ชีวิตและการงาน

ลาออกอย่างไร…ให้ดูมีคลาส

Published 3 ก.ค. 2019

By ชัช-ชะ-นีย์

ลาออกอย่างไร…ให้ดูมีคลาส

ถ้าพูดถึงเรื่องการลาออก นีย์มั่นใจค่ะว่า เกือบ 100% ของคนทำงาน มีความคิดเรื่องลาออกแบบถี่ๆ และแทบทั้งหมดจะต้องผ่านการลาออกในช่วงชีวิตการทำงานแน่นอน ด้วยเหตุผลแซบๆ ที่แตกต่างกันไป เช่น อยากฆาตกรรมเจ้านาย อยากเอาน้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากเพื่อนร่วมงาน ยาวไปจนถึงการโดนซื้อตัวไปอีกบริษัท

ใช่ค่ะ เงินซื้อคนอย่างเราไม่ได้...ถ้าไม่มากพอ

แต่วันนี้ ที่นีย์อยากจะบอกกล่าว คือการลาออกอย่างไรให้มันดูไม่น่าเกลียดน่ะค่ะ เพราะบางรายพอจะลาออก แหม...ทำออกอาการเข้าทำนองที่คนรุ่นพ่อแม่เราเรียกว่า ‘พอจะไปเหมือนไก่จะบิน’ เห็นภาพเลยไหมคะ คือนางพร้อมจะร่อนถลาจากไปแบบไม่แคร์บริษัทเดิม อารมณ์ว่า อยากจะไปให้พ้นๆ

วันก่อนน้องสาวอีกแผนกเดินมายื่นใบลาออกที่ HR แล้วเผอิญว่านีย์เดินไปอยู่แนวนั้นพอดี เสียงการพูดคุยมันลอยมากระแทกหู นีย์ไม่ได้อยากรู้เรื่องคนอื่นนะคะ แต่ว่า…เรื่องที่เขาคุยกันน่าสนใจ นีย์เลยต้องกระเถิบเข้าไปฟังแบบรักษาระยะห่าง แต่ก็ได้ยินเรื่องทั้งหมดจนครบ 

“หนูจะลาออกน่ะค่ะ อยากมีผลอาทิตย์หน้าเลย”

“อ้าว ไวไปนะคะ บริษัทเรามี Notice period 1 เดือนนะคะ จะไปทันทีเลยคงไม่เหมาะ”

“เหมาะสิคะ มันเหมาะกับหนู เพราะหนูได้งานใหม่แล้ว และจะไปแล้วค่ะ ขอใช้วันลาหยุดพักผ่อนที่เหลือทั้งปีนะคะ มันจะพอดีจบที่วันจันทร์หน้าเลย หนูจะได้ไปวีกหน้าเลยค่ะ”

เนี่ยๆๆๆ แบบนี้ละค่ะ ที่ฝรั่งเรียก Burn the bridge หรือเผาสะพาน คือพอข้ามฝั่งมาได้แล้วก็เผาสะพานทิ้ง กะว่าจะไม่ข้ามกลับไปเจอที่เก่าแล้ว อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ นีย์ขอแนะนำแบบนี้นะคะ

ถ้าเราตัดสินใจแล้วว่าเราไปแน่ๆ ไม่อยู่แล้วด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ที่ทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เราโดนกระทำจริงบ้าง และเราหาเหตุผลมาสนับสนุนการลาออกของตัวเราเองบ้าง เอาเถอะค่ะ ถ้าจะไปแน่ๆ ควรทำตามนี้ค่ะ

สื่อสารกับเจ้านายสายตรงของเราก่อน บอกกับเขาว่าเราขอลาออก จะดีมากถ้าได้คุยให้ Feedback หรือ ถามไถ่กันแบบคนมีสติ และควรพูดถึงการอยากขอวางแผนการส่งมอบงานที่ค้างอยู่ให้กับคนที่จะมาดูแลต่อไป การเดินไปแจ้งแบบเปิดอกแบบนี้ บางทีก็อาจจะถูกใจเจ้านายของเรานะคะ เพราะบางทีเขาก็อาจจะรอให้เรามาลาออกอยู่ก็เป็นได้ (อุปส์) แต่เราก็ยัง Professional ด้วยการพูดถึงแผนการส่งมอบงาน มันทำให้เราเป็นคนมีความน่าเชื่อถือและน่ารัก (แม้ที่ผ่านมาเราอาจจะเคยทำร้ายแม่บ้านใน Pantry เพราะนางเบี้ยวค่าหวยก็ตาม) 

