สกู้ป

ศิลปะ ศิลปิน ศิลปากร ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี

Published 14 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Sakwut-scoops-Rabbit-Today-banner

จากเด็กนักเรียนสายวิทย์ที่ผันตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ในคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี บ่มเพาะและต่อยอดพรสวรรค์ด้านศิลปะ จนกลายมาเป็นศิลปินวาดภาพชั้นนำของเมืองไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

ณ วันที่เรานัดคุยกัน เขากำลังสนุกกับงานสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมบุคคลผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิต ผู้ซึ่งทำให้เขามีวันนี้…‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ 

ก่อนบทสนทนาจะเริ่มต้นขึ้น อ.ศักดิ์วุฒิวางหัวเข็มบนเครื่องเล่นแผ่นเสียง ท่วงทำนองนุ่มหูเย็นสบายในบทเพลง ‘บัวขาว’ ของคุณศรีไศล สุชาตวุฒิ ศิลปินนักร้องคนโปรด คลอกล่อมบรรยากาศบ้านทรงโมเดิร์นที่ใช้เป็นสตูดิโอสร้างสรรค์งานศิลปะให้มีความรื่นรมย์ด้วยผัสสะแห่งสุนทรียะ 

ศิลปะ ศิลปิน ศิลปากร ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: อ.ศิลป์ พีระศรี ที่ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี รู้จักคือ

A: ด้วยความที่ผมไม่ทันรุ่นท่าน เรื่องราวของ อ.ศิลป์ จึงมาจากคำบอกเล่าของรุ่นพี่ศิลปากร ผมจะสนิทกับรุ่นพี่เก่าๆ ที่ชอบพูดถึงท่านว่า อ.ศิลป์ เป็นคนรักลูกศิษย์ ชอบคนทำงาน ต่อให้เก่งแล้วไม่ทำงาน ท่านจะไม่ชอบเลย 

ผมเคยมีโอกาสไปเกาะเอลบ้า ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี เพื่อไปดูงานของ อ.ศิลป์ ถึงได้รู้ว่า ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนไม่มีชื่อเสียงในอิตาลีแล้วมาเมืองไทยนะครับ แต่ท่านเป็นคนเก่ง เป็นตัวเด่น ผมแค่สงสัยว่าคนที่มีฝีมือขนาดนี้ แล้วทิ้งทุกอย่างในชีวิต ในอาชีพ เพื่อมาอยู่ประเทศเล็กๆ อย่างเมืองไทยที่คนไทยยังขี่ช้างอยู่ในสมัยนั้น เพื่อมาสร้างงานใหม่ทั้งหมด ผมว่ามันไม่ธรรมดา 

คิดแบบคนไทยก็ว่า ท่านคงเป็นคนไทยที่ไปเกิดผิดที่แล้วกลับมาสู่แผ่นดินไทย อย่างพี่ๆ รุ่นเก่าที่เล่าคือ ตอน อ.ศิลป์ พาลูกศิษย์ไปอิตาลี ท่านจะใช้คำบอกว่า “กลับบ้านเราดีกว่า” หรือใช้คำว่า ‘บ้านเรา’ ตลอด ผมว่าท่านคงหมายถึงตัวเองก็เป็นคนไทย

Q: ความรู้สึกเมื่อเห็นผลงานของ อ.ศิลป์ ครั้งแรกที่เกาะเอลบ้าเป็นอย่างไร

A: ตอนนั้นมีการจัดกิจกรรมไปดูงาน อ.ศิลป์ ของคณะจิตรกรรมฯ ผมก็ไป เดินเข้าไปนี่คืออนุสาวรีย์พวกกรีก โรมัน สไตล์นั้น ความรู้สึกแรกคือ โอ้โห ท่านเก่งขนาดนี้เลยหรือนี่ ผมเห็นอยู่ชิ้นสองชิ้น แต่ชิ้นที่ใหญ่อยู่ตรงกลางเกาะคือที่สุด นี่คืองานในสมัยวัยที่ท่านยังทำงานอยู่ที่นั่น ก่อนเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 6 เพื่อมาดู มาปั้น และคงหลงรักเมืองไทยจนไม่อยากกลับไปอีก เราเห็นแล้วยังคิดกับตัวเอง ถ้าตัวผมมีชื่อเสียงขนาดนั้น จะไปอยู่ประเทศเล็กๆ เพื่ออะไร เพราะสมัยที่อิตาลีรุ่งเรืองมันเทียบกับเมืองไทยไม่ได้เลย

ศิลปะ ศิลปิน ศิลปากร ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ความแตกต่างของงานปั้น อ.ศิลป์ ในสไตล์ของคุณคือ

