตที่คนในโลกมืด ได้ทำในแบบที่คนตามองเห็นเคยทำ ยังทำ และช่วยกัน… 



Advertising