ชีวิตและการงาน

30's ชีวิตไม่ง่าย

Published 29 พ.ย. 2018

By ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

30s-smart-living-Rabbit-Today-banner

ตั้งแต่อายุขึ้นต้นเลขสามมา ฉันพบว่าตัวเองและเพื่อนๆ พูดคำว่า "ชีวิตแม่-ไม่ง่ายเลยว่ะ" บ่อยขึ้นกว่าตอนอายุเลขสอง

แม้กระทั่งเรื่องที่เหมือนจะง่ายอย่างการรวมร่างเพื่อนๆ เพื่อไปเที่ยวกันพร้อมหน้า เอาเข้าจริงก็เป็นเรื่องยาก

ฉันกับเพื่อนรวม 4 คนซึ่งใช้รูป Sex & the City เป็นรูปโปรไฟล์กรุ๊ปแชทในไลน์ เพิ่งจะมีหาฤกษ์ไปเที่ยวด้วยกันได้ แต่กว่าจะถึงวันเดินทางก็ต้องเปลี่ยนแผนจากทริปเขาค้อ 2 คืนเป็นชะอำคืนเดียว แต่ฉันคิดว่าจุดหมายของเราไม่ใช่ชะอำแต่เป็นการที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่า

ท่ามกลางบทสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะ น้ำตา เสียงเพลง ความลับ และตะกอนประสบการณ์ต่างๆ ที่แต่ละคนพบมาและนำมาเล่าสู่กันฟังนั้น มุมมองการใช้ชีวิตของพวกเราในวัย 30 กว่าได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

เรื่องงาน เราพบว่ามันไม่มีงานในฝัน มันมีแต่การตกหลุมรักงานที่เราทำอยู่ให้ได้ และต่อให้เป็นงานที่เรารักนักหนา มันก็มาพร้อมกับความเจ็บปวดได้เสมอ

เราพบว่าในชีวิตนั้น มีสิ่งที่เราอยากทำมากมาย แต่ด้วยเงื่อนไขในชีวิตบางอย่าง "สิ่งที่เราอยากทำ" มากมายอย่างในวัยเยาว์นั้นจะถูกกรองให้เหลือ "สิ่งที่เราทำได้" เมื่อเราโตขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป จาก "สิ่งที่เราทำได้" จะถูกกรองให้เหลือ "สิ่งที่เราควรทำ"

ฟิลเตอร์ที่มากรองให้เราต้องเลือกตัดตัวเลือกไปหลายข้อในชีวิตจนเหลือ "สิ่งที่เราควรทำ" คือเวลาและความเป็นไปได้ แม้เราจะมี 24 ชั่วโมงเท่าเดิม แต่เราก็ตระหนักว่าเวลาในชีวิตของเราไม่ได้มีมากมายถมเถอย่างที่เราเคยคิด บวกกับการเรียนรู้ว่าชีวิตที่เราเคยคิดว่าเป็นของเราคนเดียวนั้นที่จริงเชื่อมโยงพัวพันกับคนอื่นอยู่เสมอ การตัดสินใจใดๆ ในชีวิตเราไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวเราเอง แต่ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงคนที่เรารัก โดยเฉพาะครอบครัว 

นั่นทำให้คำว่า "เลือกทำตามความฝันของตัวเองสิ แล้วเราจะประสบความสำเร็จ" แบบในหนังไม่ได้เป็นจริงกับชีวิตเราเสมอ ไปจนถึงการตั้งคำถามกับความฝันของตัวเอง เพราะเมื่อเงื่อนไขในชีวิตเปลี่ยน ความฝันที่เราเคยมีมันยังคงเป็นแบบนั้นไหม และไอ้คำว่า "ทำตามความฝัน" นี่มันฝันของใครวะ

หลายครั้งเราจึงต้องวางความฝันบางอย่างลง ไม่ใช่เพราะเราไม่รักมันมากพอ แต่เพราะคนวัยเราต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในชีวิต และเอาพลังไปทุ่มกับฝันที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่า

และการเลือกเส้นทางชีวิตผิดไม่ได้เป็นปัญหา สำคัญคือเรารู้ว่าเราเลือกเส้นทางไหน และได้เรียนรู้อะไรจากเส้นทางที่ผ่านมา

ชีวิตมันไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดเลย

เรื่องความสัมพันธ์ เราพบว่าชีวิตคู่แต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน วิธีการของคู่หนึ่งที่เวิร์คอาจจะไม่เวิร์คกับอีกคู่ ของแบบนี้อยู่ที่เราจะออกแบบความสัมพันธ์ของคู่ให้เป็นแบบไหน และเราได้เรียนรู้อะไรจากความสัมพันธ์

เพื่อนคนหนึ่งทบทวนชีวิตรักที่ล้มเหลวของตัวเองหลายครั้งและพบ "แพทเทิร์น" ของความสัมพันธ์ที่มักจะเริ่มต้นด้วยการตกหลุมรักคนที่มีโปรไฟล์ดี พบกันด้วยเรื่องราวดั่งเทพนิยาย (ที่ไม่ใช่เทพนิยาย Tinder) วาดฝันชีวิตคู่ที่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบ และสุดท้ายจบลงอย่างดราม่าแทบทุกครั้ง เมื่อเขาพบ "แพทเทิร์น" ที่เป็นจุดอ่อนของหัวใจตัวเองแล้ว นั่นทำให้เขาระวังและมีสติมากขึ้นเมื่อพบเทพนิยายเรื่องใหม่

