ชีวิตและการงาน

มองดอกไม้เห็นตัวเอง

Published 23 มิ.ย. 2019

By คำ ผกา

มองดอกไม้เห็นตัวเอง

ไม่นานมานี้ได้ไปเรียนจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นหรืออิเคบานะแล้วพบว่า การจัดดอกไม้ช่างเป็นกิจกรรมที่ชวนให้เพลิดเพลินเสียจริงๆ

ตอนที่เรียนอยู่เกียวโต เคยไปเรียนอิเคบานะด้วยเหมือนกัน อาจจะด้วยอุปสรรคของภาษาที่ทำให้ไม่เข้าใจในสิ่งที่สอนสักเท่าไร หรือตัวเองอาจจะไม่สุกงอมพอสำหรับจะเรียนในเรื่องเหล่านี้ก็ไม่อาจจะรู้ได้   แม้จะเรียนแล้วชอบมาก สุดท้ายก็ได้ละทิ้งจนแทบจะลืมไปเลย

จนล่าสุดที่ศูนย์วัชรสิทธา ครูเปิดสอนคอร์สสั้นๆ เรียนแค่ 2 วัน ฉันซึ่งลึกๆ ก็ถวิลหาการเรียนอิเคบานะอยู่แล้วเลยตัดสินใจไปเรียน

เดินเข้าไปในห้องก็ต้องตื่นตะลึงกับดอกไม้ ใบไม้ที่ครูเตรียม มีตั้งแต่ดอกหญ้าข้างทาง กิ่งและลูกฝรั่งขี้นก กิ่งมะกรูด ส้มจี๊ด ใบโกสน ไปจนถึงดอกไม้ที่มีขายอยู่ทั่วไป ทั้งกุหลาบ แกลดิโอลัส เบญจมาศ ฯลฯ นับคร่าวๆ น่าจะมีดอก ใบ ต่างๆ ในรูปลักษณ์ที่ ‘ดิบๆ’ มาจากสวนนับร้อยชนิด และแจกันสารพัดทรง สารพัดแบบ และในความหลากหลายนี้ ไม่มีสิ่งที่วัดคุณค่ากันที่ความเก่า ความแพง แต่เน้นความหลากหลายของรูปทรง และวัสดุเสียมากกว่า

สิ่งที่ฉันประทับใจกับการเรียนจัดดอกไม้ครั้งนี้ไม่ใช่การมีความสามารถจะจัดอิเคบานะได้สวยงาม สงบนิ่งราวกับผู้บรรลุแล้ว แต่คือขั้นตอนของการจัดที่เป็นเหมือนอุบายแห่งการขัดเกลาจิตใจ

ตั้งแต่ขั้นแรกที่เราต้องเตรียมภาชนะใส่น้ำ ถังน้ำสำหรับแช่ก้านดอกไม้ ใบไม้ ผ้าเช็ดมือ กรรไกรตัดกิ่งไม้ อันจะต้องวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย นั่นแปลว่า ระหว่างที่เราจัดดอกไม้นั้นก็ไม่พึงมีความกระจัดกระจายของกิ่งใบอย่างอลหม่านรอบตัวเราด้วย

จากนั้นสิ่งที่ต้องทำคือนั่งหรือยืนนิ่งๆ หลับตา ทำใจให้สงบ ให้ผ่อนคลาย ให้วางเรื่องอื่นๆ ไว้ก่อน  แล้วค่อยออกไปเดินเลือกดอกไม้ การเดินไปเลือกควรถือผ้าเช็ดมือผืนเล็กไปด้วย เพื่อซับน้ำจากดอกไม้  ไม่ใช่ไปดึงดอกไม้มาจากถัง เดินมาที่แจกันแล้วปล่อยให้น้ำหยดลงไปตามทางเลอะเทอะไปหมด สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น 
ได้ดอกไม้ที่เลือกแล้ว จึงค่อยลงมือจัดวาง

อิเคบานะแบบพื้นฐานดั้งเดิม คือการจัดตามธรรมชาติของดอกไม้ หรือกิ่งไม้ที่เราเลือก เขามาอย่างไร เราจะไม่ไปดัด ตัด แต่ง หรือบิดพลิ้วเขาให้เป็นอย่างอื่น แต่จะหาภาชนะที่เหมาะสมกับเขา จัดวางในทิศทางที่เขาได้เปล่งประกายความงามตามธรรมชาติของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่เท่าที่เขาเป็น
เราจะเห็นด้านที่งามที่สุดของเขาอย่างไร 

