เรื่องเด่น

LUSS จากคุณครูสอนดนตรี สู่ดูโอหน้าใหม่ไฟแรง

Published 15 พ.ค. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

LUSS-interview-banner

หลายคนอาจเริ่มคุ้นชื่อ LUSS (ลัสส์) คู่ดูโอหน้าใหม่กันมาบ้างแล้ว แม้เพิ่งเปิดตัวในนามศิลปินได้ไม่นาน แต่พวกเขาไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการ เพราะคลุกคลีทั้งงานเบื้องหลังและเบื้องหน้ามาสักพักใหญ่แล้ว นำโดย ปั้น-นลพรรณ อัมพุช อดีตนักร้องนำวง Jelly Rocket และเบน-ศิรสิทธิ์ ตั้งบุญดวงจิตต์ โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินฮิปฮอปไทยครึ่งประเทศ แถมทั้งคู่ยังเป็นคุณครูสอนดนตรีลับฝีมือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอ

ลัสส์โดดเด่นด้วยเสียงร้องเท่ๆ และซาวนด์ดนตรีสุดล้ำ มีซิงเกิลดังอย่าง Fool และ Ride or Die ที่บ่งบอกตัวตนอย่างชัดเจน พวกเขาไม่ได้แจ้งเกิดเฉพาะในวงการเพลงบ้านเราเท่านั้น แต่ยังอยู่ในความสนใจระดับเอเชีย หลัง Urban Playground ที่สนับสนุนศิลปินสไตล์ Urban ทั่วโลกเลือกลัสส์ให้เป็นศิลปินที่น่าจับตามอง อีกทั้งเคยได้รับเลือกจาก Apple Music ให้เป็น New Artist Spotlight ไม่เพียงเท่านั้นศิลปินไทยดูโอคู่นี้ยังมีซิงเกิลดังที่พุ่งทะยานขึ้นไปติดชาร์ตเพลงในยุโรปอีกด้วย 

การแจ้งเกิดของดูโอหน้าใหม่ไฟแรง และเต็มไปด้วยความสามารถทางดนตรี ถือเป็นสัญญาณที่ดีของวงการเพลงไทยที่สื่อถึงการก้าวกระโดดแบบยกระดับคุณภาพไปอีกขั้น 

วันนี้แสงสปอร์ตไลท์เริ่มสาดส่องพวกเขาแล้ว หนทางแห่งการพิสูจน์ฝีมือและบททดสอบครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง…

Q: จุดเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นศิลปินดูโอ

ปั้น: ปั้นเคยเป็นนักร้องนำอยู่วง Jelly Rocket มาก่อน บางครั้งพี่เบนมาเล่นแบ๊กอัพเบสให้ ได้คุยกันแล้วรู้ว่าชอบเพลงแนวเดียวกัน ยังไม่ค่อยมีใครทำเพลงแบบที่เราคิดไว้ในหัว จึงคิดว่าน่าจะลองทำงานเพลงร่วมกันดู 

เบน: ผมทำงานเบื้องหลังเป็นโคโปรดิวเซอร์คู่กับพี่อีกคนชื่อ ‘นีโน่-เกริก ชาญกว้าง (NINO) เขาทำเพลงให้ศิลปินฮิปฮอปน่าจะครึ่งประเทศไทย เราอินในดนตรีแนวอาร์แอนด์บีและฮิปฮอปอยู่แล้ว บังเอิญเจอปั้นที่ชอบฮิปฮอปเหมือนกัน จึงชวนมาทำเพลงโดยนำเมโลดี้มาผสมกับอิเล็กทรอกนิกส์ และเพิ่มจังหวะบีทกลองที่มีความฮิปฮอปเข้าไป จนกลายเป็นสไตล์เพลงของเรา 

