ชีวิตและการงาน

เด็กสมัยนี้

Published 22 พ.ย. 2018

By ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

Gen-me-smart-living-Rabbit-Today-banner

คุณคิดอย่างไรกับคำว่า ‘เด็กสมัยนี้’

ฉันเพิ่งได้คุยกับนักศึกษาและอาจารย์ที่ ม.กรุงเทพ แล้วก็เซอร์ไพรส์ว่า ที่คณะนิเทศศาสตร์ยกเลิกการสอบในแต่ละเทอมแล้ว จะเหลือก็แค่สอบเก็บคะแนนเล็กๆ 5-10 คะแนน ใช่แล้ว ไม่มีการสอบอีกแล้ว!

ไม่มีสอบแล้วใช้วิธีอะไรวัดผล วิธีการก็คือ เปลี่ยนจากการสอบมาเป็นให้นักศึกษาทำโปรเจ็กต์ในแต่ละเทอมแทน โดยที่มีทั้งโปรเจ็กต์ที่อาจารย์เป็นคนมอบหมาย และโปรเจ็กต์ที่นักศึกษาคิดขึ้นมาเองและเดินไปบอกว่าอยากทำเพราะสนใจ

ฉันเกิดมาในรุ่นที่เด็กไทยต้องผ่านสมรภูมิการสอบกันตั้งแต่เด็ก สอบเข้าชั้นประถม สอบเข้ามัธยม สอบเข้ามหาวิทยาลัย ชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นของเราหมดไปกับการเรียนในห้องเรียนเพื่อไปสอบ และการกวดวิชาอย่างบ้าคลั่งเพื่อหา ‘วิธีตอบข้อสอบ’ ให้ได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเรียนเพื่อเอาความรู้ไปใช้ต่อยอดงอกงาม และเมื่อสอบเสร็จแล้ว ความรู้หลายอย่างเราก็หายไปพร้อมกับข้อสอบนั่นแหละ เราถึงได้เรียนอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แต่เอาไปใช้อะไรไม่ได้ 

ตอนมัธยม สมัยนั้นฉันเรียนสายวิทย์ ในวิชาฟิสิกส์ มาถึงอาจารย์ก็ตั้งโจทย์ว่า ถ้ามีก้อนหินมวล x โยนลงไปในน้ำด้วยแรง y จากองศา z จะเกิดคลื่นในน้ำกระเพื่อมไปไกลเท่าไร

คำถามของฉันคือ...แล้วโยนเพื่อ โยนก้อนหินลงน้ำแล้วเอาไปใช้กับชีวิตต่ออย่างไร

พอไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ฉันจึงไม่เห็นความงดงามของฟิสิกส์ว่ามันเอาไปสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง ฉันควรจะตื่นเต้นกับมัน แต่ไม่...โยนหินแล้วไง พอไม่เห็นความงดงามก็เบื่อการเรียนฟิสิกส์ไปด้วย โยนหินกัน 1 เทอมเนี่ยนะ…Hello?

แทนที่ยิ่งเรียนจะยิ่งตื่นเต้นว่าโลกนี้มีอะไรที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเต็มไปหมดเลย กลับกลายเป็นยิ่งเรียนยิ่งรู้สึกไม่อยากรู้ ยิ่งเรียนยิ่งไม่เห็นความงดงามของการเรียนรู้

โลกเปลี่ยนไปแล้ว การศึกษาเพื่อที่จะสร้างคนให้มาเปลี่ยนโลกก็ต้องเปลี่ยนไปเหมือนกัน

น้องนักศึกษาที่ฉันคุยด้วยเล่าให้ฟังว่า นักศึกษาหลายคนได้งานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ และขอไปฝึกงานเองแบบไม่ต้องรอให้ถึงชั้นปีที่บังคับฝึกงานก่อนค่อยไปฝึก น้องบอกว่าไปรอฝึกเอาทีหลังก็กลัวจะรู้ไม่พอ ฝึกมันเยอะๆ ไว้ก่อนดีกว่า ยิ่งกว่านั้น น้องเหล่านี้มีเงินเดือน หาเงินเองจากการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เริ่มจากฝึกงานนี่แหละ ปี 2 ปี 3 ก็ได้งานแล้ว น้องบอกว่าไปทำงานสัปดาห์ละ 3 วัน ได้ค่าจ้างมาเดือนละ 20,000 บาท--อ่านไม่ผิดหรอก 

นั่นแหละ ‘เด็กสมัยนี้’ คุณคิดว่าพวกเขาเจ๋งไหมล่ะ

เพื่อนฉันที่เป็นอาจารย์คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. เล่าให้ฟังว่า ‘เด็กสมัยนี้’ เขาเห็นโลกมามากกว่าที่เราคิด และที่สำคัญ เขากล้าพูด ล่าสุด ในห้องเรียนักศึกษายกตัวอย่างคอนเทนต์ของสื่อไทยที่เป็นดราม่ามาถกกัน นักศึกษาในชั้นบอกว่า ‘ทำไมเขาเป็นสื่อที่ช่างตื้นเขินแบบนั้นคะอาจารย์ เขาเขียนบทความได้ดูถูกคนอ่านขนาดนี้ ยังไม่นับที่มีการเหยียดคนอื่นด้วย Stereotype นี่เขากล้าเรียกตัวเองว่าสื่อได้อย่างไรคะ’

นั่นแหละ ‘เด็กสมัยนี้’ คุณว่าพวกเขาเจ๋งขนาดไหน

เมื่อปี 2013 นิตยสาร Time เคยขึ้นปกเรียกคนรุ่นใหม่ว่า Me, me, me Generation หรือคนยุคที่สนใจแต่ตัวเอง และก็เป็นรูปเด็กรุ่นใหม่กำลังถ่ายเซลฟี่ตัวเอง และหลายครั้งที่เราพูดถึง ‘เด็กสมัยนี้’ ก็มักจะมีน้ำเสียงเชิงดูแคลนเย้ยหยันความหยิบโหย่งของพวกเขา และไม่ค่อยจะหวังอะไรจากพวกเขาได้

แต่เราจะไม่มีความหวังในตัวพวกเขาเลยจริงๆ หรือ


AUTHOR :

ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
โด่งดังสุดขีดจากงานเขียนคาวๆ เอ๊ย!เรื่องฉาวๆ อุย...เอาใหม่ๆ บทความว้าวๆ ตีแผ่สังคมในโลกไซเบอร์ เขาคือคนคนเดียวกับที่เขียน Cyberraga รวมเล่มเป็นพ็อกเก็ตบุคติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ ท้อฟฟี่สารภาพว่าตื่นเต้นมากที่สุด ที่จะได้พบกับผู้อ่าน Rabbit Today ใน Smart Living เป็นประจำทุกสัปดาห์

Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today
Mugendai-Block-Rabbit-Today-Nov2018

Advertising