สิ่งที่เราต้องทำ คือตั้งใจ ‘มอง’ เขา ความบกพร่อง ความบิดเบี้ยว ความผิดรูปบางอย่างในธรรมชาติ อาจเป็นความงามที่สุดก็ได้ ไม่เพียงแต่มองดอกไม้ ในหลายครั้งเรายังต้องดูว่าดอกไม้นี้ กิ่งไม้นี้เขาคุยกับแสง ณ ที่นั้นอย่างไร และในมุมไหน ที่เขาจะคุยกับแสงได้งดงามที่สุด ทรงพลังที่สุด เปล่งปลั่งที่สุด สุดท้ายภาชนะที่รองรับเขาต้องเป็นรูปทรงไหน จึงจะส่งเสริมให้ความงามนั้นเปล่งประกายยิ่งขึ้น

บทเรียนแรกคือการปักดอกไม้/ใบไม้ เพียง 1 กิ่ง จากนั้นเพิ่มเป็นสอง และสาม บนหลักความสมดุลระหว่างฟ้า ดิน และมนุษย์ ที่อยู่ร่วมกัน 

ตลอด 2 วัน เหมือนจะเป็นการเรียนจัดดอกไม้ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องของการคุยกับตัวเอง ทำไมเราเลือกอันนี้ ไม่เลือกอันนั้น ทำไมเราเลือกภาชนะทรงนี้ ไม่เลือกทรงนั้น ทำไมเราจึงเห็นสิ่งนั้นสวย และสิ่งนั้นไม่สวย จัดไปแล้ว ตรงไหนที่เราควรจะพอ หรือตรงไหนที่เราคิดว่ายังขาด

คงไม่มีใครสำเร็จวิชาดอกไม้ภายใน 2 วัน แต่หลังจากจบคลาส สิ่งที่ดีที่สุดคือ ฉันเห็นว่าดอกไม้ ใบไม้ทุกชนิดสามารถนำมาจัดอิเคบานะได้หมด ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหาดอกไม้สวยๆ แพงๆ 

ฟังดูน้ำเน่ามากถ้าจะบอกว่า พอเริ่มเห็นเท่านั้น เราก็จะเห็นตลอดไป นั่นคือ เริ่มเห็นรูปทรง เส้นสาย ความพลิ้วไหวของพืชพรรณทุกชนิดที่ผ่านสายตาเราไป ตำลึงก็สวย ลูกตำลึงสุกก็สวย เถาวัลย์ ดอกหญ้า ดอกกะเพรา โหระพา เฟื่องฟ้า ฯลฯ ขอให้เป็นพืช ทุกชนิดล้วนมีตำแหน่งแห่งที่ในความงามเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหยิบความงามนั้นมานำเสนอได้อย่างแจ่มชัดหรือไม่

ตอนนี้เลยมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นมาอีก 1 อย่างในชีวิต นั่นคือการจัดดอกไม้ในเวลาว่าง เริ่มจากหาภาชนะ แจกันที่ชอบ เที่ยวเดินท่อมๆ มองหาดอกไม้ ใบไม้ใกล้มือ แล้วฝึกจัด ฝึกวางเป้าหมาย ไม่ใช่ความงามด้วยตัวของมันเอง แต่เหมือนเป็นการฝึกการ ‘มอง’ ของตัวเองว่า ด้วยสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า เรา ‘เห็น’ อะไร  เมื่อ ‘เห็น’ แล้ว เรานำเสนอสิ่งที่เรา ‘เห็น’ ให้คนอื่นได้เห็นด้วยหรือเปล่า

เชื่อฉันเถอะว่ามันมหัศจรรย์มาก ฉันไม่อยากใช้คำว่า ‘ขัดเกลา’ จิตใจ เพราะฟังดูใหญ่โตเกินไป แต่ในท่ามกลางกิจกรรมร้อยอย่าง งานพันอย่างในแต่ละวัน การมีช่องว่างให้เราได้นั่งนิ่งๆ คุยกับดอกไม้ ใบหญ้า แล้วให้ดอกไม้เหล่านั้นเผยจิตใจของเราออกมาผ่านรูปทรงของมัน ประหนึ่งเป็นกระจกที่ทำให้เรามองเห็นตัวเราผ่านดอกไม้อีกชั้นหนึ่ง

เห็นและรู้จักตัวเองผ่านดอกไม้ แต่จะยอมรับสิ่งนั้นได้หรือเปล่าคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง



Advertising