ชีวิตและการงาน

อ่อนหวานอยู่ในความแข็งแกร่ง

Published 31 ส.ค. 2018

By นพเก้า เนตรบุตร

men-can-do-embroidery-smart-living-Rabbit-Today-banner

มีผู้ชายมาเรียนปักผ้ากับฉันอยู่บ้าง ฉันคงเคยบอกคุณไปแล้วละ ว่าฉันเป็นครูสอนปักผ้าที่ผ่านชีวิตงานโฆษณามาทั้งชีวิต

บทสนทนาเริ่มต้นของการพบกันในการสอนปักผ้า ผู้คนมักจะถามว่า ฉันมาปักผ้าได้อย่างไร และคำถามต่อไป มีผู้ชายมาเรียนปักผ้าด้วยบ้างไหม

ในปีนั้น 2555 ถ้าว่ากันตามความเชื่อในความหมายของเลขนางฟ้า (Angel Number Meaning) เมื่อเห็นเลขห้า 3 ตัววางเรียงติดกัน มีความหมายว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต สำหรับฉันในปีนั้น มันเกิดความเปลี่ยนแปลงจริงๆ ถ้านับจากตอนนี้ ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน อาจเป็นตอนที่ยุคไอทีกำลังเฟื่องฟูสุดๆ ฉันจำได้ว่า บริษัทโฆษณาที่สังกัด เพิ่งก่อตั้งแผนกดิจิทัลขึ้นมา เพื่อปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกมวลรวมที่กำลังเปลี่ยนไป

และเช่นกัน ปีนั้นฉันเริ่มต้นปักผ้า ราวกับเพิ่งตื่นขึ้นมาตระหนักได้ถึงความไม่จริงใจของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หรือไม่ก็อาจกำลังเลี่ยนกับความอัตโนมัติฉับไว ความง่าย ความทันใจเกินไปของอะไรทั้งหลายแหล่ ทำให้ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ได้มาเร็วๆ

จู่ๆ สัญชาตญาณโบราณก็งอกเงยจากตัว เหมือนโดนดูดเข้าไปในเครื่องย้อนเวลา ข้ามไปสู่อีกฟากของแผงวงจร ฉันพาตัวเองกลับไปโลกยุคเก่า ยุคที่ผู้คนยังต้องทำอะไรต่อมิอะไรด้วยมือตัวเอง เดินสวนทางไปอย่างหนืดๆ ด้วยแรงเสียด เบียดตัวเองขึ้นไปเป็นครูสอนปักผ้าด้วยมือ ช้าๆ และเฝ้าคิดแต่ว่า เป็นผู้หญิงต้องปักผ้า

ไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นผู้หญิงทุกคนคิดว่าต้องเป็นแบบนั้น จากการดูหนังดูละครย้อนยุค ที่เห็นผู้หญิงมือติดอยู่กับเข็ม ทุกคนเย็บปักถักร้อยเป็น โดยเรียนรู้จากย่า ยาย หรือไม่ก็แม่ และถ้าค้นไปให้ลึกกว่านั้น ในสมัยโบราณ จะมีธรรมเนียมรับขวัญเด็กแรกเกิดด้วยของ 2 สิ่ง

ถ้าเด็กน้อยเกิดมาเป็นผู้ชาย จะมีกระด้งใส่สมุด ดินสอ วางเอาไว้ข้างๆ เพื่อไว้นำทางปัญญา ความรู้ ความฉลาดมาใส่ตัว และถ้าเป็นเด็กผู้หญิง ในกระด้งรับขวัญจะเป็นเข็มกับด้าย ใช่ละ ผู้หญิงเราเกิดมารับหน้าที่เย็บปักถักร้อย ซ่อมเสื้อให้ผู้ชาย หน้าที่ที่ถูกฝังไว้ในความทรงจำ ให้เข้าเส้นจิตวิญญาณ ตั้งแต่เริ่มชีวิตใหม่ ซึ่งมันแปลได้ว่า หน้าที่ของแต่ละฝ่ายถูกแบ่งเขตแดนไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ชายจึงไม่ควรมาวุ่นวายกับผ้า ผู้หญิงไม่ควรไปอยู่กับตำรับตำราอ่านเขียน

แต่มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าหญิงและชายข้ามรั้วโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนวิชากันเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงทำอะไรๆ ได้เกือบเทียบเท่าผู้ชาย แล้วผู้ชายล่ะ ทำอะไรที่ดูเหมือนเป็นงานของผู้หญิง ได้เทียบเท่าผู้หญิงหรือยัง

มีผู้ชายมาเรียนปักผ้าด้วยบ้างไหม เป็นคำถามที่ถูกถามในเชิงสงสัยบ่อยๆ และคงคิดว่า จะได้คำตอบว่า “ไม่เคยมีผู้ชายมาเรียนด้วยเลย” แต่ความจริงแล้วเคยมีผู้ชายมาเรียนด้วยบ่อยๆ จนเริ่มคิดว่าการปักผ้าคงจะไม่ใช่กิจกรรมที่จะใช้แยกเพศหญิงชายออกจากกันอีกต่อไป ปักผ้าคือกิจกรรมหนึ่ง ใครมีมือที่สมบูรณ์ปกติก็ทำได้

หญิงชาย เราต่างมีมือเหมือนกัน หากผู้ชายคิดจะทำ ย่อมไม่ใช่เรื่องไกลเกิน แม้ภาพลักษณ์ของงานผ้าปักจะยังถูกจัดไว้ให้เพศหญิงก็ตาม คงเพราะผ้าคือความนุ่มนวล เส้นไหมคือความบอบบาง ปักผ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนมือด้วยความย่องเบา กระดูกมือของผู้ชายหนัก การปักผ้าจึงไม่ใช่เรื่องถนัดตามสัญชาตญาณ

ผู้ชายเกิดมามีกล้ามเนื้อไว้ออกแรงหนัก แต่ฉันก็ได้พบผู้ชายหลายคนที่ปักผ้าราวเสกมนต์ได้ ฝีมือดีไม่แพ้ฝ่ายหญิง หรือไม่ก็อีกแบบ ผู้ชายบางคนปักผ้าเหมือนวาดรูปด้วยสีน้ำมัน มีฝีแปรงเร็วๆ หนักๆ หยาบๆ เป็นสไตล์เฉพาะตัว

หลายปีที่ผ่านมา ฉันสอนปักผ้าให้กับคนเป็นพันคน แค่เห็นวิธีจับเข็มก็รู้ได้ทันที ใครจะปักผ้าดี เก่ง ไปได้เร็ว คนจะปักผ้าได้ดี จะดีตั้งแต่จับเข็ม จับเข็มแบบเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะตัวเอง หรือจับเข็มอย่างเป็นสิ่งแปลกปลอม ที่ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อจะปรับคลื่น ให้เข็มกลืนไปกับนิ้ว

มีครั้งหนึ่งได้สอนปักผ้าให้กับผู้ชายคนหนึ่ง แรกที่ได้เห็นวิธีจับเข็มของเขา ฉันรู้ว่า วันนี้คงต้องเหนื่อยหน่อย นี่แหละจับเข็มแบบผู้ชายแท้ๆ ได้เจอผู้ชายจริงที่อยากมาปักผ้า เขาไม่ได้นุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนผู้ชายหลายคนที่เคยมาเรียนด้วย คราวนี้ฉันจะได้มีโอกาสศึกษาว่า ผู้ชายจะมีวิธีปักผ้าอย่างไรเมื่อได้มาเรียนกับผู้หญิง กับเขา

นอกจากสอนปักผ้า เรายังคุยกันได้หลายเรื่อง เรื่องงานของเขา เรื่องของสะสม มีด กล้องฟิล์ม รถเก่า โชคดีที่ฉันพอจะคุยกล้อมแกล้มไปได้บ้าง แบบผู้ชายๆ วันนั้นเขาไม่ได้ต้องการเทคนิคปักผ้าอะไรจากฉันมาก เขาชัดเจน ตรงประเด็นในสิ่งที่ต้องการ ไปใช้งานเฉพาะทางของเขา

ในท้ายของวันนั้น เขาจบวันด้วยดี ได้เท่าที่เขาต้องการ แล้วฉันก็ได้รู้ว่า ผู้ชายจริงๆ ที่อยากข้ามฝั่งมาลองนั่งกับผู้หญิง แบบไม่ใช่ผู้หญิง มันเป็นอย่างไร และยืนยันได้ว่า ปักผ้า ไม่ใช่งานเฉพาะหน้าของผู้หญิง และผู้ชายคนไหนๆ ที่อยากทำแบบนี้ เชื่อเถอะ เขาจะน่ารักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

อย่างน้อยที่สุด เขาก็เข้าใจผู้หญิงมากขึ้นอีกหน่อย



Advertising