เรื่องเด่น

MEN INSIDE ‘ซัน - อิน - เค้ก’

Published 23 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

SUN-INN-CAKE-Channel-3-scoop-Rabbit-Today-banner

ความฟินระดับ 10 เมื่อ Rabbit Today บุกมาช่อง 3 พระรามสี่ ตามคำเชื้อเชิญ (และหัวใจเรียกร้อง) เพื่อพบกับ 3 พระเอก ‘ซัน-รังสิ สานกิ่งทอง’ ‘อิน-สาริน รณเกียรติ’ ‘เค้ก-นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย’ จากซีรีส์ลูกผู้ชาย 3 เรื่อง คือ ‘ภูผา เพชร และปัทม์’ ของ 3 ผู้จัดระดับแนวหน้าของเมืองไทย 

ขอบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้ดังตั้งแต่ยังไม่ฉาย เพราะความปังของทั้ง 3 หนุ่ม สุดเฟรนด์ลี่ เดินสายพบปะแฟนคลับและได้รับการต้อนรับมากมายจนเกิด #ซันอินเค้ก โด่งดังในโลกโซเชียลฯ

วันนี้เราไม่ได้แค่นั่งไลค์รูปของพวกเขารัวๆ อย่างเดียว แต่ยังมีโอกาสนั่งจับเข่าคุยกันแบบเรียลๆ อีกด้วย

Q: คุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้างแล้ว แต่ Rabbit Today อยากทำความรู้จักกับทุกคนให้มากขึ้น ว่าเข้ามาทำงานตรงนี้ได้อย่างไร (อิน สาริน หนุ่ม ‘จุฬาคิ้วต์บอย’ อาสาตอบเป็นคนแรก)

อิน: เริ่มต้นคงไม่ต่างจากดาราทั่วไปครับ มีถ่ายแบบ แล้วแคสต์งาน พอดีกับช่วงนั้นเรียนอยู่ปี 4 มีเวลาว่างมากขึ้น มันเหมือนจังหวะที่เรากำลังคิดว่า เอาอย่างไรดี จะทำงานสถาปัตย์ตามที่เรียนมา หรือลองทำงานในวงการบันเทิงดูก่อน ยอมรับว่าตอนแรกที่เข้ามา แค่อยากลองเฉยๆ แต่พอก้าวเข้ามาแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องลองๆ เล่นๆ งานทุกอย่างเราต้องจริงจังกับมันครับ

ซัน: ของผมเป็นงานแรก ตอนนั้นเขาเปิดรับนักแสดง ลองมาแคสต์แล้วก็ติดเข้ารอบ จากนั้นก็เวิร์กช็อปมาเรื่อยๆ ยอมรับว่างานยิ่งใหญ่อลังการ จะทำเล่นๆ ไม่ได้อย่างที่อินบอก
เค้ก: จริงๆ ผมเป็นนักแสดงของช่อง 3 มาเกือบปีแล้วครับ การทำงานที่นี่ไม่ใช่ว่ามีละครเปิดใหม่แล้วเราจะได้เล่นทุกคน ที่นี่เหมือนโรงเรียน มีสอบเข้าละครเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างซีรีส์ลูกผู้ชาย ผมก็ต้องแคสติ้งใหม่ ว่าเราเหมาะสมไหม ตรงนี้คือบททดสอบในทุกๆ งานที่เข้ามาครับ

Q: เล่าหน่อยสิคะ ว่าแต่ละคนรับบทเป็นใคร อย่างไรบ้าง

ซัน: ผมเล่นเป็นเพชร เป็นเรื่องที่ต่อจากภูผา แต่ผมขอเล่าก่อน (หัวเราะ) เพชรเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวแวดล้อมไปด้วยนักเลง ยาเสพติด เป็นสังคมที่มัวๆ หน่อยครับ พ่อติดเหล้า ไม่มีแม่ เพชรเลยต้องทำหน้าที่ดูแลครอบครัว เลี้ยงน้อง เลี้ยงย่า

อิน: ทั้ง 3 เรื่อง เป็นตัวละครที่เกิดมาจากชีวิตที่ติดลบ (อินเสริมต่อจากซัน) แต่ติดลบกันคนละด้านมากกว่า อย่างผมซึ่งรับบทเป็นภูผาเอง เขาเป็นตัวละครที่เกิดผิดที่ ผิดเวลา โดนตราหน้าว่าเป็นตัวซวย ต้องบอกว่าทำอะไรซ้าย-ขวาก็ซวยไปหมด แต่ด้วยตัวละครภูผาเองมีความอดทน มีความแข็งแกร่ง จึงพยายามฝ่าแต่ละด่าน แต่ละอุปสรรคของชีวิตให้ผ่านไปได้ มันเลยมีความสนุกที่ต้องลุ้นว่า ในแต่ละ EP ภูผาจะผ่านอุปสรรคไปได้อย่างไร

