สกู้ป

ดิน Be The Solution to Soil Pollution

Published 3 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

soil-scoops-Rabbit-Today-banner

"อันที่จริงเธอก็ชื่อ ‘ภูมิพล’ ที่แปลว่า ‘กำลังของแผ่นดิน’ แม่อยากให้เธออยู่กับดิน เมื่อฟังคำพูดแล้วกลับมาคิด ซึ่งแม่คงจะสอนเราและมีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้ติดดิน และอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน"

-พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช-

วันที่ 5 ธันวาคม นอกจากเป็นวันพ่อแห่งชาติอย่างที่เราท่านทราบดี ยังเป็นวันดินโลก (World Soil Day) วันดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นตามมติขององค์การสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเงินของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 68 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2556

กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก และให้ปี พ.ศ.2558 เป็นปีดินสากล (International Year of Soil) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โภชนาการ และความมั่นคงทางอาหาร ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ สาเหตุที่กำหนดให้ ‘วันดินโลก’ ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมนั้น สืบเนื่องจากการประชุมสภาโลกแห่งปฐพีวิทยา (World Congress of Soil Science) ครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ.2545 ทางสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences) ได้ตระหนักถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการพัฒนาทรัพยากรดิน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการเกษตร จึงได้เลือกวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ เป็นวันดินโลก เพื่อเทิดพระเกียรติพระวิริยอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านการปกป้องและพัฒนาทรัพยากรดิน 

‘ดิน’ มีความสำคัญ--โดยเฉพาะในปีนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนดชื่อธีม ‘วันดินโลก’ ไว้ด้วยประโยคว่า Be the Solution to Soil Pollution

ดิน Be The Solution to Soil Pollution,สกู้ป,Rabbit Today

เพราะ ‘ดิน’…มีปัญหา

เกษตรกรไทยมักใช้ที่ดินอย่างผิดประเภท ไม่ถูกหลักวิชาการทางนิเวศวิทยา และนี่ละทำให้เกิดปัญหากับ ‘ดิน’

การตัดไม้ทําลายป่า การทําการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน ซึ่งทําให้หน้าดินถูกรบกวนจากการไถพรวน เมื่อเกิดฝนตก หน้าดินจะถูกพัดพาไปกับน้ำ ลงสู่พื้นดินและท้องน้ำ และอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ หากเกิดพายุฝนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถทําให้เกิดดินถล่มจากพื้นที่ภูเขา ทําลายความเสียหายแก่บ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สิน

การใช้ที่ดินไม่ถูกต้องกับสมรรถนะของที่ดิน เช่น นําเอาพื้นที่ดินที่เหมาะสมกับพืชชนิดหนึ่งไปใช้ปลูกพืชอีกชนิดหนึ่ง ทําให้ผลผลิตที่ได้รับน้อย และต้องมีการลงทุนสูง เนื่องจากต้องปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับพืชชนิดที่ต้องการเพาะปลูก
นอกจากนี้ยังมีปัญหาหน้าดินถูกชะล้างพังทลาย เมื่อหน้าดินอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายไปจากที่เดิม โดยการกระทําของน้ำ ลม คน และสัตว์ ทําให้พื้นที่นั้นขาดธาตุอาหารซึ่งเป็นปัจจัยที่ทําให้พืชเจริญเติบโต เป็นเหตุให้ผลผลิตตกต่ำ มีผลทําให้รายได้ของเกษตรกรลดลง เกิดภาวะหนี้สิน มีการอพยพไปหางานทําในเมือง สร้างปัญหาสังคม และทําให้อาชญากรรมมีความซับซ้อนมากขึ้น

และปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ดินมีคุณภาพไม่เหมาะสม เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของดินเองที่มีคุณภาพไม่เหมาะสมกับการเกษตร เช่น เป็นดินทรายจัด เป็นดินตื้น เป็นดินอินทรีย์ เป็นดินพีท เป็นดินเปรี้ยวจัด หรือเป็นดินเค็ม เป็นต้น ดินเหล่านี้มีประมาณร้อยละ 16 ของพื้นที่ดินทั่วประเทศ

และสุดท้าย ปัญหาเกษตรกรไร้ที่ทำกินหรือครอบครองที่ดินโดยขาดเอกสารสิทธิ ทำให้ขาดกำลังใจในการพัฒนาที่ดินในระยะยาว ได้ผลผลิตต่อไร่น้อยเกินควร บางรายจึงไปบุกป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตร เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น

