ชีวิตและการงาน

‘ขอขึ้นเงินเดือน’ เรื่องไม่เล็ก ที่ต้องเตรียมตัว

Published 10 ก.ย. 2019

By มิสบลูมวูด

‘ขอขึ้นเงินเดือน’ เรื่องไม่เล็ก ที่ต้องเตรียมตัว

ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป...เอ่อ นี่ไม่ใช่ช่วงสนทนาธรรม เพราะจะชั่วจะดีเดี๋ยวยุค 4G ติดจรวด อะไรที่ทำดีหรือไม่ดี นั้นแผ่หราให้เห็นแบบไม่ต้องโอเวอร์แอคติ้งให้เมื่อยเส้น

ไม่นานมานี้น้องสาวคนสนิทมาปรึกษามิสบลูมวูดเรื่องอยากขอขึ้นเงินเดือน เพราะรู้สึกปิดโปรเจ็กต์ให้เจ้านายหลายร้อยล้าน แม้จะได้รับเงินเดือนที่มากโขแต่ก็ยังรู้สึก Unfair อยู่ดี ซึ่งมิสบลูมวูดก็ไม่ค่อยเข้าใจงานของคุณน้องนักหรอก แต่เรื่องเดินไปขอขึ้นเงินเดือนนี่ สารภาพว่าก็เคยทำมาแล้ว แม้จะได้รับราคาค่าสมองและแรงงานสมน้ำสมเนื้อ แต่นายจ้างควรตรองดู ว่าจ้างดิฉันเนี่ย แรงงาน 3 คนเลยนะเออ

1. ไปเจรจาเมื่อปิดงานใหญ่สำเร็จ

ทำงานมาหลายปี แต่เงินเดือนขยับเล็กน้อย แต่พนักงานใหม่นี่เงินเดือนพุ่งพรวด ซึ่งจะให้เราลาออกไปเอาเงินเดือนที่มากกว่านั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เมื่อเราอยากก้าวไปเพื่อประสบความสำเร็จกับองค์กร ไหนจะปิดโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ได้สำเร็จ ช่วงเวลานี้แหละดีที่สุด เพราะเจ้านายของคุณกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เผลอๆ เจ้านายอารณ์ดี แปรงร่างเป็นเจ้านายสายเปย์ ทั้งเงินเดือนและโบนัสเล็กน้อยๆ อีกด้วยค่า

2. คิดคำพูดดีๆ ซักซ้อมให้มั่นใจ

อย่าโพล่งออกไปดื้อๆ แม้กิเลสเงินทองของเราจะเข้าครอบงำ จำไว้ว่าใครๆ ก็อยากได้รับคำพูดดีๆ ที่มาจากความจริงใจ ฉะนั้น การลุยของคุณจะต้องซักซ้อม มีเหตุผลสนับสนุน ทำให้การเตรียมตัวนั้นสำคัญมาก เมื่อคุณรู้สึกว่า แหม...ทำงานมาตั้งนานละ ควรจะได้รับเงินขึ้นแบบก้าวกระโดดสักครั้ง ลองร่างในกระดาษดูว่า ทำไมบริษัทจึงควรเพิ่มเงินเดือนให้คุณ และต่อจากนี้คุณจะมีแผนงานอะไรที่น่าสนใจให้กับบริษัทอีก

3. เตรียมแผนสำรอง

เตรียมแพลน A แล้วก็ต้องมี แพลน B ด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่โดนปฏิเสธหน้าแหกออกมาแล้วเศร้าสลดหมดกำลังใจทำงาน ฉะนั้นถ้าทางบริษัทไม่สามารถขึ้นเงินเดือนให้คุณได้ ตามหลักการและปัจจัยหลายๆ อย่างขององค์กร คุณลองส่งคำขออื่นๆ ที่น้อยลงมาเช่น สามารถขอทำงานอยู่ที่บ้านได้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ซึ่งปัจจุบันการทำงานนอกสถานที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ให้หนุ่มสาวออฟฟิศสร้างสรรค์งานได้มากขึ้นในบบรรยากาศที่ดีกว่า หรืออาจขอเพิ่มวันลาพักร้อนก็ได้ ลองดูค่ะ

4. ห้ามส่งอีเมล

จริงอยู่ว่าการส่งอีเมลนั้นเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเผชิญหน้า สามารถร้อยเรียงคำพูดและเหตุผลได้สละสลวย แต่...อาจไม่ได้สัมผัสถึงความจริงใจ ซึ่งเรื่องสำคัญเช่นนี้ การคุยโดยผ่านอีเมลใช้ไม่ได้สำหรับมืออาชีพค่ะ ควรหาเวลาเหมาะๆ แต่งกายให้ดูดี ท่วงท่าน่าเชื่อถือ (อาจจะดูฤกษ์ยามมานิดหน่อย) เดินอย่างมั่นใจเข้าไปพบเจ้านาย นี่เป็นการให้ความเคารพและให้เกียรติอีกทางหนึ่งค่ะ

5. อย่าใช้อารมณ์รุนแรง

สาเหตุเพราะเรื่องเงินเดือนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ทั้งสำหรับพนักงานอย่างเราๆ เจ้านาย และเจ้าของบริษัท ดังนั้น ถ้าคิดจะไปขอเงินเดือนขึ้น ต้องเข้าไปคุยด้วยเหตุผลเท่านั้น บางคนถือว่าปิดงานใหญ่ๆ ได้สำเร็จ เข้าไปขอเอาดื้อๆ ด้วยอารมณ์ที่เหนือกว่า อีโก้สูงว่าฉันทำสำเร็จ เรียกร้องจะเอาเท่านั้นเท่านี้ โดยเอาคำว่า ‘ลาออก’ มายื่นคำขาดโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เจอแบบนี้ เจ้านายอาจรีบเซ็นต์เอกสาร ไม่ใช่ใบอนุมัติเงินเดือนนะคะ แต่เป็นใบลาออก...เชิญค่ะ

6. อย่าอ้างเหตุผลส่วนตัว

สิ่งที่ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นดราม่า หยิบยกเอาขอขึ้นเงินเดือน เช่น สามีตกงาน ลูกต้องเลี้ยงอีก 4 คน (แล้วคนโสดไม่มีลูกผัวนี่ไม่สมควรได้เงินเดือนขึ้นเหรอคะ) เพราะเรื่องปัญหาส่วนตัวนั้น เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลไม่เกี่ยวกับการทำงาน หรือนำมาอ้างเพื่อขอเงินเพิ่มโดยไม่มีผลงานใดๆ...ผายมือแล้วเดินออกประตูห้องเจ้านายไปอย่างไวค่ะ

7. อย่าเปรียบเทียบเงินเดือนกับคนอื่น

กฎอันยิ่งใหญ่ของพนักงานบริษัทคือห้ามรู้เงินเดือนของกันและกัน แต่ยังไงซะ แหล่งเม้าธ์มอยก็มีหลุดตัวเลขมาบ้างแหละ (แม้จะไม่จริงก็ตาม) ตรงนี้ต้องระวังให้ดีว่า อย่าเอาเงินเดือนของเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ต้องโฟกัสในงานของตัวเองเท่านั้น ถ้าผลงานเรามีให้เห็น แล้วเจ้านายไม่หูตาฝ้าฟาง เขาต้องรู้แหละน่า



Advertising