เค้ก: ปัทม์ เป็นเรื่องสุดท้าย ด้วยชื่อของปัทม์เองก็มีความหมายมาจากต้นกำเนิดของชีวิตเขา เพราะตัวละครตัวนี้ถูกทิ้งลอยมาติดที่กอบัวครับ แล้วแม่ที่เก็บเรามาเลี้ยงคือโสเภณี ดังนั้น เราจึงถูกล้อว่า เป็นลูกของผู้หญิงไม่ดี แล้วก็อยู่ในสังคมที่ลบอีก ทั้ง 3 เรื่อง จึงค่อนข้างดราม่า สู้ชีวิต และให้แง่คิดเยอะมาก

MEN INSIDE ‘ซัน - อิน - เค้ก’,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: มีความยาก-ง่ายอย่างไรสำหรับละครเรื่องนี้ เพราะจากที่เล่าคร่าวๆ บทบาทค่อนข้างห่างไกลจากตัวพวกคุณมาก

ซัน: ใช่ครับ, ชีวิตของตัวละครทั้ง 3 คน ห่างไกลจากพวกเรามาก ยิ่งเป็นเรื่องแรกและงานใหญ่ขนาดนี้ อย่างเช่น ของผมมันจะมีความยากเรื่องการบู๊ เตะต่อย จึงต้องไปเรียนเพิ่ม แล้วไม่ใช่แค่ต่อยเป็นแล้วจบนะครับ เราต้องจัดท่าให้สวยด้วย

เค้ก: ยังไงๆ ไหนโชว์สิ

ซัน: ไม่ได้ๆ วันนี้ชุดไม่เอื้ออำนวยครับ (ยิ้ม) คือเราต้องเรียนจัดท่าให้กล้องโดยเฉพาะครับ แอบมีความยากระดับหนึ่ง แล้วเวลาเข้าฉากบู๊ก็ต้องมีสติ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุของตัวเราและนักแสดงร่วม

เค้ก: แต่เขาเล่นเองทุกซีนครับ แล้วเขาก็ทำอุ้ม-ดิษยา ตกมอเตอร์ไซค์ไปแล้วรอบหนึ่งครับ (หัวเราะ)

Q: แล้วอินล่ะ มีบทบู๊เหมือนเพื่อนบ้างหรือเปล่า มีอะไรยากสำหรับเรื่องนี้บ้าง

อิน: แอบมีบ้าง แต่เดี๋ยวต้องไปดู ว่าอย่างผมจะบู๊ได้หรือเปล่า ส่วนความยากของผมมี 2 แบบ อย่างแรก พื้นฐานทั่วไปของเทคนิค เราใหม่มาก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามุมกล้องคืออะไร อายไลน์คืออะไร ดังนั้น ต้องทำความรู้จักกับมันก่อน อีกมุมหนึ่งคือตัวละคร บทที่เราได้รับมีความติดลบสูง อาจจะคล้ายๆ Base on True Story ก็จริง แต่ไม่ได้มาจากเรื่องราวใกล้ตัวของพวกเราเสียเยอะ

อย่างผมเกิดมาเป็นเด็กกรุงเทพฯ ไม่ได้มีชีวิตลำบากอะไร คือใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป บางทีเราเทียบเคียงความรู้สึกกับตัวละครนั้นค่อนข้างยาก ก็เลยต้องไปทำการบ้าน คอยสังเกตชีวิตคนทั่วไปอย่างที่เราไม่เคยทำมาก่อน อย่างคนหาเช้ากินค่ำ เราก็สงสัยว่าเขาคิดอย่างไร กลับบ้านไปเขาจะทำอย่างไร ตรงนี้จะซึมซับตัวละครได้มากขึ้น

เค้ก: ผมเชื่อว่า ทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องที่ยากหมด เพราะว่าเป็นเรื่องแรกของเราทั้ง 3 คน แล้วพวกเราโชคดีที่ได้นักแสดงคุณภาพทุกท่านช่วยพาพวกเราไป เพราะอย่างเรื่องของอินก็มีแม่ตุ๊ก-เดือนเต็ม แม่ตุ๊ก-ดวงตา พี่ชาย-ชาตโยดม ในส่วนของผมมีพี่ขวัญฤดี พี่เต๋า-สโรชา คือทุกคนเป็นนักแสดงที่เป็นมืออาชีพและประสบการณ์สูงมากจริงๆ คือถ้าพวกเราไม่ได้แม่ๆ พี่ๆ เหล่านี้ก็คงจะยากกว่านี้เยอะครับ

