เรื่องเด่น

ตัวเปลี่ยน…ใจไม่เปลี่ยน อภิญญา สกุลเจริญสุข

Published 14 มี.ค. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

saiparn-apinnya-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน…ภาพยนตร์เรื่อง ‘พลอย’ เข้าฉายในประเทศไทย ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกอย่างล้นหลาม พร้อมกับคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆ มาครองมากมาย และนับเป็นครั้งแรกที่ทำให้หลายคนได้รู้จักกับเด็กหญิงผมฟูตาแป๋วคนหนึ่ง…

เธอคือ ‘สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข’ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่วงการบันเทิงไทยต้องจับตามอง

หลังจากนั้น งานแสดงทั้งภาพยนตร์และละครอีกหลายเรื่องค่อยๆ ถูกหยิบยื่นสู่มือสายป่าน และดูเหมือนว่าทุกครั้งเธอคนนี้จะสวมวิญญาณนักแสดงแบบตีบทแตกกระจาย

โดยเฉพาะบทดราม่าหนักๆ แรงๆ ที่มักมาพร้อมกับกระแสข่าวที่แรงไม่แพ้กัน ทำให้ชื่อของสายป่าน-อภิญญา กลายเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงนักแสดงเจ้าบทบาทมืออาชีพ

สำหรับปีนี้ สายป่านพิสูจน์ฝีมือการแสดงครั้งสำคัญอีกครั้ง และสร้างเสียงฮือฮาด้วยการสวมบทบาท 4 ตัวละคร 4 บุคลิกภายในตัวผู้หญิงคนเดียว กับผลงานซีรีส์รักทริลเลอร์เรื่องใหม่ ‘BANGKOK รัก STORIES’ ตอน สิ่งของ ที่กำลังออกอากาศทางช่อง GMM25 อยู่ในขณะนี้

Rabbit Today จับเข่าคุยกับสายป่าน-อภิญญา ถึงบทบาทสุดท้าทายครั้งล่าสุด ที่ต้องรับบทศิลปินกราฟฟิตี้ สาวน้อยคิกขุ โคโยตี้สุดแซ่บ และสาวประเภทสอง พร้อมกับเปิดมุมมองชีวิต ความรัก และการเติบโต หลังจากคลุกคลีอยู่ในวงการมานานมาก

ตัวเปลี่ยน…ใจไม่เปลี่ยน อภิญญา สกุลเจริญสุข,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ซีรีส์เรื่องนี้คุณต้องรับบทเป็นสาว 4 บุคลิก เรียกได้ว่าโหดและท้าทายมาก มีวิธีแยกคาแร็กเตอร์ตัวละครอย่างไรไม่ให้สับสน

A: ตอนที่อ่านบทครั้งแรก ป่านพูดกับตัวเองเลยว่า “โห! ไหวไหมเนี่ย 4 ตัวละครเลยนะเว้ย” แต่สุดท้ายตัดสินใจว่า เอาวะ เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ทำงานที่ท้าทายตัวเองแบบนี้อีกทีเมื่อไร ป่านต้องเริ่มต้นจากการใส่ข้อมูลของตัวละครลงไปค่ะ โดยใช้วิธีเจาะลงไปที่ก้นบึ้งพฤติกรรมของแต่ละตัวละคร เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขาจะมีวิธีการแสดงออกที่แตกต่างกัน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องแสดง ต้องไม่คิดว่าเราเล่นเป็น 4 ตัวพร้อมกัน แต่จะดึงแค่คาแร็กเตอร์ที่ต้องใช้แสดงออกมาเท่านั้นค่ะ เช่น ถ้าเล่นเป็นสาวประเภทสองก็อาจตีความง่ายๆ ไปเลยว่า ฉันจะต้องเป็นคนมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก

Q: ในบรรดาตัวละครทั้งหมด คาแร็กเตอร์ไหนที่เข้าถึงบทบาทยากที่สุด

A: เจส เพราะต้องแบกรับอีก 3 ตัวละครเอาไว้ตลอดเวลา เจสจะต้องมีเจนนี่ (สาวน้อยคิกขุ) พิ้งกี้ (โคโยตี้) และโจอี้ (สาวประเภทสอง) ซ่อนอยู่ข้างในตัวเอง ดังนั้น การที่จะกดทั้ง 3 คนนี้ไม่ให้ออกมาจึงค่อนข้างยาก เพราะบางครั้งเจสต่อสู้ไม่ไหว ทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่ข้างใน พอเจสรู้ตัวว่าคนอื่นๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ออกมาแล้ว ก็ต้องพยายามเก็บให้เร็วที่สุด นี่คือปัญหาที่เจสต้องเจอ…แล้วป่านต้องแบกรับตัวละครเจสไว้อีกทีค่ะ รู้สึกว่า โอ้มายก็อด อันนี้ยากจัง!