ปั้น: ปั้นไม่ได้เรียนดนตรีมา แรกๆ อาจต้องมาจูนกัน เพราะเบนเรียนดนตรีสายตรงที่ ม.มหิดลเลย เวลาคุยกันเราจะใช้คนละภาษา (หัวเราะ) คนนี้พูดเน้นตัวโน้ต ทฤษฎีเป๊ะ ส่วนปั้นจะไม่ได้เลย แต่เมื่อมารวมตัวกันปั้นว่าลงตัวดีมากค่ะ ระหว่างความธรรมดาที่คนทั่วไปฟังได้ ผสมกับลูกเล่นทางดนตรีที่ชัดเจน

Q: แรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาชื่นชอบดนตรีเริ่มขึ้นตอนไหน

ปั้น: ปั้นโตมากับดนตรีแนวฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีอยู่แล้วค่ะ ตั้งแต่เด็กก็ร้องเพลงมาตลอด ทำกิจกรรมที่โรงเรียน แข่งขันร้องเพลง จนกระทั่งได้ทำวง Jelly Rocket ก็ยังคลุกคลีกับดนตรี ทุกประสบการณ์ค่อยๆ สอนเรามาเรื่อยๆ ค่ะ

เบน: ผมเป็นเด็กที่โตมากับการโดนบังคับให้เรียนเปียโน เราไม่อยากเรียนก็ร้องไห้ทุกวัน (หัวเราะ) แต่ก็ได้ความรู้ด้านดนตรีสะสมม่เรื่อยๆ จนวันหนึ่งเวล่เราได้ยินใครเล่นดนตรี เราจะรู้ว่านี่คือตัวโน๊ตอะไร เรื่องการแกะคอร์ดจึงค่อนข้างเป็นเรื่องง่ายสำหรับเบนครับ เลยรู้สึกว่าเอาวะนี่แหละ…น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่เราเก่งกว่าการทำอย่างอื่น เลยคิดว่าหันมาเอาดีทางนี้ไปเลยดีกว่าเนอะ ทุกอย่างสะสมมาเรื่อยๆ ครับ พอเรามีโอกาสได้ทำงานเพลงตรงนี้ ได้เสพงานใหม่ๆ ทำให้ฟังเพลงเยอะขึ้นมาก ถ้าให้ผมเลือกศิลปินคนโปรดสักคน…ผมเลือกไม่ถูกเลยนะ เพราะมีเยอะมากจริงๆ 

LUSS จากคุณครูสอนดนตรี สู่ดูโอหน้าใหม่ไฟแรง,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทำไมต้องชื่อวง ‘LUSS’

เบน: เมื่อก่อนเราทำเพลงกันเอง ทุกแพลตฟอร์มที่จะนำเพลงไปปล่อยเราก็จัดการกันเองหมด จนกระทั่งวันหนึ่งทำเพลงเสร็จแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะใช้ชื่อวงว่าอะไร (หัวเราะ) จริงๆ คิดไว้หลายอย่างนะ สุดท้ายมาลงตัวกับคำว่า ‘LUSS’ ที่ต้องการเล่นคำกับ Lust เราอยากสื่อสารถึงความหลงใหลในดนตรี ไม่อยากให้ชื่ออีโรติกเกินไป

Q: ท่ามกลางแนวดนตรีที่หลากหลายในปัจจุบัน คุณจะนิยามแนวเพลงของคุณว่าอย่างไร

ปั้น: ถ้าพูดแนวกว้างๆ จะเป็นแนว Urban ค่ะ จำพวกอาร์แอนด์บีและฮิปฮอปค่ะ จุดเด่นคือ LUSS จะนำการเล่นซาวนด์ซินธ์มาใส่ค่อนข้างเยอะ 

เบน: เพลงแรกที่เราปล่อยเลยคือ Trippin' (ทริป) ทำนานมาก เราทำงานอย่างอื่นไปด้วยตลอดเวลา ตอนนั้นทำวงเป็นงานเสริมเฉยๆ ทำให้เพลงนี้เราทำกันนานมาก ยังไม่ได้ซีเรียสอะไร ผมมีโอกาสไปทำงานกับดาโน่ จึงเริ่มมีไอเดียเรื่องซาวนด์มากขึ้น และออกมาเป็นผลงานซิงเกิลแรกของเรานี่แหละครับ

