ชีวิตและการงาน

How to พลีชีพ ยอมตาย...ในไลน์บุฟเฟต์

Published 27 ม.ค. 2019

By ชัช-ชะ-นีย์

Buffer-and-employee-2-smart-living-Rabbit-Today-banner

คนกำลังวางแผนการกินบุฟเฟต์อยู่ดีๆ บอสก็ไม่น่าจะเดินโผล่เข้ามาขัดจังหวะให้เสียอารมณ์ วงประชุมของนีย์ จ๋า และพี่ไจโกะ เลยแตกเลย แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ นีย์เรียกประชุมใหม่แล้วค่ะ

วันนี้ นัดกันนอกสถานที่ที่ร้านกาแฟข้างออฟฟิศ เพื่อไม่ให้บอส หรือใครๆ มาขัดจังหวะ และพวกเราเตรียมสมุดจดพร้อมคอมพิวเตอร์มาด้วย เผื่อว่าเราอยากร่างพรีเซนเตชั่นแผนการกินบุฟเฟต์ของเรา 

และแล้วก็ถึงเวลานัดค่ะ สามสาว ตัวท็อปของวงการบุฟเฟต์ก็ได้มาเจอกันอีก โดยน้องจ๋านั่งรออยู่ก่อนแล้ว...

“น้องจ๋าคะ เลิกกินวิปครีม แล้วหันมาคุยกับพี่ๆ หน่อยเถอะค่ะ แล้วนั่นก็ไม่ใช่แก้วของจ๋านี่คะ ที่น้องกินอยู่อะ มันของคนที่นั่งก่อนหน้า เขาทิ้งไว้ไม่ใช่หรอคะ” พี่ไจโกะร้องเตือนน้องจ๋า (แต่นีย์ชินแล้วค่ะ เพราะนีย์เคยเห็นจ๋าเดินในซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วแอบเอาวิปครีมกระป๋องฉีดตรงเข้าปาก ทั้งที่ยังไม่ได้ซื้อ โดยนางอ้างว่า นางควรมีสิทธิ์ลองรสชาติก่อนซื้อ จนพนักงานขายต้องเดินมาขอให้ไปซื้อเครื่องทำวิปครีมไปทำกินเองที่บ้าน)

“อ้าว เหรอคะ ถึงว่า วิปครีมยุบไปเยอะเชียว คนอะไร น้ำใจมีมั่งไหมเนี่ย ไม่คิดจะเหลือของดีไว้ให้คนรุ่นหลังเลยหรือไง...แต่เอาล่ะค่ะ พี่ๆ จ๋ากลับไปทำการบ้านมาให้แล้วว่าแผนการกินบุฟเฟต์ต้องทำอย่างไร เริ่มเลยนะคะ

“อย่างแรก เรื่องการแต่งกาย จ๋าแนะนำให้เราเตรียมกางเกงยางยืดมาเปลี่ยนค่ะ ไม่ว่าวันนั้นพี่จะแต่งตัวสวยมาขนาดไหน ยิ่งยืดมากยิ่งดี เพราะท้องเราอาจจะขยายเยอะมาก เนื่องจากน้องกุ้ง น้องหอย น้องเนื้อ น้องปลา หรืออะไรก็ตามที่ลำเลียงเข้าสู่ร่างเรา จะไปอัดแน่นในกระเพาะ การใส่กระโปรงทรงเอ หรือทรงดินสออะไรของพี่นีย์ที่ชอบใส่ๆ มา จ๋าขอร้องเลยนะคะ You can’t sit with us. วันกินบุฟเฟต์แนะนำให้พี่นีย์ใส่ชุดแซ็กทรงโอ่ง หรือกางเกงยางยืดลายดอก แบบไม่มีอะไรมากวนใจเอวเราเลยค่ะ ส่วนพี่ไจโกะ หนูไม่ห่วง เพราะพี่ใส่กางเกงทรงเอวบานอยู่แล้ว”

