ชีวิตและการงาน

วันแม่ปีนี้ คุณบอกรัก ‘แม่’ แล้วหรือยัง?!

Published 9 ส.ค. 2019

By Rabbit Today

วันแม่ปีนี้ คุณบอกรัก ‘แม่’ แล้วหรือยัง?!

“กินข้าวแล้วรึยังลูก” ประโยคที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งแสดงออกถึงความห่วงใยจากชื่อของคนปลายสาย ที่คุณบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟนว่า ‘แม่’ หรือ ‘Mom’…เมื่อเสียงแห่งความเอื้ออาทรนั้นเล็ดลอดออกมาจากช่องลำโพงหูฟังมือถือคู่ใจ ก็อาจทำให้บางคนหวนนึกถึงความรักความห่วงใยของแม่ที่มีต่อเรา ซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงหรือจืดจางลงเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานที่หลายคนต้องผิดชอบ ทำให้บางครั้งเราอาจหลงลืมและละเลยเสียงปลายสายที่คุ้นเคยนั้น โดยเลือกที่จะตอบกลับอย่างเร็วๆ ว่า… 

“เดี๋ยวโทรกลับ”

“ทำงานอยู่”

“ขอประชุมก่อน”

“ยุ่งมากตอนนี้”

“มีอะไร รีบๆ พูด”

แม้คุณรู้ดีว่านี่คือ ‘แม่’ คนที่รักและเป็นห่วงคุณมากที่สุดในโลก แต่บางครั้งเราก็เลือกที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นให้เสร็จก่อนเสมอ  ถึงจะกดโทรกลับสายนี้ อาจมีหลายครั้งที่เสียงปลายสายนั้นแค่ต้องการโทรมาถามว่า “อยากกินอะไรเย็นนี้” “ทำงานเหนื่อยไหม” หรือ “จะโพสต์รูปลงเฟซบุ๊กอย่างไร”

แม่ของหลายคนจึงเริ่มหันมาใช้ไลน์ (Line) แทนการโทร เพราะไลน์คือการฝากข้อความไว้ ว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยเปิดอ่าน แถมยังสามารถส่งรูป คลิปวิดีโอ และสติ๊กเกอร์สวัสดีวันต่างๆ ไปให้ลูกๆ ได้อีกด้วย เรียกว่ากลายเป็นคุณแม่ยุค 4.0 ขึ้นมาเลยทีเดียว

สำหรับคนที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกับครอบครัว หลังเลิกงานก็ได้กลับไปเจอคุณแม่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันยังมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องทำงานไกลบ้าน อีกหลายเดือนกว่าจะได้กลับไปสักที เพราะต้องรอช่วงวันหยุดยาว เพื่อไม่ให้กระทบกับงานหลักที่ทำอยู่ แถมบางคนยังต้องควบคุมค่าใช้จ่ายอีก ทำให้การกลับบ้านบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนไกลบ้านเลยละ

แต่ในขณะที่เรากำลังทำงานหามรุ่งหามค่ำในเมืองใหญ่ รวมทั้งออกไปใช้ชีวิตชิคๆ ในวันหยุด จนบางครั้งอาจทำให้หลงลืมไปว่ายังมีคนรออย่างเหงาๆ อยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะคนปลายสายที่มักโทรมาถามคุณบ่อยๆ ว่า “กินข้าวแล้วรึยัง” นั่นแหละ

รู้หรือไม่ว่า ผู้สูงอายุ 1 ใน 8 คนมักมีอาการเหงาเมื่อขาดการติดต่อกับลูกหลานเป็นเวลานานๆ ในขณะที่สวนดุสิตโพลเผยว่ามีผู้สูงอายุร้อยละ 82 ที่อยากให้ลูกหลานกลับไปเยี่ยมในช่วงเทศกาล เพราะครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และที่สำคัญจะทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนขึ้นอีกด้วย

Rabbit Today จึงลองลงพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อสอบถามมนุษย์ออฟฟิศชาวกรุงในฐานะคนไกลบ้านในแง่มุมต่างๆ เนื่องในโอกาสใกล้ถึงวันแม่ปีนี้ (12 สิงหาคม 2562)

“บางครั้งแม่โทรมาหาตอนที่ผมกำลังยุ่งสุดๆ ลูกค้าก็เร่งงาน ผมตัดสายโทรศัพท์แม่ทิ้ง พอกลับมาคอนโดก็ดึกมากแล้ว รู้สึกเหนื่อย ก็เผลอหลับไปจนลืมโทรกลับหาแม่ เป็นอย่างนี้บ่อยๆ จนแม่ไม่ค่อยกล้าโทรหาผม เพราะกลัวจะรบกวนการทำงานของเรา ช่วงหลังๆ ผมก็พยายามโทรกลับแม่ให้บ่อยขึ้นนะ” - เต้ (อายุ 30 ปี) โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ย่านทองหล่อ  

“นานๆ ทีถึงจะได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะติดต่อกับแม่ผ่านไลน์ค่ะ แม่ชอบส่งสติ๊กเกอร์สวัสดีวันจันทร์มาให้ แรกๆ ก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนหลังดีใจนะคะ ที่เรายังมีคุณแม่ส่งสติ๊กเกอร์น่ารักๆ มาให้ แม่บอกว่าอยู่บ้านกับพ่อ 2 คน เลี้ยงหมาแมวบางทีก็เหงา อยากให้ลูกกลับบ้านมาเยี่ยมบ่อยๆ” – น้ำเย็น (อายุ 24 ปี) ครีเอทีฟบริษัทเอเจนซีแห่งหนึ่ง

“วันแม่ปีนี้กลับบ้านค่ะ ปกติปีหนึ่งจะได้กลับเฉพาะช่วงวันหยุดยาว แต่ต้องจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านานๆ เพราะราคาจะถูก ถ้าจองช้า นอกจากได้ราคาแพงแล้ว บางทีอาจไม่มีตั๋วเหลือให้กลับบ้านด้วยค่ะ” - หลิน (อายุ 33 ปี) เจ้าของร้านขายเครื่องดื่มบนสถานีรถไฟฟ้า

นี่คือเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งของบรรดาคนไกลบ้าน และระหว่างที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ลองนึกดูสิว่า ‘คุณ’ – คนไกลบ้าน…ไม่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัว หรือไปหา ‘แม่’ ของคุณนานเท่าไรแล้ว 

สำหรับใครที่ไม่สะดวกจริงๆ วันแม่ปีนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกน่ะแหละ…อย่างน้อยอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ก็ลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเจ้าของเสียงปลายสายเจ้าประจำที่คุณอาจเผลอหลงลืมไปบ้างสักหน่อยก็ยังดีนะ แล้วเอ่ยถามคำถามง่ายๆ กลับไปบ้างว่า

“แม่ กินข้าวหรือยัง…” 

สุขสันต์วันแม่นะคะทุกคน ยังไงก็อย่าลืมบอกรักแม่ หรือแสดงความรักที่มีต่อแม่ของคุณกันบ่อยๆ นะ เชื่อเถอะว่า ไม่มีรักไหน ที่บริสุทธิ์ ห่วงใจ เอื้ออาทร และจริงใจ เท่ากับรักของแม่เราอีกแล้วละค่ะ…รักแม่จังเลยๆๆๆ



Advertising