A: ผลงานปั้น อ.ศิลป์ ชิ้นแรกๆ เลยคือ อ.สนั่น ศิลากรณ์, อ.เขียน ยิ้มศิริ และมีรูปปั้นเล็กๆ ของ อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ตอนสมัยเรียนผมไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการปั้น ผมเรียนเกี่ยวกับการเขียนรูป แต่มาสนใจเรื่องการปั้นตอนหลัง แน่นอนว่าคนปั้นต้องปั้นครูของศิลปกรรมไทย ซึ่งคือ อ.ศิลป์ คนส่วนมากจะปั้นคล้ายกับ อ.สนั่น กันเยอะ แต่ถ้าปั้นแบบผม แบบศักดิ์วุฒิ จะเป็นการปั้นแบบเพ้นติ้ง คือไม่ปั้นแบบกริบ ผมเป็นคนหยาบครับ งานปั้นของผมจึงเป็นแนวของผมเอง และผมก็เลือกรูป อ.ศิลป์ สมัยท่านยังเท่ เป็นวัยหนุ่มฉกรรจ์ งานปั้นนี้จึงมีความดิบที่มีความพิเศษในรูปแบบงานปั้นของผมเอง

Q: ทำไมจึงเลือกปั้น อ.ศิลป์ ในวัยหนุ่ม

A: คนจะปั้นสมัยท่านอายุเยอะกันเยอะ ผมเลยต้องการแหวกไปเลย แต่ผมจะปั้นแก่กว่าในรูปนิดหนึ่ง เพราะคนเราจะมีภาพจำของ อ.ศิลป์ ที่มีอายุสักหน่อย พอเราปั้นเด็กไปคนก็จะถามว่านี่มันปั้นตัวเองหรือปั้น อ.ศิลป์ (หัวเราะ) มันมีความก้ำกึ่ง เพราะผมเองก็ไม่เคยเห็นตัวจริงท่าน รูปต้นแบบนี้เป็นรูปที่ถ่ายในช่วงก่อนท่านมาเมืองไทยเยอะเลยนะ คนไทยก็ไม่เคยเห็น

จริงๆ ผมปั้นขึ้นมาแบบไม่ได้คิดอะไรเลย ตอนแรกก็สนุกนะ เพราะเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว แต่ปั้นไปปั้นมาเราก็คิดเยอะ ปั้น อ.ศิลป์ นี่อันดับแรกผมให้เพื่อนศิลปากรดู เพราะตัวเองไม่ได้เป็นช่างปั้น แต่อย่างไรเสียก็ต้องปั้นให้ดีที่สุด เลยช้า เริ่มนิ่ง ตอนแรกปั้นได้เร็ว และสนุกสนานมาก

วันก่อนยังกลับไป ม.ศิลปากร เพื่อไปดูรูปปั้น อ.ศิลป์ ที่ อ.สนั่น ปั้น ต้องเรียนรู้จากงานของครูบาอาจารย์ แต่มาใช้ในแบบของศักดิ์วุฒิ ไปไหว้รูปท่านและขอให้ตัวเองปั้นออกมาดีๆ ก็แล้วกัน และถ้าไปที่มหาวิทยาลัยทุกครั้งผมจะชอบเข้าไปเดินในห้อง อ.ศิลป์ เพราะเป็นห้องที่มีพลัง มันเป็นเรื่องราวของชีวิตคนที่ทุ่มเทให้กับประเทศเรา

ศิลปะ ศิลปิน ศิลปากร ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ถ้าไม่มี อ.ศิลป์ ผู้เป็นบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยในวันนี้ วงการศิลปะของเมืองไทยจะเป็นเช่นไร

A: นึกไม่ออกเลยครับ คนเรียนศิลปะไม่ได้รักกัน ไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากมาย เพราะต่างมีอีโก้ของแต่ละคน ผมก็เป็น ทุกคนเป็น แข่งขันกัน อีโก้เยอะมาก การรวมกันจึงยากมาก การที่มี อ.ศิลป์ เป็นศูนย์รวมของเหล่าศิลปินที่จบศิลปากร ผมว่ามันยิ่งใหญ่มาก คือไม่มีท่านก็คงเละเทะ และคนไทยไม่ค่อยชอบทิ้งวิชาความรู้ให้กับชนรุ่นหลังด้วย

คุณดูสิ ตระกูลช่างต่างๆ มักหายไป เป็นเรื่องของการหวงวิชา หวงสูตร หวงทุกอย่าง ถึงได้มีคำว่าครูพักลักจำไง  มันไม่สนกันน่ะ ถ้าไม่มี อ.ศิลป์ ก็จะไม่มีการถ่ายทอดแบบอะคาเดมี่ ศิลปากรก็คงจะหายไป

คนปั้นเก่งๆ นอกจากลูกศิษย์ อ.ศิลป์ ก็แทบจะไม่มีเลย และคนที่เรียนก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่มีการสอนแบบรุ่นนั้น ผมเพิ่งคุยกับรุ่นพี่ว่า ทำไมรูปอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินถึงปั้นลึกขนาดนั้น คือเจาะตาแทบจะหลุด รวมทั้งรูจมูกด้วย

รุ่นพี่บอกว่า อ.ศิลป์เคยบอกไว้ พระบรมราชนุสาวรีย์นี้อยู่กลางแจ้ง พระพักตร์ท่านอยู่ใต้พระมาลา ถ้าเราไม่ปั้นขนาดนี้ พระพักตร์ท่านจะหายไปเลย ท่านคิดลึกซึ้งขนาดนั้น ต้องให้โอเวอร์ จมูก ปาก ชัด เรียกว่าปลิ้นออกมาเลย ทุกอย่างแทบจะเกินจริง เพื่อการมองจากระยะไกล  สิ่งเหล่านี้ไม่มีการสอน นอกจากคำบอกเล่าของรุ่นพี่

Q: มีเรื่องเกี่ยวกับ อ.ศิลป์ ที่คนนอกวงการศิลปะอาจไม่เคยรู้มาก่อนไหม

A: มันเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาครับ พวกศิลปากรก็รู้ รุ่นพี่เขาจะเล่าตอนเด็กๆ ว่า มีคนเขาเอารูปปิกัสโซ่มาให้ อ.ศิลป์ ท่านดู ท่านบอกอย่าไปสนใจ ไอ้นี่มันไม่ดีนะ มันไม่ใช่ของดี แต่พอเรียนชั้นสูงๆ ขึ้นไป ท่านก็เอางานนั้นมาให้ดูอีกครั้ง แล้วอธิบายใหม่ เจตนาของท่านคงอยากบอกเด็กๆ ว่า ยังไม่ถึงเวลา คืออย่าให้ข้ามขั้น ให้เราเรียนเรื่องพื้นฐานให้แน่นก่อน พอถึงเวลาคุณจะคลี่คลาย คุณจะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ทั้งหมด

Q: ทุกวันนี้ศิลปินต้องปรับตัวไหม

A: คงต้องปรับตัวนะ แต่ก่อนผมเป็นคนเกียจคร้านมาก แต่ยุคนี้มันอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่เปลี่ยน เราต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ลุกขึ้นมาทำงาน ลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะงานเรา อายุเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เคยคิดว่าเราจะอยู่อีกกี่ปี เราอยากให้โลกนี้จดจำเราไว้ในใจน่ะ มันก็ต้องเกิดจากงานของเรา จากรูปเขียนของเรา จากรูปปั้นของเรา ก็ต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด

ศิลปะ ศิลปิน ศิลปากร ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ผลงานของ อ.ศิลป์ ที่คุณชอบมากที่สุดคืออะไร

A: ผมเป็นคนบ้าศิลปะยุคอาร์ตเดโค ผมเลยชอบรูปปั้นที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ยืนถือจรวด ผมว่ามันมากเลยนะ ผมชอบมาก

Q: งานวันศิลป์ พีระศรี ที่ อ.ศักดิ์วุฒิ ยังจำได้ไม่ลืม

A: งานวัน อ.ศิลป์ ที่ดีที่สุดคือสมัยที่ อ.สุวรรณี เป็นประธานจัดกิจกรรม โห…เป็นงานที่สนุกมาก มีของดีๆ มาขาย มีเสียงดนตรี มีเสียงเพลงอิตาเลียนที่ดังตั้งแต่เช้า และมีคนมาร้องเพลงโบราณ ทุกวันนี้ยังจำได้อยู่ บรรยากาศมันรื่นรมย์มาก ทุกคนแต่งตัว รุ่นพี่ที่จบไปก็กลับมาหาน้องๆ มาหาเพื่อน มารวมตัวกัน มีความสุข แต่หลังๆ มันไม่มีภาพเหล่านี้ มันหายไป ทุกอย่างมันเปลี่ยน แต่ผมก็ดีใจที่ยังทันในบรรยากาศแบบนั้นนะ 

แม้กาลเวลาแห่งการร่วมรำลึกถึง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จะล่วงเข้าสู่ปีที่ 126 ในปีนี้ และถึงแม้จะไม่ได้เป็นลูกศิษย์ลูกหาของ อ.ศิลป์ พีระศรี แต่คำพูดที่ท่านเคยบอกไว้ว่า

ถ้านายคิดถึงฉัน นายไม่ต้องทำอะไร นายทำงาน

จะเป็นอมตวาจาที่สามารถใช้เป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิตของทุกคนได้เสมอ และตลอดไป


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...

BeWild-Eyebrow-Ad-Block-Rabbit-Today
AIA_300x250