ถัดมา คือท่าทีของเราค่ะ อย่าแสดงอาการมูมมามและร้อนรนมาก ว่าจะต้องไปแล้ว อยากไปมาก ทนไม่ไหวแล้ว ลองคิดภาพง่ายๆ ค่ะ ว่าถ้าเปรียบเรื่องการลาออกเป็นการที่เรากำลังจะโดนสามีเราทิ้งเพราะเขาไปพบภรรยาใหม่ที่สวยและรวยกว่า แล้วเขาเดินมาบอกเราว่า เออ อีแก่ ผมจะไปแล้วนะ ไปพรุ่งนี้เลย อุจจาระลูกชายของเราที่ผมเคยทำหน้าที่เช็ดล้าง ต่อไปนี้คุณจะทำอย่างไรก็เรื่องของคุณนะ ตามสบาย ผมจะไปแล้ว วันนี้เลย...

ถ้าเจอแบบนี้ คุณจะโอเคไหม ในใจคุณจะคิดอย่างไร ตอนอยู่ด้วยกันก็รักกันดี มีเรื่องดีๆ ทำด้วยกันตั้งมากมาย พอจะไป โอ้โห ยังกับจะติดปีกบินหนี เหมือนวิ่งหาโอ่งลงหนีผีปอบ มันก็เกินไปไหมคะ

อีกข้อที่สำคัญคือ อย่าทิ้งอุจจาระไว้ให้คนอื่นเช็ดล้าง จังหวะการลาออก ส่งต่องานนี่แหละ มันคือจังหวะการวัดใจ ถ้าคนลาออกจากไปแบบ Professional เช็ดล้างงาน และส่งมอบงานอย่างไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน มันก็จะดีงาม คนไม่ด่าครอบครัวและบุพการีไล่หลัง คนที่ลาออกควรจะลิสต์ออกมาเลยค่ะว่า ทำอะไรอยู่บ้าง มีงานอะไรอยู่บนหน้าตัก และงานไหนจะปิดจ๊อบก่อนไป งานไหนต้องส่งต่อ 

ขอย้ำว่า อย่าไปแบบ ‘ทิ้งขี้’ เพราะแน่นอนว่า คุณอาจจะไปแบบมีความคิดว่าฉันไม่แคร์แล้วค่ะ ฉันจะไปเกิดใหม่แล้ว แต่ก็ต้องไม่ลืมนะคะว่าโลกนี้มันแคบ ท้องฟ้าตั้งกว้าง ทำไมเครื่องบินมันยังบินชนกันได้เลยละค่ะ บางทีโลกกลมจัด เราไปสมัครงานที่ใหม่ เจอคนที่บริษัทเดิม หรือเขาเช็ก Reference กลับมา ชื่อเสียงของเรามันก็กระจายได้เหมือนขี้ที่เราปล่อยทิ้งไว้ได้เหมือนกัน 

และสุดท้าย พอลาออกไปแล้ว ไม่ว่าจะเกลียดที่ทำงานเก่ามากแค่ไหน ก็พยายามอย่าไปเที่ยวด่าทอ นินทาเขา เพราะมันไม่ได้ดู Cool นะคะ จริงๆ มันเหมือนคุณต้องพยายามหาเหตุผลมารับรองการลาออกของคุณมากกว่า และมันเหมือนเด็กที่จริงๆ อยู่ที่เก่าไม่ไหวแล้ว ก็ต้องหนีออกมา แต่ขอด่าให้หายแค้น พระท่านว่า ‘เลิกบ่น เลิกกรีดร้อง แล้วทำงาน’ นี่แหละค่ะ ถึงจะเรียกว่าคุณได้ไปเกิดใหม่อย่างแท้จริง แบบที่ไม่ได้เป็นสัมภเวสีที่ตายแล้วแต่ไม่ได้ไปไหนสักที เพราะยังวนเวียนหาเรื่องที่ทำงานเดิมที่เคยอยู่ตอนก่อนตายจากมา

วันนี้นีย์พอไว้แค่นี้ก่อนค่ะ เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่า เหตุผลอะไรแบบไหนบ้างที่นีย์คิดว่า คุณควรจะคิดเรื่องการลาออกจริงๆ บัยยยยย...



Advertising