Q: ถือว่าเป็นบทที่โหดที่สุดตั้งแต่เคยแสดงมาหรือเปล่า

A: ไม่โหดนะ ถ้าบทโหดเนี่ยต้องแบบดราม่าหนักๆ ยกกองไปอยู่ในสถานที่ที่ถ่ายทำลำบาก อันนั้นคือโหดสำหรับป่าน เพราะห้องน้ำห้องท่าก็ไม่ค่อยสะดวก ส่วนบทบาทในครั้งนี้ถือว่ายากมากกว่าค่ะ เพราะตัวละครเยอะ และเราต้องแยกคาแร็กเตอร์ให้ชัดเจน ระหว่างแสดงต้องมีสติมากๆ

ตัวเปลี่ยน…ใจไม่เปลี่ยน อภิญญา สกุลเจริญสุข,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เคยเผลอนำบุคลิกของตัวละครไปใช้ในชีวิตประจำวันบ้างไหม

A: ไม่มีค่ะ เพราะป่านจะแยกตลอดว่านี่คืองาน และนี่คือตัวป่าน ถ้ารู้จักป่านจริงๆ จะรู้ว่าเราไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนเห็นเลย เชื่อว่าทุกคนรู้จัก ‘สายป่าน-อภิญญา’ แต่น้อยคนที่รู้จัก ‘ป่าน’ จริงๆ เวลาที่อยู่ข้างหลังกล้อง อยู่กับทีมงาน เพื่อน และครอบครัว ป่านคือคนธรรมดา เราต้องแยกแยะให้ออกระหว่างงานและชีวิตจริง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพาตัวละครที่เล่นกลับมาที่บ้าน เพราะคนที่บ้านเราไม่ได้รู้จักตัวละครพวกนั้นด้วย ดังนั้น การไม่ให้พวกเขาเจอกันคือเรื่องที่ดีที่สุดค่ะ

ป่านเป็นคนจริงจังทุกอย่าง เรียนจริงจัง ทำงานจริงจัง แต่ไม่เคยมีโมเม้นต์ที่หลุดออกมาจากตัวละครไม่ได้ อาจเป็นเพราะป่านแฮปปี้และเอ็นจอยกับชีวิตของตัวเองมาก ทำงานเต็มที่ กินอิ่มนอนหลับ ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ป่านจึงมีความสุขกับชีวิตตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับตัวละครเลย

Q: ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทด้านการแสดงส่วนใหญ่ที่ได้รับมักเป็นบทดราม่าแรงๆ คิดว่ามีส่วนทำให้คนมีมายาคติกับภาพลักษณ์ของคุณไหม

A: มีส่วนอยู่แล้วค่ะ สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบตัดสินบางอย่างด้วยรูปธรรมโดยที่ไม่มีข้อมูลเชิงลึก เป็นข้อมูลด้านเดียว ไม่มีอีกด้านให้เปรียบเทียบ ทำให้คนส่วนใหญ่รีบด่วนตัดสิน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยค่ะ เพราะตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าสิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ผิด แต่ไม่ค่อยมีทางเลือกให้ประกอบการตัดสินใจ จึงไม่ค่อยแปลกใจมากค่ะ หากจะมีคนตัดสินตัวตนป่านจากบทบาทที่เราแสดง

ส่วนตัวป่านค่อนข้างโชคดีที่อยู่ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ให้ทางเลือกมาโดยตลอด เลยไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่คนอื่นมอง หากเราเลือกที่จะใส่ใจกับคำตัดสินของคนอื่น…ก็ได้นะ แต่เราจะต้องเหนื่อยมากๆ กับพยายามเป็นคนในแบบที่พวกเขาชอบ กับอีกทางเลือกหนึ่งคือเราใส่ใจให้น้อยลง แต่ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่…แบบไหนดีกว่ากันล่ะ

หากเราเลือกที่จะใส่ใจกับคำตัดสินของคนอื่น…ก็ได้นะ
แต่เราจะต้องเหนื่อยมากๆ กับการพยายามเป็นคนในแบบที่พวกเขาชอบ
กับอีกทางเลือกหนึ่งคือเราใส่ใจให้น้อยลง แต่ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่…
แบบไหนดีกว่ากันล่ะ

 

Q: คุณคิดว่าการเป็นคนชัดเจน และตอบคำถามแบบตรงไปตรงมา มีส่วนทำให้ชีวิตในวงการบันเทิงยากหรือง่าย อย่างไรบ้าง