Q: เมื่อก่อนทำงานเพลงเองหมด แล้วทำไมจึงตัดสินใจผันตัวเป็นศิลปินมีสังกัด

เบน: หลังจากเราปล่อยเพลงแรกไป แล้วพี่โน่ก็ทักมาจึงเป็นจุดเริ่มต้นครับ การทำเพลงกับค่ายมีข้อดีเพราะทางค่ายมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุน ไม่ว่าจะช่วยแนะนำเรื่องทิศทางของวง ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีศักยภาพที่จะทำเพลงให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ เพราะมีพี่ๆ มาช่วยย้ำไอเดีย แต่ไม่ได้พยายามปรับเปลี่ยนอะไร เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้

ปั้น: LUSS ก็ยังขับเคลื่อนด้วยตัวตนของพวกเราที่มักจะทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอค่ะ 

Q: ได้ยินมาว่าเพลงของคุณไปติดท็อปชาร์ตในต่างประเทศด้วย

เบน: เพลง Fool ครับ ช่วงที่เราเซ็นสัญญากับค่ายเวย์เฟอร์ เรคคอร์ด ปล่อยเพลงแล้ว กำลังเช็กฟีดแบ๊กว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีพี่โปรดิวเซอร์เข้ามาบอกว่า “รู้หรือเปล่าเพลง Fool ไปติดชาร์ตที่ฟินแลนด์นะ” ตอนนั้นงงมาก แต่พี่เขาย้ำว่าตอนนี้กำลังฮิตมาก ติดชาร์ตทุกหมวดเลย โดยเฉพาะ New Music Friday และอาร์แอนด์บี แถมยังไปติดชาร์ตที่สิงคโปร์ มาเลเซียด้วย แต่พอมาดูชาร์ตในไทยยังไม่ค่อยติดอะไรเลยครับ (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะแนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมในฟินแลนด์มั้งครับ

ปั้น: เดี๋ยวนี้มีศิลปินไทยหลายคนที่เริ่มดังมาจากต่างประเทศก่อน แล้วค่อยเข้ามาดังในไทย อย่างน้อง ‘ภูมิ วิภูริศ’ ดังมากกก…สักวันอยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง 

Q: ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพลงส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่า

ปั้น: เราทดลองทำมาเรื่อยๆ ค่ะ อยากให้วงมีคอนเซ็ปต์เป็นวงไบลิงกวล (2 ภาษา) เพราะเมโลดี้เนื้อเพลงภาษาอังกฤษจะดัดแปลงได้ง่ายกว่า ส่วนภาษาไทยยากตรงมีเรื่องของวรรณยุกต์เข้ามาเกี่ยว แต่เร็วๆ นี้จะมีเพลงที่ใช้ภาษาไทยมากขึ้น มีเสียงซินธ์แผดๆ ใส่แร็ปเข้าไปด้วยค่ะ

เบน: ที่ผ่านมาเราทำเพลงโดยอิงจากความชอบของตัวเอง อย่างเพลงแรก Trippin' (ทริป) เป็นเพลงภาษาอังกฤษ 100 เปอร์เซ็นต์ เพลงต่อมาค่อยๆ ลดให้เหลือภาษาอังกฤษสัก 60-80 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าซิงเกิลนับจากนี้อาจต้องใช้ภาษาไทยให้เยอะขึ้นบ้าง 