Q: ทราบมาว่าเค้กเป็นหลานของคุณตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย ซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยคนหนึ่ง ตรงนี้เรากดดันไหมคะ หรือเกรงว่าแฟนๆ จะคาดหวังกับเรามากหรือไม่

เค้ก: ไม่เลยครับ ผมมองว่ามันเป็นคนละเรื่องครับ เขาคือ ‘ตู่-นันทิดา’ ที่สั่งสมชื่อเสียง ความสามารถ เหมือนดาวที่อยู่บนฟ้าไปแล้ว แต่ตัวผมเองกำลังก้าว เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจเพื่อตัวผมเอง และถ้าวันหนึ่งผมประสบความสำเร็จในขั้นต่อๆ ไปเรื่อยๆ ผมมองว่านั่นคือความสามารถจากชื่อของผมเอง ซึ่งผมจะทำให้เป็นชื่อของผมเองในแบบที่เป็นผมครับ (ยิ้ม)

MEN INSIDE ‘ซัน - อิน - เค้ก’,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เห็นเดินสายทำกิจกรรมกับน้องๆ แฟนคลับมาพักใหญ่ อยู่ด้วยกันบ่อยๆ เห็นมีการตั้งฉายาให้กันด้วย

เค้ก: ไม่มี้ (หัวเราะ)

อิน: มีสิ วันนั้นไง (หันไปค้านเค้ก)

เค้ก: ผมตั้งฉายาให้อินว่า โอปป้าเจริญกรุง

อิน: เขาเข้าใจมาตลอดว่าบ้านอินอยู่เจริญกรุง แต่จริงๆ บ้านผมอยู่เจริญนคร

ซัน: เขาเป็นโอปป้าเลยแหละครับ พี่ดูหน้าเขา

Q: อ๋อ...อย่างนี้นี่เองที่เค้กของเปลี่ยนที่นั่งก่อนสัมภาษณ์

เค้ก: (หัวเราะสนุก) พี่ดูสิครับ พวกเรานั่งเรียงกัน ซีรีส์ชุดนี้เรามีครบทุกสัญชาติ

ซัน: เค้กเอาสัญชาติอินเดียไปก่อนเลย หล่อคมเข้ม ผมไม่กล้าสู้ ขอผมเป็นพระเอกฮ่องกงพอ

อิน: พ่อคนเรียบร้อยสุดนี่เคลมตัวเองว่าเป็นพระเอกฮ่องกงไปซะแล้ว (หัวเราะ)

Q: แล้วเคยคิดไหมว่าถ้าไม่ได้มาเป็นนักแสดง อยากทำอาชีพอะไร

ซัน: ตอนนั้นยังไม่คิด แต่พอมาตอนนี้ผมรู้สึกรักในสิ่งที่ผมทำครับ ผมกับอินเพิ่งเริ่มทำบริษัทกัน 2 คน เกี่ยวกับงานเบื้องหลัง  ผมรู้สึกว่า ถ้าหากตัวผมอาจจะไม่ได้อยู่ในวงการในวันข้างหน้า แต่ผมต้องอยู่สักที่หนึ่งของวงการนี่แหละครับ อาจจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ผมชอบในสิ่งที่ทำครับ

อิน: ทำอสังหาฯ อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังทำอยู่ คือปีแรกที่จบมาแล้วเป็นนักแสดง แล้วไม่ได้ทำ มันรู้สึกว่าเรียนมาก็อยากพิสูจน์ตัวเอง อยากปล่อยของ แล้วผมชอบงานสถาปัตย์มาก ออกแบบได้หมด อย่างตอนนี้ก็เป็นพวกอพาร์ตเม้นต์ เพราะคุณพ่อคุณแม่ทำอยู่แล้ว เราก็ค่อยๆ ต่อยอดมันขึ้นไป ก็อยากทำโรงแรมครับ

เค้ก: ถ้าตอบความอยากเป็นอะไรสักอย่างในชีวิตจริงๆ ผมอยากเป็นนักท่องเที่ยวครับ ผมชอบเดินทาง ชอบ Backpacking ชอบเข้าป่า คือที่จริงมันเป็นแพสชั่นในชีวิตเลยละ…การเที่ยว แต่ว่าอีกความฝันที่สามารถเป็นไปได้มากกว่าในการใช้ชีวิต ผมอยากเป็นนักบิน แต่เผอิญผมไม่ได้ฉลาดไง หัวมันไม่ไป (หัวเราะ) คือก่อนที่จะเข้าวงการผมก็เลือกทางนั้นแหละ แต่ว่ามันมีเรื่องบังเอิญและโอกาสที่ทำให้ผมเข้ามาอยู่ตรงนี้

MEN INSIDE ‘ซัน - อิน - เค้ก’,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: จากการเดินทางไปหลายๆ ที่ เค้กชอบที่ไหนที่สุด

เค้ก: แต่ละที่มันไม่เหมือนกันครับ ถ้าประทับใจก็…แอฟริกาใต้ผมก็ชอบ แต่มันร้อนไปหน่อย แต่ถ้าเอาเมืองที่รู้สึกว่าอยู่แล้วขนลุก แต่อยู่ได้แบบเท่ๆ คือรัสเซียครับ ผมชอบผู้คนที่นั่น เขาไม่ยิ้มกัน เหมือนผมเคยยิ้มให้เขาแล้วเหมือนมีคนมาเตือนว่าอย่ายิ้มให้เขา เพราะเขาจะคิดว่าคุณน่ะอ่อนแอ พวกเขาเลยดูเท่ๆ เดินหน้าตึงกันเหมือนเขา Proud to be Russia ภูมิใจในประเทศชาติของตัวเอง แล้วยังเป็นเมืองสงครามที่ไม่เคยทิ้งเรื่องประวัติศาสตร์ ทั้งๆ ที่โลกเปลี่ยนไปหมดแล้ว

Q: แล้วความ Proud ของพวกคุณ จากการทำงานวันแรก ที่มีอุปสรรคบ้าง แม้จะเข้ามาเป็นนักแสดงไม่นาน แต่ถือว่าพวกคุณคือดาวรุ่งดวงใหม่ของช่อง 3 ณ วันนี้ภูมิใจอะไรบ้าง แล้วดีที่สุดหรือยัง

อิน: อืม...ดีที่สุดแล้วหรือยัง ผมไม่รู้ (ยิ้ม) แต่ว่าผมพอใจแล้วมากกว่า ผมเป็นคนพอใจในชีวิตตัวเองมาก ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เคยบอกแม่ว่าตัวเองเป็นคนเกิดมาแล้วโชคดีจังเลย เจอสิ่งที่ดีและสิ่งที่แย่ แต่สามารถผ่านมาได้หมดแล้วเรียบร้อย ผมพอใจและชอบวันนี้แล้ว ดีที่สุดหรือเปล่า ก็อาจจะดีที่สุดสำหรับตอนนี้ อนาคตก็อีกเรื่องครับ ที่เราต้องเรียนรู้กับบทบาทใหม่ไปเรื่อยๆ

ซัน: ผมพอใจนะ มันดีมาก ถ้าจะบอกว่าเจอแต่เรื่องดีๆ ก็ไม่ใช่ เราเจอเรื่องแย่หลายอย่าง เวลามันแย่นี่มันแย่จริงๆ พอผ่านมาได้ มันเหมือนเป็นบทเรียน เหมือนเก็บเข้าคลังของเราไว้ เพราะอีกหน่อยเราไปเจอเรื่องร้ายๆ ข้างหน้า เราสตรองแล้วเราก็รู้สึกว่ามันชิลล์แล้ว ส่วนเรื่องที่คิดว่ายังไม่ดี เพราะว่าถ้าผมตายไปพรุ่งนี้นะ ก็คงยังรู้สึกว่าเสียดายอยู่ คือยังไม่ได้ทำตามความฝัน ยังไม่ได้ทำตามฝันหลายๆ อย่างที่คิดว่าอยากทำ 

เค้ก: ผมยังไม่พอใจในชีวิตของตัวเองครับ ด้วยคำว่าพอใจนี่ผมรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรดีจนกว่าวันที่ผมสามารถดูแลพ่อกับแม่ได้ เพราะว่าจนถึงทุกวันนี้ผมมาไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ ผมไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ตรงนี้ ตรงจุดๆ นี้ วันหนึ่งที่ได้เล่นละคร วันหนึ่งจะได้เป็นพระเอก มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมเลย แล้วก็ได้ถ่ายละครกับพี่เคน-ธีรเดช โห...เกินฝัน ซึ่งผมไม่คาดหวังอะไรเลย ในสิ่งที่จะทำให้ผมพอใจในชีวิตของผมนอกจากการที่ผมดูแลพ่อแม่ได้ครับ