“มันมีแต่กางเกงทรงขาบานป่าวคะจ๋า” นีย์งง แต่พอมองไปเห็นกางเกงพี่ไจโกะ “อ้อๆ เข้าใจละค่ะ เหมือนพี่ไจโกะสวมโอ่งลายมังกรอยู่เลยเนอะ ฮ่าๆๆๆ...น้องจ๋าพูดต่อเลยค่ะ” 

“ข้อต่อมานะคะ เราควรไปถึงงานให้ไวเลย เพื่อจองที่ที่ได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ค่ะ นั่นคือ เราต้องอยู่ใกล้ไลน์บุฟเฟต์ที่สุด เพราะในจังหวะที่เราอิ่มจนแทบจะลุกไม่ไหว เรายังสามารถตะโกนร้องบอกคนปรุงอาหารให้เอามาส่งให้เราเพิ่มได้ โดยไม่ต้องตะโกนให้เจ็บคอ

“ข้อ 3 นะคะ ในจังหวะเริ่มรับประทาน เราต้องเลือกทานนะคะ”

“อ้อ อันนี้พี่พอทราบ เราต้องเลือกของที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่สุดมารับประทานก่อน ใช่ไหมคะ” นีย์พูดตามหลักสุขศึกษา

“พี่นีย์นี้บ้าปะคะ พี่ชอบพูดเหมือนคนไม่ได้เรียนหนังสือ...การกินบุฟเฟต์ที่ดีคือ เราต้องไม่ห่วงสุขภาพค่ะ ดังนั้น มันต้องเลือกจากของแพงที่สุดก่อนสิคะ เช่น ตับห่าน เนื้อชั้นดี แล้วก็ไปย่านซีฟู้ด และตามด้วยอะไรก็ตามที่แพง แล้วก็วนกลับมาใหม่ที่ตับห่าน เนื้อชั้นดี ไปเรื่อยๆ แบบนี้ค่ะ”

“แล้วถ้าพี่อยากกินกะเพราหมู พี่ควรตักไหมคะ”

“ปากซอยบ้านพี่ไม่มีขายหรอคะ พี่ๆ อย่าลืมนะคะ ว่ามันคือเวลาที่เราต้องตักตวง ของดีที่เป็นของฟรี ที่ออฟฟิศจ่าย มันไม่ควรมีพื้นที่ของกะเพราให้ท้องเราอืดไหมคะ ถ้าพี่ไปตักมา จ๋าขอบอกเลยนะคะ You can’t sit with us.

“ข้อที่ 4 อย่าดื่มน้ำเยอะ เพราะน้ำจะทำให้เราอิ่มค่ะ ยิ่งน้ำอัดลมนี่ จ๋าไม่เคยเห็นด้วยเลยนะคะ เพราะมันทำให้ลมเราเต็มท้องจนเกินไป และเราจะพ่ายแพ้ต่อการกิน ถ้าร่างกายเราไม่ขาดน้ำจนถึงขั้นว่าเริ่มเห็นภาพหลอน เหมือนตอนหลงในทะเลทราย เราอย่าดื่มเด็ดขาดค่ะ ให้เราเก็บพื้นที่ไว้ให้ความสำคัญกับตับห่าน หรือปูอะแลสกาจะดีกว่า” 

“แล้วถ้าร่างกายเราหิวน้ำล่ะคะ” พี่ไจโกะยังสงสัย

“ไม่อยากจะบอกเลยว่าจริงๆ พี่ต่อสายน้ำเกลือแบบเวลาป่วยเข้าโรงพยาบาลก็ได้นะคะ ร่างกายจะไม่ขาดน้ำแน่นอน แต่ก็เข้าใจว่าคนจะแตกตื่น งั้นใช้วิธีจิบๆ น้ำก็ได้ค่ะ”

“แล้วถ้าเรากินไปเยอะแล้ว และร่างกายเริ่มอิ่ม แต่ใจเรามันยังไม่ยอมล่ะคะ”