Q: ซิงเกิลใหม่ล่าสุด ‘Ride or Die’ มีความแตกต่างจาก 2 ผลงานเพลงที่ผ่านมาไหม

เบน: มิวสิกวิดีโอเพลงนี้เรายกกองไปถ่ายทำที่พัทยานี่เองครับ อย่างเพลง Fool โปรดักชั่นค่อนข้างจริงจังกว่ามาก เพราะเป็นเพลงแรกที่ทำกับทางค่าย แต่สำหรับ Ride or Die เราอยากให้คนอินกับเพลงมากขึ้น อยากทำอะไรที่ดูมีความเป็นกันเอง ดูไปเที่ยวเล่นกับแก๊งเพื่อน ผมไปปรึกษากับผู้กำกับฯ เขาแนะนำพัทยาครับ เพราะดูเหมาะสำหรับไปเที่ยวชิลกับแก๊งเพื่อน ในมิวสิกวิดีโอนี่ก็เป็นเพื่อนกันหมดเลยนะ ทีมงาน ตากล้อง ทุกอย่างค่อนข้างอิมโพรไวส์ เราอยากได้ความดิบ แต่ได้เรื่องเกรดสีมีช่วยทำให้ดูโดดเด่นขึ้น ผมก็ชอบเพลงนี้เหมือนกัน

ปั้น: ที่มาของเพลง Ride or Die เราค่อนข้างอยากได้อารมณ์ที่แตกต่างจากเพลงก่อนหน้านี้ค่ะ คืออยากได้อารมณ์ที่สนุกมากขึ้น เวลาเล่นสดจะได้มัน คำว่า ‘Ride or Die’ เป็นสำนวนที่แปลว่า “ไปไหนไปด้วยกัน ไปให้สุด” เหมาะที่จะนำมาเป็นท่อนฮุคนะ เพราะปั้นเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเวลาขับรถ เพลงนี้น่าจะเหมาะกับเวลาขับรถนะคะ 

Q: เมื่อมีความกล้าในการทำดนตรีแบบใหม่ๆ กังวลกับคำวิจารณ์ที่แน่นอนว่าต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วไหม

ปั้น: บางครั้งคนที่ฟังเพลงนอกเหนือจากเพลงไทย ก็อาจนำเพลงเราไปเปรียบเทียบกับเพลงต่างประเทศ แล้วบอกว่า “เฮ้ย! เหมือนเพลงนี้เลยนี่หว่า” คนที่ติเพื่อให้เราพัฒนาก็มีค่ะ ติเพื่อให้เรารู้สึกแย่ก็มี ความคิดเห็นบางอย่างก็บั่นทอนการทำงานของศิลปินเหมือนกัน แต่จริงๆ เข้าใจค่ะว่าทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น (ยิ้ม)

เบน: เราเสพงานเยอะมาก เพลงสากล เพลงเกาหลี บางทีคอร์ดมันมีความใกล้เคียงกันได้ สำหรับการแสดงความเห็นแบบติเพื่อก่อ ผมโอเคนะ แต่บางทีเขาก็ติเพื่อความมันเพื่อความสะใจ เพื่อนๆ ในวงการที่เป็นศิลปินล้วนต้องเคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน ตอนแรกปั้นกังวล เครียด แต่พอเราอยู่มาสักพัก ใครๆ ก็โดน เราต้องเลือกรับครับ

LUSS จากคุณครูสอนดนตรี สู่ดูโอหน้าใหม่ไฟแรง,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: นอกจากเป็นศิลปิน คุณทั้งคู่ยังเป็นครูสอนดนตรีด้วย

ปั้น: ปั้นร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ แต่ไม่ได้เรียนสายดนตรี ปั้นเรียนโรงเรียนคริสเตียนที่มีการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า มีโอกาสได้อยู่ในทีมคอรัสของโรงเรียนค่ะ คือวัฒนาคอรัส เราได้ทำสิ่งที่คลุกคลีกับการร้องเพลงมาตลอด โดยส่วนตัวแล้วชอบฮิปฮอปมาก ศิลปินคนโปรดคือ Childish Gambino และ Kendrick Lamar หลังๆ ได้เรียนรู้ทฤษฎีดนตรีเพิ่มขึ้น นอกจากทำเพลงปั้นยังเป็นครูสอนร้องเพลงที่ร็อกอะคาเดมี่ (Rockacademy) ย่านสุขุมวิทค่ะ เบนก็สอนอยู่ที่นั่นด้วย

