ชีวิตและการงาน

ชวนดู ‘กรงกรรม’ ละครน้ำดีสอดแทรกข้อคิด ‘พ่อแม่รังแกฉัน’

Published 8 มี.ค. 2019

By Rabbit Today

krongkarma-smart-living-Rabbit-Today-banner

นาทีนี้ถ้าพูดถึงละครหลังข่าวที่กำลังมาแรงที่สุด จนคนดูติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง คงหนีไม่พ้นละครเรื่อง ‘กรงกรรม’ ของทางช่อง 3 ที่ออกอากาศไปแค่ไม่กี่ตอน ก็สร้างกระแสแฮชแท็ก #กรงกรรม #อาซันลาเวนเดอร์ และอื่นๆ จนติดอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ไปเรียบร้อย

แถมใครที่เป็นคอละครหลังข่าวก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ละครเรื่องนี้นอกจากจะขนดาราระดับแม่เหล็กแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ใหม่ เจริญปุระ, เบลล่า ราณี, เจมส์ จิรายุ และอื่นๆ อีกเพียบ มาประชันบทบาทกันอย่างถึงใจแล้ว เนื้อเรื่องยังมีความสนุก เข้าถึงคนดูได้ง่าย ที่สำคัญบทละครยังสอดแทรกข้อคิดดีๆ ไว้สอนใจคนดูอีกมากมาย ซึ่งเกี่ยวโยงกับประเด็น ‘รักลูกไม่ถูกทาง’หรือ ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ ไว้อย่างชัดเจน โดยถ่ายทอดผ่าน ‘เถ้าแก่เนี้ยะ’ หรือ ‘แม่ย้อย’ ผู้เป็นแม่ของลูกชาย 4 คนในครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ต้องการให้ลูกชายทั้งสี่ของเธอเติบโตและเป็นไปในทิศทางแห่งอนาคตที่แม่ย้อยได้ขีดไว้ จนอาจจะเข้าข่าย ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ เหมือนในสุภาษิตไทยยังไงยังงั้นเลยละ

พูดง่ายๆ ว่าละครเรื่องนี้ได้สะท้อนรากเหง้าชีวิตจริงของครอบครัวในสังคมไทย ซึ่งในปัจจุบันยังมีอีกหลายครอบครัวที่เลี้ยงลูกแบบจะต้องเดินไปตามเส้นทางที่พ่อแม่ขีดให้เดินเท่านั้น แต่การเลี้ยงลูกในลักษณะนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวพ่อแม่และลูกอย่างไรบ้าง?

1. บีบบังคับลูกจนเกินไป

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ในปัจจุบันนี้ยังมีหลายครอบครัวที่อาจจะเป็นอย่าง ‘แม่ย้อย’ (ใหม่ เจริญปุระ) ที่คอยบีบบังคับลูกๆ มากจนเกินไปจนลูกๆ เกิดความกดดัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพ่อแม่หลายคนอาจจะคิดว่าการที่ตัวเองบีบบังคับหรือตั้งกฎให้ลูกทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ใครเขาก็ทำกัน แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เคยได้ยินประโยคที่ว่า “อะไรที่มันมากเกินไปย่อมไม่ดี” บ้างมั้ย นั่นแหละหากลูกๆ ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการมากเกินไปโดยพวกเขาไม่ยินยอมพร้อมใจ สุดท้ายแล้วเด็กจะรู้สึกอึดอัดมาก จนเกิดพฤติกรรมแหกกฎขึ้นได้ในภายหลัง ซึ่งถือว่าเป็นผลเสียยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

หากจะเทียบกับฉากในละครเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัด ก็คงจะเป็นตอนที่แม่ย้อยไปขอ (เรียกว่าบังคับดีกว่า) ให้ ‘อาตง’ ลูกชายของตนที่กำลังบวชเป็นพระ สึกออกมาเพื่อจะแต่งงานกับ ‘พิไล’ หญิงสาวที่ครอบครัวมีฐานะร่ำรวย เหตุผลที่แม่ย้อยต้องไปขอให้อาตงยอมสึกเพื่อมาแต่งงานนั้น ก็เป็นเพราะลูกชายคนโต ‘อาไช้’ ซึ่งได้หมั้นหมายกับพิไลไว้ด้วยความเห็นดีเห็นงามจากนางย้อย ดันไปมีภรรยาเสียก่อนน่ะสิ แจ็กพอตจึงมาตกอยู่ที่ ‘อาตง’ ลูกชายคนรอง ที่ต้องแต่งงานเพื่อกู้หน้าให้ครอบครัวทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้รักพิไลเลยสักนิด ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่า นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลย เพราะจะสร้างปัญหาในชีวิตให้กับลูกได้ แถมปัญหาของลูกนั้นก็อาจจะวนกลับมาสร้างความทุกข์ให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ในอนาคตด้วยเช่นกัน

2. วางตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

การวางตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่งนั้น สักวันหนึ่งจะต้องสร้างความอึดอัดใจให้กับคนรอบตัวอย่างแน่นอน ในละครเรื่องนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่า แม่ย้อยเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางกับทุกเรื่องทุกอย่างในครอบครัว ทำตัวเป็นเจ้าแม่จอมบงการ สิ่งที่ตนเองพูดนั้นมักจะถูกเสมอ ใครพูดอะไรมาก็ไม่ฟัง ห้ามลูกๆ มีเหตุผลเป็นของตัวเอง หากสั่งให้ใครทำอะไรแล้ว คนนั้นก็ต้องทำ ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งเด็ดขาด แล้วอาจจะด้วยความเป็นลูก ไม่ว่าแม่จะสั่งอะไรพวกเขาก็ต้องทำตาม ส่วน ‘อาเตี่ย’ สามีของแม่ย้อยนั้นก็เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงนัก ยอมให้ภรรยาเป็นช้างเท้าหน้าเพื่อตัดความรำคาญทั้งหลาย เพราะจริงๆ แล้วสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็รู้กันหมดว่าแม่ย้อยเป็นคนนิสัยยังไง อะไรที่ยอมได้และไม่ทำให้เกิดเรื่อง พวกเขาก็มักจะยอมๆ ไปก่อน

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การวางตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่งนั้น ไม่เพียงแค่จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดใจเท่านั้น แต่ใครก็ตามที่ยึดถือว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลนั่นแหละที่จะรู้สึกเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป หากสิ่งต่างๆ หรือคนรอบตัวไม่ยอมเป็นไปในแบบที่ตัวเองต้องการ หรือทำอะไรไม่ได้ดังใจ ซึ่งหากสะสมความเครียดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดบาดแผลทางใจได้

3. ตามใจลูกมากเกินไป

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ข้อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของแม่ย้อย แต่เป็นครอบครัวของ ‘พิไล’ หญิงสาวที่จะต้องแต่งงานกับ ‘อาตง’ ลูกชายคนรองของแม่ย้อยนั่นแหละ ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อแม่เลี้ยงพิไลอย่างคุณหนูและคอยตามใจมาโดยตลอด แต่หลังจากงานแต่งงานของอาตงกับพิไลผ่านไปแล้ว พิไลจำต้องย้ายมาอยู่กับครอบครัวของแม่ย้อย แต่เธอกลับทำงานบ้านไม่เป็นเลยสักอย่าง เพราะปกติแล้วนางพิกุล แม่ของเธอจะเป็นคนที่คอยทำทุกอย่างให้เสมอ

ต้องระวัง! เลี้ยงลูกเข้าข่าย ‘รักลูกไม่ถูกทาง’,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ข้อนี้เห็นได้ชัดว่า การตามใจลูกมากเกินไป หรือไม่ฝึกให้ลูกทำอะไรเองบ้างเลย สุดท้ายแล้วลูกก็จะเป็นอย่างพิไล ที่ทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่าง สุดท้ายก็ต้องจ้างคนอื่นมาทำงานบ้านแทนทุกอย่าง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการที่พ่อแม่ “เลี้ยงลูกแบบสปอยล์” หรือเป็นการเลี้ยงลูกแบบตามใจจนเกินไป จนเกิดพัฒนาการในด้านลบ ทั้งการกระทำ อารมณ์ หรือคำพูด สุดท้ายแล้วผลเสียก็จะตกอยู่ที่ลูก ซึ่งทำอะไรเองก็ไม่เป็น แถมยังยอมคนอื่นไม่เป็นอีกด้วย ซึ่งในอนาคตคนแบบนี้จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ลำบากแน่นอน

ก่อนจากกันก็อยากจะบอกกับทุกคนว่า “การรักลูกนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรกระทำอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องรักลูกให้ถูกทาง รู้จักสอนให้ถูกวิธี ติติงในสิ่งที่ลูกทำผิด รวมทั้งชื่นชมเมื่อพวกเขาทำสิ่งที่ดี” ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกแบบ “พ่อแม่รังแกฉัน” ก็ได้



Advertising