ชีวิตและการงาน

เป็นเรื่องเป็นราว เมื่อ ‘หมาเขากัดเรา/ หมาเรากัดเขา’

Published 4 ก.ย. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

เป็นเรื่องเป็นราว เมื่อ ‘หมาเขากัดเรา/ หมาเรากัดเขา’

หมาของใคร ของใครก็ห่วง...ขา-แขนของใคร ของใครเขาก็ห่วงเช่นกัน อยู่ดีๆ ก็ผีซ้ำด้ำพลอย ไปโดนเจ้าตูบที่ไหนฝังเขี้ยว 2 ที 4 รู ก็มีให้เห็นเป็นเรื่องเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความรู้กับ Rabbit Today ว่า เมื่อแยกประเด็นออกเป็น กฎหมายอาญา มาตรา 377 ในเรื่องการเอาผิด การลงโทษ กับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 443 การชดใช้ค่าเสียหาย ได้ความว่า

กฎหมายอาญา มาตรา 377 ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท 

“อาจไม่ใช่เจ้าของก็ได้ สมมติเราเป็นเจ้าของ เรามีคนรับใช้ในบ้าน ดูแลสัตว์เลี้ยงให้เราอยู่ (หมา แมว และอื่นๆ) ลูกจ้างประมาท ทำให้เกิดเรื่อง ก็อาจไม่สามารถไปเอาผิดได้ เพราะความปล่อยปละละเลย ก็ต้องดูว่าผู้เสียหายไปแหย่ให้โกรธหรือไม่ 

แต่กรณีที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปนั้น โดยจิตสำนึกผู้เลี้ยงหรือเจ้าของต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นอยู่แล้ว บางกรณีปล่อยเจ้าทุกข์ไปรักษาใน รพ.เอกชน ก็แพง กลายเป็นเรื่องใหญ่

ถ้ารับผิดชอบแต่แรก หรือรับผิดชอบให้ดีก่อนเกิดเรื่องจะเป็นการดีที่สุด

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 เกี่ยวกับการชดใช้ค่าเสียหาย ละเมิด ทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย พูดถึงค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายเสียเวลา 

“มันเคยมีเคสต์ที่ว่า พอไปให้เจ้าของหมา เขาบอกเขาจะช่วยแค่นี้แหละ แต่ถ้าต้องการมากกว่านี้ ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง หมาน่ะ ไปกัด ไอโฟนเอ็กซ์ ตกแตก เขาต้องไปฉีดยา เจ้าของหมาบอกไปฟ้องเอา สรุปชนะ ได้เงินมาแสนกว่าบาท

“เมื่อพิจารณารายได้ต่อวัน ศาลดูตามความเป็นจริง อาจเป็นค่าของเสียหาย สิ่งของที่มองเห็น-ทรัพย์สิน รวมกับค่ารักษาพยาบาล และส่วนที่มองไม่เห็น-ค่าทำขวัญ แต่ตรงนี้ศาลไม่ได้ให้ทุกราย ต้องดูผลกระทบของการตกใจ ทำขวัญ สติแตกไหม รักษาเยียวยา

“เคยมีกรณี โดนหมาไล่งับ ได้รับอาการบาดเจ็บ เอี้ยวคอไม่ได้ นั่นคือความเสียหายอย่างอื่นโดยไม่ใช่ตัวเงิน ต้องใช้ค่าใช้จ่ายอีกเท่าไหร่ ตรงนี้ทำให้แต่ละเคสต์ไม่เท่ากัน 

“กรณีโจทย์ไม่มีเงินจ่าย ถ้าเรียกการบังคับคดี ก็ต้องไปสู่การยึดทรัพย์ หรือขายของมาจ่าย ตามมูลค่าที่ศาลตัดสิน มันค่อนข้างใช้กระบวนการยุ่งยาก ทั้งนี้ผู้เสียหายไม่นิยมให้จบลงตรงนั้น” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าว

สรุป คนไทยใจดี พูดคุยหารือกันได้ และโดยมากจะมีสำนึกรับผิดชอบและตกลงกันก่อนขยายผลไปสู่ให้ศาลตัดสิน กรณีมีความขัดแย้งเหล่านี้เกิดขึ้น จึงจบลงโดยไม่เกิดความขัดข้องหมองใจ แต่หากบางเคสต์ไม่จบลงง่ายๆ ก็จำต้องให้ทวงถามหาความยุติธรรม ตามสมควรแก่เหตุและผลของความเสียหาย

เจ้าของสัตว์เลี้ยง-โดยสำนึก คือผู้รับผิดชอบสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่

ผู้เสียหาย-รับการเยียวยาและตามสมควร และต้องไม่เกิดจากการยุแหย่ หรือเป็นต้นเหตุให้นำไปสู่ความเสียหาย

จบอย่างสวยสงบศพสีชมพูก็ดีไป แต่ถ้าไม่...บางทีกลายเป็นเรากัดเขา เขากัดเรา ตัวคนเลี้ยงกลายเป็นหมาไปซะงั้น...ต้องไปให้ศาลตัดสินวุ่นวายกันทุกฝ่าย

‘ตัวบทกฎหมาย’ 

คนมีสัตว์เลี้ยง...รู้ไว้ ก่อนความซวยมาเยือน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีสัตว์เลี้ยงเราไปกัดคนอื่น อาจมีโทษตามกฎหมายทั้งในทางแพ่งและอาญา

ความผิดในทางแพ่ง

มาตรา 420 บัญญัติว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

มาตรา 433 ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้นๆ ก็ได้

**การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กฎหมายระบุไว้ มาตรา 443 ถึง มาตรา 446

มาตรา 443 ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ อีกด้วย

ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย

ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา 444 ในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยนั้น ผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายอันตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันนั้นและในเวลาอนาคตด้วย

ถ้าในเวลาที่พิพากษาคดีเป็นพ้นวิสัยจะหยั่งรู้ได้แน่ว่าความเสียหายนั้นได้มีแท้จริงเพียงใด ศาลจะกล่าวในคำพิพากษาว่ายังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษานั้นอีกภายในระยะเวลาไม่เกินสองปีก็ได้

มาตรา 445 ในกรณีทำให้เขาถึงตาย หรือให้เสียหายแก่ร่างกาย หรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ถ้าผู้ต้องเสียหายมีความผูกพันตามกฎหมาย จะต้องทำการงานให้เป็นคุณแก่บุคคลภายนอกในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมของบุคคลภายนอกนั้นไซร้ ท่านว่าบุคคลผู้จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อที่เขาต้องขาดแรงงานอันนั้นไปด้วย

มาตรา 446 ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ สิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่โอนกันได้ และไม่ตกสืบไปถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

อนึ่ง หญิงที่ต้องเสียหายเพราะผู้ใดทำผิดอาญาเป็นทุรศีลธรรมแก่ตน ก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้

ความผิดในกฎหมายอาญา

มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 377 ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



Advertising