ดิน Be The Solution to Soil Pollution,สกู้ป,Rabbit Today

โครงการพระราชดำริอันเกี่ยวเนื่องกับ ‘ดิน’

ในเอกสารพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 มีใจความตอนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องดินว่า…

‘ดินที่เหมาะสมสำหรับการเกษตรกรรมต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้ มีแร่ธาตุที่เรียกว่า ปุ๋ย และแร่ธาตุอื่นๆ มีระดับ เปรี้ยว ด่าง ใกล้เป็นกลาง (pH 7) มีความเค็มต่ำ มีจุลินทรีย์ มีความชื้นพอเหมาะ (ไม่แห้ง ไม่แฉะ) มีความโปร่งพอเหมาะ (ไม่แข็ง)’

จากข้อความข้างต้นนี้ จะเห็นว่าในหลวง ร.9 ทรงศึกษาลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับดินไว้อย่างลึกซึ้ง ลักษณะของดินที่ไม่ตรงตามข้อความข้างต้น ถือว่าเป็นดินที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้ประชาชนที่เลี้ยงชีพด้วยการเกษตรได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถทำการเพาะปลูกบนพื้นดินเหล่านี้ได้ 

ซึ่งที่ผ่านมาพระองค์ทรงมีโครงการในพระราชดำริอันเกี่ยวเนื่องกับดินที่ยังประโยชน์ให้แก่ประชาชนชาวไทยจนถึงทุกวันนี้ อาทิ

ดินเปรี้ยว

ดินเปรี้ยว หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Acid Soil หมายถึงดินที่มีสภาพความเป็นกรดสูง ค่าความเป็นกรดด่าง หรือค่า pH จะไล่ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 14 ค่าที่เป็นกลางคือ 7 ถ้าค่า pH ต่ำกว่า 7 ถือว่าดินมีสภาพเป็นกรด และถ้าค่า pH ต่ำกว่า 4 แปลว่าดินมีสภาพเป็นกรดจัด หรือเปรี้ยวจัด  

โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริแนวทฤษฎีการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว จังหวัดนครนายก จึงเกิดขึ้น โดยใช้แนวทฤษฎีแกล้งดินในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เริ่มจากการแกล้งให้ดินเปรี้ยว ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน เป็นการแกล้งดินให้เปรี้ยวจนถึงสุดขีด จากนั้นจึงใช้วิธีการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวตามแนวพระราชดำริต่อไป ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวเริ่มต้นครั้งแรกที่ศูนย์พิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส  

ดินเค็ม

ดินเค็ม หรือ Saline Soil คำว่า Saline แปลว่ามีส่วนผสมของเกลือ หรือมีเกลือปะปนอยู่ ซึ่งดินเค็มก็คือดินที่มีปริมาณเกลือละลายอยู่ในดินมากเกินไป ทำให้ดินขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อพืช ทั้งยังทำให้ธาตุอาหารของพืชไม่มีความสมดุล 

โครงการศึกษาทดลองแก้ไขปัญหาดินเค็มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครราชสีมา ได้แก้ไขปัญหาดินเค็มโดยเน้นการเพาะปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับลักษณะของดิน ปรับปรุงดิน และปลูกพืชผักต่างๆ ควบคู่ไปด้วย

ดินจืด

คำว่าดินจืดไม่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นภาษาพูดที่ใช้เรียกดินที่มีแร่ธาตุสารอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ทำให้การเพาะปลูกไม่เจริญงอกงาม ต้องใส่ปุ๋ยหรือสารอาหารบำรุงดิน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปศึกษาทดลองเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ บนที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา เพราะดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อการเพาะปลูก และประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นแหล่งอาหารที่ใช้เลี้ยงพืช สัตว์ และประชาชนชาวไทยทุกคน

หญ้าแฝก

“ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดำเนินการขยายพันธุ์ ทำให้มีกล้าหญ้าแฝกเพียงพอด้วย ที่สำคัญต้องไม่ลืมหน้าที่ของหญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อการรักษาดิน ให้ทุกหน่วยงานและหน่วยงานราชการที่มีศักยภาพในการขยายพันธุ์ให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินในการผลิตกล้าหญ้าแฝก และแจกจ่ายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เพียงพอ”

-พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546-

การใช้ระบบหญ้าแฝกจะช่วยลดต้นทุนในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินให้น้อยลง ขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการดักตะกอนดิน ป้องกันดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันได้ในระดับหนึ่ง และความคงทนสามารถอยู่ได้นานหลายปี พร้อมเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย

ดิน Be The Solution to Soil Pollution

กำเนิดดิน

ดิน (Soil) เกิดจากกระบวนการสลายตัวของหินและแร่ธาตุเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกว่า วัตถุต้นกำเนิดดิน แล้วคลุกเคล้ารวมกับอินทรียสาร เช่น ซากพืช ซากสัตว์  มูลสัตว์ต่างๆ เป็นต้น อินทรียสารเหล่านี้จะถูกย่อยสลายโดยผู้ย่อยสลายตามธรรมชาติ (จุลินทรีย์) และจะกลายเป็นฮิวมัส เมื่อวัตถุต้นกำเนิดดิน ผสมคลุกเคล้ากับฮิวมัส โดยมีพืชและสัตว์ต่างๆ ช่วยจนกลายเป็นดินในที่สุด

ดิน หมายถึง เทหวัตถุธรรมชาติ (Natural Body) ที่เกิดจากการสลายตัวของหินและแร่ธาตุต่างๆ ผสมคลุกเคล้ากับอินทรียวัตถุ ซึ่งปกคลุมผิวดินโลกอยู่เป็นชั้นบางๆ เป็นวัตถุที่ค้ำจุนการเจริญเติบโตและการทรงตัวของพืช ดินประกอบด้วยแร่ธาตุที่เป็นของแข็ง อินทรียวัตถุ น้ำ และอากาศ ที่มีสัดส่วนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของดิน

สีของดิน

สีของดินจะทำให้เราทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ของปริมาณอินทรียวัตถุที่ปะปนอยู่และแปรสภาพเป็นฮิวมัสในดิน ทำให้สีของดินต่างกัน ถ้ามีฮิวมัสน้อยสีจะจางลง มีความอุดมสมบูรณ์น้อย

ชนิดของดิน

อนุภาคของดินจะรวมตัวกันเข้าเกิดเป็นเม็ดดิน อนุภาคเหล่านี้จะมีขนาดไม่เท่ากัน ขนาดเล็กที่สุดคือ อนุภาคดินเหนียว อนุภาคขนาดกลางเรียกอนุภาคทรายแป้ง อนุภาคขนาดใหญ่เรียกว่า อนุภาคทราย เนื้อดินจะมีอนุภาคทั้ง 3 กลุ่มนี้ผสมกันอยู่ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดลักษณะของดิน 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ ดินเหนียว ดินทราย และดินร่วน

ดินเหนียว เป็นดินที่เมื่อเปียกแล้วมีความยืดหยุ่น อาจปั้นเป็นก้อนหรือคลึงเป็นเส้นยาวได้ เหนียว เหนอะหนะ ติดมือ เป็นดินที่มีการระบายน้ำและอากาศไม่ดี มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี มีความสามารถในการจับยึดและแลกเปลี่ยนธาตุอาหารพืชได้สูง หรือค่อนข้างสูง เป็นดินที่มีก้อนเนื้อละเอียด เพราะมีปริมาณอนุภาคดินเหนียวอยู่มาก เหมาะที่จะใช้ทำนาปลูกข้าวเพราะเก็บน้ำได้นาน

ดินทราย เป็นดินที่มีการระบายน้ำและอากาศดีมาก มีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เพราะความสามารถในการจับยึดธาตุอาหารพืชมีน้อย พืชที่ขึ้นบนดินทรายจึงมักขาดทั้งอาหารและน้ำ เป็นดินที่มีเนื้อดินทรายเพราะมีปริมาณอนุภาคทรายมาก

ดินร่วน เป็นดินที่มีเนื้อดินค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ ยืดหยุ่นได้บ้าง มีการระบายน้ำได้ดีปานกลาง จัดเป็นเนื้อดินที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกในธรรมชาติ แต่ไม่ค่อยพบ มักจะพบดินที่มีเนื้อดินใกล้เคียงกันมากกว่า

ดิน…กินได้

ดินเป็นของกินได้จริง และคนรุ่นเก่าก็กินดินเป็นของว่าง การกินดินเป็นวิถีปฏิบัติของคนบางถิ่นที่มีมาแต่โบราณ ถือว่าเป็นของขบเคี้ยวเล่น หากเราเข้าใจและรู้จักว่าเป็นเรื่องปกติ คงไม่มีสื่อมวลชนสาขาต่างๆ นำข่าวเด็กกินดินมาประโคมโดยแปลความหมายไปในเชิงอดอยาก