แม้มันจะไม่ได้รับประกันว่าเราจะไม่พลาดอีก (และฉันมั่นใจว่าคงพลาดอีกหลายครั้ง) แต่อย่างน้อยการได้รู้ว่าจุดอ่อนของหัวใจเราคืออะไรก็น่าจะทำให้เรารู้เท่าทันตัวเองมากขึ้น เหมือนรู้ว่าหม้อน้ำมันร้อน ยังไงจะไปจับมันก็คงไม่จับเต็มมือเหมือนกับคนที่ไม่รู้ว่าหม้อมันร้อน รู้จุดอ่อนตัวเองน่าจะดีกว่าไม่รู้อะไรเลย บาดแผลที่ได้คงต่างกัน

เพื่อนอีกคนคบแฟนมานานมาก อยู่ด้วยกันอย่างคู่ชีวิต ทุกอย่างเหมือนจะดีแต่ทุกวันเขายังต้องคอยดึงสติตัวเองด้วยการตั้งคำถามว่า "แล้วถ้าวันหนึ่งสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่นี้มันไม่มีแล้วล่ะ จะทำยังไง" และตอบถามนั้นว่า "ก็ต้องอยู่ได้" เพื่อทำให้ตัวเองเข้มแข็งอยู่ทุกวัน รักกันแค่ไหนแต่ไม่มีอะไรจีรัง

เราพบว่า พอถึงวัยสามสิบกว่าเราจะไม่ค่อยได้เดทกับคนที่อายุไล่เลี่ยกันหรือมากกว่า เพราะคนเหล่านั้นมีคู่กันไปหมดแล้ว ไม่ประสบการณ์หรือเงื่อนไขในชีวิตก็หล่อหลอมให้รู้สึกว่าไม่อยากมีแฟน ตลาดคนโสดที่อยากมีคู่เมื่อเราถึงวัยสามสิบจึงเหลือแต่คนอายุน้อยกว่า --- ซึ่งส่วนหนึ่งก็ยังสนุกกับการเดทไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย ไม่ต่างกับพวกเราสมัยยี่สิบกว่าๆ ไม่ก็ยังไม่อยู่ในวุฒิภาวะที่พอจะแมทช์กันได้ ไม่ก็พบว่าพอวัยมากขึ้นก็เดทไปจนโยง family tree ดีแล้ว คนนั้นเป็นเพื่อนคนนี้ คนนี้เป็นเพื่อนคนนั้น จะเหลือใครให้เดทล่ะ นั่นทำให้การเดทในวัยสามสิบกว่าเป็นอะไรที่ยากกว่าก่อน ไม่นับการต่อสู้กับสังขารที่คอลลาเจนมีแต่จะเสื่อมถอย และการเข้าใจแล้วว่าการบอกว่า "คิดถึง" บางครั้งไม่ได้แปลว่าห่วงหาแต่หมายถึง "คัน"

แต่ความรักหรือเซ็กส์กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาในชีวิตอื่นๆ ที่เราต้องเจอ ความโหยหาความรักแบบสมัยก่อนดูจะน้อยลง และน้อยลงเมื่อคิดถึงภาระในชีวิตที่เรากำลังแบกรับมันอยู่

นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่เราได้เรียนรู้ในวัยสามสิบกว่า และคงมีอีกมากที่รอเราอยู่

ถ้าจะสรุปสั้นๆ ว่าได้เรียนรู้อะไรในวัยนี้คงเป็นคำว่า ชีวิตไม่ง่าย...ไม่ง่ายเลย

แต่ถึงมันจะไม่ง่าย และเราก็รู้ว่าจะมีเรื่องให้เราทำผิดพลาดอีกมากมายก่ายกองแค่ไหน การรู้ว่ายังมีใครที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน พร้อมจะค้นพบบทเรียนในชีวิตไปกับเรา กล้าจะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าบอกเรา และยินดีกับเราไม่ว่าเราจะเลือกทางใดในชีวิต ก็ทำให้ชีวิตที่ไม่ง่ายนี้...ไม่ได้ยากจนเกินกว่าที่จะอยากหายใจต่อไป


AUTHOR :

ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
โด่งดังสุดขีดจากงานเขียนคาวๆ เอ๊ย!เรื่องฉาวๆ อุย...เอาใหม่ๆ บทความว้าวๆ ตีแผ่สังคมในโลกไซเบอร์ เขาคือคนคนเดียวกับที่เขียน Cyberraga รวมเล่มเป็นพ็อกเก็ตบุคติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ ท้อฟฟี่สารภาพว่าตื่นเต้นมากที่สุด ที่จะได้พบกับผู้อ่าน Rabbit Today ใน Smart Living เป็นประจำทุกสัปดาห์

Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today
Mugendai-Block-Rabbit-Today-Nov2018

Advertising