ชีวิตและการงาน

บ้านปลอดฝุ่น (PM Free Home)

Published 7 มี.ค. 2019

By กฤษณพงศ์ เกียรติศักดิ์

PM-Free-Home-smart-living-Rabbit-Today-banner

ฝุ่นเริ่มเข้ามามีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำว่า AQI PM2.5 PM10 ฯลฯ เริ่มคืบคลานเข้ามาในข่าวรายงานสภาพอากาศประจำวัน โดยเฉพาะประชาชนอย่างเราๆ ที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นควันของเมืองกรุง

และอย่างที่เริ่มรับรู้ข้อมูลกันแล้วว่า ฝุ่นละอองมีผลต่อสุขภาพ พวกเราต้องป่วยต้องตายอย่างผ่อนส่งทุกๆ วัน เสียค่ารักษาพยาบาลมากมาย การออกแบบเพื่อรักษาสุขภาพในเชิงรุก (Design for Preventive Wellness) จึงเข้ามามีบทบาทกับนักออกแบบมากยิ่งขึ้นทุกวัน

เชื่อหรือไม่ว่า การออกแบบสามารถรักษาสุขภาพในเชิงรุกได้ ปัจจุบันมีคำว่า Preventive Wellness คือการรักษาสุขภาพในเชิงรุก คือไม่ปล่อยให้เจ็บป่วยแล้วค่อยมารักษา แต่เป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและสุขภาพ ทั้งในด้านการแพทย์และการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ

ในด้านการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะนั้นเป็นบทบาทหน้าที่ของสถาปนิกและนักออกแบบ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่นละอองที่กำลังเป็นปัญหาเฉพาะหน้ากันอยู่ขณะนี้ หลักการออกแบบง่ายๆ ก็คือการออกแบบให้...

1. ปิดให้มิด การกันฝุ่นเข้ามาในบริเวณห้องก็คือการปิดให้มิดชิด ผนัง ประตู หน้าต่าง ช่องเปิด ต้องออกแบบให้เป็นวัสดุกันฝุ่น เช่น ผนังก่ออิฐฉาบปูน ผนังกระจก ที่ไม่มีรอยต่อให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้ามาได้ ส่วนประตูหน้าต่างก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวงกบ ลูกฟัก ระบบรางร่องต่างๆ ต้องเลือกใช้ชนิดที่มีการออกแบบให้สามารถกันการเล็ดลอดของฝุ่นได้

2. เปิดให้โล่ง บริเวณที่ต้องปิดมิดชิด ก็ต้องปิดดังที่กล่าวมาแล้วในข้อ 1 แต่บางบริเวณที่ต้องเปิดโล่ง ก็ต้องออกแบบให้โล่งจริงๆ เช่น ระเบียงหรือห้องโถง เพื่อไม่ให้มีซอกมุมอับลมที่จะสะสมฝุ่นละออง

3. การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุที่ไม่สะสมความสกปรก ฝุ่น และความชื้น เช่น บานประตู หน้าต่าง บานเลื่อน ฝาตู้ ควรเลือกใช้บานเรียบ เช่น กระจก ไม้แผ่นเรียบ ไม่ใช้บานประตูหน้าต่างที่เป็นบานเกล็ด เพราะร่อง รอยต่อ การซ้อนแผ่น จะเป็นซอกสะสมความสกปรก ฝุ่น และความชื้น รวมทั้งทำความสะอาด ดูแลรักษาได้ยาก

4. เลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่ไม่สะสมความสกปรก ฝุ่น และความชื้น เช่น ดอกไม้ใบไม้แห้ง นอกจากจะเก็บกักฝุ่นแล้ว ดอกไม้ใบไม้แห้งเหล่านี้ยังเป็นตัวผลิตฝุ่นเมื่อหมดอายุอีกด้วย ยังไม่รวมถึงการอมความชื้นและเกิดเชื้อรา ที่จะค่อยๆ กระจายออกสู่อากาศโดยรอบ

5. เลือกใช้วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย เช่น กระเบื้องเคลือบ หิน กระจก ซึ่งจะดูแลรักษา ทำความสะอาดได้ง่าย ลดปริมาณการสะสมฝุ่นและความสกปรกภายในบ้าน

6. การออกแบบสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ภายนอกบ้าน เช่น การปลูกต้นไม้กรองฝุ่น

ต้นไม้สามารถป้องกันและจับฝุ่นละอองได้ทุกชนิด แต่หากเลือกปลูกต้นที่มีใบหนา ผิวใบหยาบสาก หรือใบมีขน จะช่วยดักจับฝุ่นละอองได้ดีกว่า เพราะความหยาบสากของใบจะดักฝุ่นให้จับอยู่บนใบ ไม่ทำให้ฟุ้งกระจาย ยิ่งหากเป็นต้นไม้ที่มีใบขนาดใหญ่ก็จะช่วยได้มากยิ่งขึ้นด้วย ในเมืองไทยนิยมปลูกต้นไม้สำหรับกันฝุ่น บังแดด หลายชนิดด้วยกัน โดยทำเป็นรั้วต้นไม้ อย่างต้นไทรเกาหลี โมก ชาดัด แต่ยังมีไม้พุ่มไม้ต้นที่จับฝุ่นได้ดีอีกหลายชนิด เช่น สาวน้อยประแป้ง จั๋ง โกรสน โมก คล้าน้ำ หรือแม้แต่บัวกระถาง เป็นต้น

ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงบางส่วนของการใช้การออกแบบเพื่อผลทางการสร้างสุขภาพเชิงรุก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องฝุ่น ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพอากาศในเวลานี้



Advertising