“นั่นล่ะค่ะ คือ ข้อที่ 5...ใจเราต้องไม่ท้อง่ายๆ ค่ะ จำไว้นะคะ ว่าการมาบุฟเฟต์มันหมายถึง เราไม่ได้มาเล่นๆ เราต้องตั้งใจ แต่ถ้าเราเริ่มอิ่ม คุณยายของจ๋าเคยสอนเอาไว้ค่ะ ว่าให้เราเปลี่ยนมานั่ง ‘ท่าฤาษี’”

“ยังไงนะคะ”

“คือให้เราเอาขาข้างหนึ่งยกชันขึ้นมาวางบนเก้าอี้ เหมือนเราชันเข่าน่ะค่ะ ส่วนขาอีกข้างปล่อยไว้ตามเดิม”

“แต่ถ้าเรานั่งข้างผู้ใหญ่ เราจะทำได้หรือคะ อาจจะไม่เหมาะ” ไจโกะแอบถาม

“ชวนให้ทำพร้อมกันทั้งโต๊ะเลยค่ะ จะได้ไม่เขินกัน ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราถ่ายภาพหมู่ตอนชันขาพร้อมกันด้วยโดรน ทั้งโต๊ะมันจะดูสวยงามมากๆ และทุกคนก็อิ่มมากเหมือนเรานี่ล่ะค่ะ เขาน่าจะเข้าใจ และยอมทำเพื่อให้ทานต่อได้อีกยกนึง”

“ถ้าพี่อิ่มมาก พี่ชันขาสองขาเลยได้ไหมคะ” นีย์แอบอยากรู้

“พี่นีย์เอาอีกแล้วนะคะ พี่เรียนจบที่ไหนมาคะเนี่ย...ยกสองขา ลมมันจะออกมาด้านล่างนะคะ และมันจะไม่ใช่ท่าฤาษี มันคือท่าขึ้นขาหยั่ง มันดูไม่งามนะคะ” 

“แล้วจุดไหนที่จะบอกได้ว่าเราอิ่มมาก และควรหยุดกินคะ”

“คืองี้ค่ะ แต่ละคนจะมีจุดสังเกตที่ไม่เหมือนกันคือ บางคนจะเกิดอาการหน้ามืดวูบไป บางคนก็รู้สึกเหมือนว่าเอวย้ายมาอยู่ที่คอ ส่วนในกรณีของจ๋า จ๋าจะเห็นคุณยายที่ตายไปแล้วด้วยโรคอ้วน มายืนกวักมือเรียกให้ไปอยู่ด้วยค่ะ จ๋าก็จะหยุด”

“ทั้งหมดนี้ เราต้องทำตามหรือคะ มันฟังดูยากนะคะ พี่กลัวอิ่มตาย” นีย์เริ่มท้อ

“ถ้าพี่ๆ คิดว่ามันยาก เอางี้ค่ะ เอารูปปั้นบูชา ‘ชูชก ปางท้องยืดหยุ่น’ ไปบูชา รุ่นนี้ ท้องไม่แตกตามตำนานแน่ๆ จ๋าเช่ามาไว้เผื่อพี่ๆ คนละองค์ วันที่ไปทานจริงก็พกองค์ท่านไว้ กลัดเข็มกลัดท่านติดขอบกางเกงในไว้ก็ได้ค่ะ”

“ท่านจะมาแสดงอิทธิฤทธิ์มาเตือนเราให้หยุดกินหรือคะ”

“เปล่าค่ะ พอเราเริ่มอิ่มมาก เข็มกลัดมันจะเด้งออกเอง แล้วเข็มแหลมๆ มันจะแทงเราค่ะ เราจะสะดุ้ง แต่ไม่ได้แปลว่าให้เราหยุดนะคะ นั่นคือ สัญญาณเตือนว่า เรายังไปต่อได้อีก 1 รอบบุฟเฟต์ค่ะ”

โอเคค่ะ นีย์ว่า เราได้ความรู้มาจากจ๋ามากแล้ว แต่ทำไมฟังแล้วรู้สึกแน่นๆ อยากอาเจียนออกมาแล้วก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ไปรับประทานจริง เดี๋ยวไว้นีย์จะลองทำตามนาง แล้วจะมารายงานผลให้ฟังนะคะ



Advertising