A: คนตรงไม่ผิดนะ ป่านมองว่าคนตรงเป็นคนซื่อสัตย์ เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้ ทุกสิ่งที่ป่านคิดเกิดจากมุมมองของป่านที่เป็นแบบนี้ แต่ถ้าคนอื่นมีข้อมูลที่แตกต่างเราต้องกล้าพอที่จะเปิดรับ ซึ่งแตกต่างจากคนที่แรง เพราะคนแรงคือคนไม่มีมารยาท ฉันจะทำแบบนี้นะ ไม่ฟังใครทั้งนั้น ต้องแยกระหว่างคนตรงและคนแรง

ดังนั้นวิธีการของป่านคือ พูดให้ชัด พูดให้เคลียร์ พูดให้ชัวร์ จบ…ไม่ยืดเยื้อ ในชีวิตการทำงานย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอยู่แล้ว บางเรื่องไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรอก เหมือนอุบัติเหตุค่ะ ที่เราล้มแล้วต้องรีบยืนให้ได้ เช่นเดียวกัน เมื่อไรที่ผิดต้องกล้าที่จะยอมรับแบบตรงๆ

Q: มีเรื่องไหนโดนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด

A: ทุกเรื่อง (หัวเราะ) ที่เป็นข่าวออกมาหลายเรื่องโดนเข้าใจผิดเยอะมาก จนไม่สามารถอธิบายหมดได้แล้ว หลายอย่างยังมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเรา แต่ก็ไม่ได้ผิดที่เขาจะคิดแบบนั้น เพราะเราไม่เคยได้เจอกัน ไม่เคยได้รู้จักกัน ป่านคิดว่าการที่เราจะอยู่ตรงนี้ได้ ต้องสตรอง อยู่ให้เป็น เข้มแข็งให้พอ การเป็นนักแสดงที่ดีสำหรับป่านคือเราควรจะลอยตัวให้เหนือปัญหาตรงนั้น ไม่เหน็บแนมหรือต่อปากต่อคำ เมื่อทำผิด ก็ให้รู้ว่าผิด หลังจากนั้นจะมีกระแสคนชอบ-ไม่ชอบ คนด่า-คนชม ก็เป็นสิทธิ์ของเขา

ตัวเปลี่ยน…ใจไม่เปลี่ยน อภิญญา สกุลเจริญสุข,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทำงานในวงการบันเทิงมานาน แถมยังเคยเป็นอาจารย์สอนด้านการแสดงด้วย ยังมีเรื่องไหนที่คุณอยากท้าทายตัวเอง แต่ยังไม่มีโอกาสอีกบ้าง

A: จริงๆ แล้วป่านชอบทำอะไรที่ทำให้หัวใจเต้นแรง ชอบความเอ็กซ์ตรีมมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นกีฬาที่ใช้ทักษะทางร่างกายค่อนข้างเยอะ แต่คิดว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่ป่านยังไม่เคยทำคือ ศึกษาความแข็งแรงของร่างกายอย่างจริงจัง อยากเรียนรู้ทักษะ วิธีป้องกันตัว อยากรู้ว่าแขนขาเราใช้ทำอะไรได้อีก ล่าสุดสนใจศิลปะการต่อสู้แบบ ‘ปันจักสีลัต’ แต่ต้องเบรกตัวเองไว้ก่อน เพราะเวลาทำอะไรป่านจะจริงจัง แต่ช่วงนี้อาจไม่ค่อยมีเวลา แต่วางไว้เป็นแพลนที่อยากทำค่ะ

Q: เคยคิดเล่นๆ ไหมว่าต่อไปอีก 10 ปี อยากให้คนจดจำหรือพูดถึงตัวเองว่าอย่างไร

A: มันจะมีคนจำหรือเปล่า ยังไม่รู้เลย (หัวเราะ) ป่านไม่รู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า คนจะลืมภาพของเด็กผู้หญิงหัวฟูคนนั้นจากเรื่อง ’พลอย’ แล้วหรือยัง การสร้างภาพจำใหม่เป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นอีก 10 ปีข้างหน้า คนอาจจะยังจำภาพเราเป็นเด็กหัวฟูอยู่ก็ได้

Q: แต่ที่ผ่านมาคุณเปลี่ยนทรงผมบ่อยมากนะ และมักถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อยู่เสมอ

A: ป่านตัดผมตามอารมณ์เลย การได้มาของแต่ละทรงไม่ได้ผ่านไอเดียหรือการคิดอะไรเลย แค่รู้สึกร้อนแล้วไปเข้าร้านตัดผม แต่ทุกทรงที่เราตัดดันกลายเป็นเทรนด์ คนจะพูดถึงในโลกออนไลน์ ความจริงป่านไม่ได้เครียดอะไร แค่เปลี่ยนทรงผมตามสภาพอากาศเฉยๆ แต่หลังๆ จะทำผมทรงอะไรก็ต้องคิดนิดนึง เพราะสงสารคนที่ตัดตามแล้วไม่ได้ออกมาเป็นแบบเรา ตอนที่ป่านตัดทรงหน้าม้าเต่อ มีคนนำรูปป่านไปเปรียบเทียบว่า เราเป็นภาพในฝัน เขาเป็นภาพความจริง ฮือออ…ขอโทษนะ ป่านไม่ได้ตั้งใจ (หัวเราะ)