เบน: ผมสอนคีย์บอร์ด เบส และกีตาร์ครับ มีนักเรียนตั้งแต่เด็กๆ จนถึงวัย 50 ปีเลย ผมมักบอกนักเรียนเสมอว่านักดนตรีหรือนักร้องที่เก่ง ไม่ใช่คนที่โอ้โห…โซโล่เร็ว เล่นเร็วมาก แต่คือคนที่เข้าใจอารมณ์ของเพลง เพราะการร้องและเล่นเพลงๆ หนึ่งเหมือนกับการเล่าเรื่องครับ ถ้าเราเล่าเรื่องตลก แต่เราไม่อินกับเรื่องนั้น นั่งพูดแบบหน้าเบื่อๆ คนไม่ตลกด้วยเนอะ (หัวเราะ) มีศิลปินในค่ายหลายคนไปสอนที่ร็อกอะคาเดมี่ อย่างวง BOMB AT TRACK ก็สอนอยู่ที่นั้น มีเพื่อนๆ ในวงการเยอะครับ ส่วนตัวผมสอนเป็นพาร์ตไทม์สัปดาห์ละ 2 วัน

Q: ในฐานะศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงที่ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มีมุมมองต่อวงการเพลงไทยอย่างไร

ปั้น: คนไทยเปิดรับอะไรมากขึ้นนะคะ ฟังทุกอย่างจริงๆ เริ่มมีกลุ่มที่ฟังเพลงนอกกระแสเยอะขึ้น เพราะมีศิลปินไทยทดลองทำดนตรีใหม่ๆ เยอะมาก ยกตัวอย่างที่รอบปีที่ผ่านมาเพลงฮิปฮอปมาแรง ทั้งที่ก่อนหน้านี้นานๆ ทีจึงจะโผล่มาในวงการเพลงสักครั้ง แต่ตอนนี้วงการเพลงบ้านเรากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ปั้นว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจตามทันต่างประเทศได้เลย

เบน: เดี๋ยวนี้เปิดกว้างมากขึ้น แค่คุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอยากฟังอะไรก็ได้ เราเองก็เป็นอีกกลุ่มศิลปินที่อยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสฟังดนตรีที่หลากหลายขึ้นครับ พยายามหยิบหลายๆ แนวมายำรวมกัน แล้วออกมาเป็นสไตล์ของเรา 

Q: ช่วงนี้การเมืองบ้านเราเริ่มกลับมาเข้มข้น ขอฟังนโยบายที่คนทำงานเพลงอยากได้หน่อยสิ

ปั้น: ตอนนี้ประเทศไทยมี MCT เป็นหน่วยงานด้านลิขสิทธิ์ดนตรีของประเทศไทย จริงๆ แล้วศิลปินจะอยู่ได้เพราะการสนับสนุนผลงานค่ะ บางทีเทคโนโลยีก็เปิดช่องทางให้คนดาวน์โหลดเพลงแบบผิดกฎหมาย อยากให้มีนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้ของถูกกฎหมาย เพราะแค่เล่นสดอย่างเดียว บางทีก็อยู่ไม่ได้หรอก

เบน: ผมคิดเหมือนกัน ถ้าชอบงานของใคร ไปโหลดแบบถูกกฎหมายเถอะครับ อยากให้แฟนเพลงสนับสนุนงานของคนไทยด้วยกันครับ

สามารถฟังผลงานเพลงของ LUSS ได้จากทุกช่องทางความบันเทิงในโลกออนไลน์ ไม่ว่า YouTube Channel: Wayfer Records หรือ Music Streaming Platform อย่าง Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเฟซบุ๊ก LUSS

‘ร็อกอะคาเดมี่’ พิกัดเรียนดนตรีกับศิลปิน

ที่อยู่: โครงการ A Square สามารถเข้าได้ทั้งทางซอยสุขุมวิท 24 และ 26 หรือใช้บีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์

โทร.: 0-2261-3833

เวลาทำการ: วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 11.00-20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น.

เฟซบุ๊ก: Rockademy Thailand