คนเชียงใหม่เรียกว่า ‘อิด’ หรือ ‘อิบ’ ดินที่นำมากินกันนั้น ต้องเลือกดินเหนียวที่อยู่ลึกจากผิวดินประมาณ 2 เมตร อาจได้จากการขุดบ่อน้ำ เมื่อได้ดินมาแล้ว ต้องหั่นเป็นแผ่นบางๆ ขนาดประมาณฝ่ามือ นำไปผึ่งให้แห้ง หรือเก็บไว้บนข่า คือแคร่ไม้ไผ่ที่แขวนอยู่เหนือเตาไฟของบ้านแบบโบราณ 

ดินจะมีกลิ่นหอมน่ากินทีเดียว ส่วนรสชาติจะออกมันๆ คนสมัยก่อนบางคนถึงกับติดกินดินเหมือนคนติดบุหรี่ หรือเมี่ยง เรียกว่าอาการ ‘ติดอิด’ หรือ ‘ติดอิบ’ ปัจจุบันร่องรอยของคำนี้ยังคงใช้กันอยู่ในภาษาเชียงใหม่ 

เรื่องกินดินนี้เคยเห็นข่าวดาราฮอลลีวู้ดนิยมกินดินเหนียว โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยดูดซับและขับสารพิษในร่างกายได้ โดยเริ่มมีการพูดถึงการกินดินเหนียวตามข่าวตั้งแต่ช่วงที่ประเทศเฮติประสบภัยพิบัติ ด้วยความที่ประเทศนี้เป็นประเทศยากจน มีอาหารไม่เพียงพอ คนท้องถิ่นจึงนิยมนำดินเหนียวมาอบให้กรอบแล้วกินกัน ประกอบกับมีการค้นพบว่าดินในพื้นที่นั้นมีแร่ธาตุ สารอาหารอุดมสมบูรณ์

เมื่อมีเซเลบริตี้เข้าไปช่วยเหลือและได้เห็นวัฒนธรรมการบริโภคดินของชาวเฮติจึงกลายเป็นเทรนด์กินดินเหนียวโดยมีบริษัทหัวใสในประเทศสหรัฐ อเมริกานำดินจากประเทศเฮติมาวิจัย แล้วนำไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อทำให้ดินสะอาด ถูกหลักอนามัย เมื่อผ่านการรับรองแล้วจึงนำออกวางจำหน่าย

เดิน…บนดิน

การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราทุกวันนี้เป็นเหตุของการสะสมไฟฟ้าสถิตไว้มากเกินไป ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทีวี ตู้เย็น กระติกต้มน้ำร้อน ฯลฯ ล้วนเป็นสาเหตุของไฟฟ้าสถิต รู้อย่างนี้แล้วเรามาปล่อยไฟฟ้าสถิตจากตัวเราลงดินกันเถอะ

ร่างกายคนเราประกอบด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทุกอย่างต้องได้สมดุล จึงจะมีสุขภาพดี แข็งแรง ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายๆ ดังนี้คือ

ความชื้นต่ำไปไม่อาจเหนี่ยวนำไฟฟ้า ประจุไฟฟ้าจึงถ่ายเทไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่สายดินล่อฟ้าต้องปักลึกเข้าไปใต้ดินไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ซึ่งเป็นเนื้อดินที่มีความชื้นค่อนข้างคงที่ สะดวกต่อการเหนี่ยวนำไฟฟ้าเข้าสู่โลก

ร่างกายเราเปรียบเหมือน Bio-electromagnetic Field ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสนามแม่เหล็กโลก ตราบใดที่ความสมดุลทางธรรมชาติแปรเปลี่ยนหรือถูกกีดขวาง ก็จะทำให้ร่างกายและจิตใจไม่สบาย

ดังนั้น ทุกคนควรเดินเล่นบนพื้นดินพื้นหญ้าประมาณวันละ 10-15 นาที เพื่อปล่อยกระแสไฟลัดวงจรในตัวลงดิน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้าวันละหลายชั่วโมง


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...

BeWild-Liptint-Mascara-Rabbit-Today_11-12-2018
BeWild-Liptint-Mascara-Rabbit-Today_30-11-2018
AD-MotorShow2018-Rabbit-Today-Block-27Nov-26Dec2018
BeWild-Eyebrow-Ad-Block-Rabbit-Today
Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today