ตัวเปลี่ยน…ใจไม่เปลี่ยน อภิญญา สกุลเจริญสุข,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: แล้วมุมมองความรักของสายป่านในวัยย่างเข้า 29 ปีล่ะ แตกต่างจากสมัยวัยรุ่นเยอะไหม

A: ต่างเยอะค่ะ สมัยวัยรุ่นเมื่อเรามีความรักแล้วจะรู้สึกซู่ซ่า กระปรี้กระเปร่า แต่พอโตขึ้นก็เริ่มแยกแยะออกว่าครั้งไหนคือความรักที่ดีและความรักที่ไม่ดี อาจจะมีบางครั้งที่เราภาวนาให้เป็นรักครั้งสุดท้ายเพื่อจะรักษาไว้ให้นานที่สุด แต่สุดท้ายทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงได้

มุมมองของป่านตอนนี้คือ เมื่อเราเจอความรักที่ดีแล้วก็ต้องรักษาไว้ ใครสักคนที่ทำให้เรารู้สึกสบายตัวและสบายใจเมื่อได้อยู่กับเขา สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งแอ๊บ ตอนอยู่กับเขาจะไม่แต่งหน้าหรือขี้เหร่ขนาดไหนก็ได้ หรือเวลาที่กินส้มตำปลาร้าแล้วตดได้ โดยที่เข้าใจกันว่านี่คือเรื่องธรรมชาติ เมื่อไรก็ตามที่เจอคนที่มองทะลุผ่านเมกอัพของเราลงไปข้างใน…คนนั้นแหละคือคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ (ยิ้ม)

Q: ทุกวันนี้บอกได้ไหมว่าอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนในชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อ ‘สายป่าน-อภิญญา’

A: ทุกวันนี้ป่านไม่มีแรงกดดัน ไม่มีใครมากดดันอะไรป่านเลย ครอบครัวไม่กดดัน แฟนก็ไม่เคยมาบอกว่าป่านต้องเป็นแฟนแบบไหน คนดูก็ไม่เคยคาดหวัง เพราะสายป่านคือสายป่าน เมื่อไม่มีแรงกดดัน สิ่งเดียวที่ป่านทำแล้วมีความสุขที่สุดคือการเอ็นจอยชีวิต

บางครั้งความสุขอาจไม่ได้มาจากการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการได้ออกไปพบเจอคนที่ทำให้ป่านรู้สึกมีชีวิตชีวา ได้เจอทีมงาน เอ๊ะ! พี่คนนี้ดูเปลี่ยนไปจากวันนั้นที่เราเคยเจอเนอะ ป่านชอบออกไปข้างนอก ชอบคุยกับคน มอบทัศนคติด้านบวกให้พวกเขา เผื่อว่าเขานำคำพูดของเราไปคิดต่อ แล้วอาจช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้นก็ได้

แต่เคยคิดเหมือนกัน สมมติว่าวันหนึ่งป่านรู้สึกว่าสังคมรอบข้างมันแย่เกินจะเยียวยาแล้ว ป่านอาจจะไม่อยากคุยหรืออยู่กับใครแล้วก็ได้ สุดท้ายแล้วป่านคิดว่าแรงขับเคลื่อนของป่าน มันคือการเดินสวนทางกับสังคมที่มันแย่ลงนี่แหละ…

แม้บทบาทที่ได้รับจะหลากหลาย และไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่คาแร็กเตอร์ แต่ในทุกๆ ครั้งที่ผู้กำกับฯ สั่งคัต… สายป่าน-อภิญญา ก็จะกลับมาเป็น ‘ป่าน’ คนเดิมอย่างที่เป็นมาเสมอ…ไม่เคยเปลี่ยน


AUTHOR :

ตติยา แก้วจันทร์
ตติยา แก้วจันทร์
เรียนจบเอกภาษาจีน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีนเลย หันไปซบอกงานข่าวและผลิตคอนเทนต์ ทำมาหากินกับ ‘ตัวอักษร’ มาโดยตลอด ด้วยเชื่อในพลังของตัวอักษรว่าสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติและชีวิตคนอ่านได้ ปีไหนเงินหนาจะดูหนังได้มากกว่า 100 เรื่องต่อปี กับทุกวันนี้ยังไม่เคยเสียประวัติเรื่องการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน