เรื่องเด่น

The Diva Chinatown ป่าวร้องท่วงทำนองจีน เจนนิเฟอร์ คิ้ม

Published 7 ก.พ. 2019

By สันทัด โพธิสา

Jennifer-Kim-Interview-scoops-Rabbit-Today-banner-1

แม้ปีนี้กลิ่นควันธูปประจำเทศกาลตรุษจีนอาจจะเบาบางไปบ้าง ตามสภาพภูมิอากาศของเมืองที่ยังวิกฤต แต่บรรยากาศความคึกคักของประเพณีปีใหม่ของชาวจีนก็ยังเข้มข้นไม่เสื่อมคลาย... 

หากถามคุณผู้อ่านว่า ถ้าให้นึกถึงใครสักคนที่มีภาพจำความเป็น ‘คนเชื้อสายจีน’ เชื่อขนมกินได้ ว่าชื่อของนักร้องดีว่าตัวแม่ ‘เจนนิเฟอร์ คิ้ม’ ต้องอยู่ในความคำนึงของใครหลายคน

เกือบๆ 30 ปีที่นักร้องหญิงคนนี้โลดแล่นอยู่ในวงการดนตรีเมืองไทย สร้างสมชื่อเสียงมาจนเรียกว่าไล่เรียงโปรไฟล์กันไม่หมด แต่แน่นอน--เธอเป็นมาหมด ทั้งนักร้องมือรางวัล คุณครูสอนร้องเพลง เทรนเนอร์คนเก่ง หรือเป็นโค้ชชิ่งให้กับน้องๆ นักร้องรุ่นใหม่มากมาย 

ปลายเดือนนี้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ ‘ICHITAN presents JENNIFER KIM DIVA CHINATOWN’ คอนเสิร์ตที่อุดมไปด้วยความสนุกสนาน และอัดแน่นไปด้วยบทเพลงอันไพเราะ แบบที่ต้องเรียกว่า ‘ไม่ธรรมดา’ ตามสไตล์ดีว่าคนดัง

Rabbit Today มีนัดพูดคุยกับ ‘เจ๊คิ้ม’ หรือ ‘พี่คิ้ม’ ของน้องๆ ในแวดวงดนตรีและวงการบันเทิงไทย ในวันที่เธอกำลังฟิตซ้อมกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 5 ในชีวิตอย่างขะมักเขม้น เราอัปเดตเรื่องราวคอนเสิร์ต พร้อมพาเธอย้อนวันวาน ตามไปดูวิถีชีวิตสาวสายเลือดจีน ที่หล่อหลอมให้เป็นเธออย่างในวันนี้...

Q: ‘เทศกาลตรุษจีน’ ในห้วงคำนึงของคุณนึกถึงอะไร 

A: นึกถึงการรวมญาติ เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่สมัยเด็กๆ ไม่ค่อยชอบหรอก (ยิ้ม) เพราะเวลาที่ญาติมารวมกันเยอะๆ เราจะเป็นคนที่ขี้เกียจเรียกชื่อญาติๆ กว่าจะเรียกครบหมด โอ้โห หมดไปเกือบครึ่งวัน (หัวเราะ) เรื่องนี้เหมือนเป็นปมเล็กๆ มาตั้งแต่เด็ก คือพอไม่ชอบเรียกชื่อคน สมองเลยฝังชิปลงไปว่า ต่อไปนี้แกไม่ต้องจำชื่อคน เพราะแกไม่ชอบ ทุกวันนี้เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีหน่วยความจำในการจำชื่อคน คือจำหน้าคนได้หมด แต่จำชื่อไม่ค่อยได้ (ยิ้ม)

Q: คุณมองเทศกาลตรุษจีนเป็นอย่างไร

A: ตรุษจีนสำหรับเรา คือความซับซ้อนที่สวยงาม เป็นความละเมียดในความวุ่นวาย ฟังดูขัดแย้งกันไหม (หัวเราะ) แต่มันคือเรื่องจริง คุณคิดดูสิ กว่าที่เราจะเตรียมข้าวของไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ๆ ไหนจะต้องเลือกสรรของดีๆ บางบ้านลงทุนไปจ่ายกับข้าวมาทำเอง นี่ไม่รวมว่ารถก็ติด มีแต่ความวุ่นวาย โกลาหล ถูกไหม แต่ในความวุ่นวายเหล่านั้น กลับมีสิ่งที่ซ่อนอยู่

Q: นั่นคือ...

A: กุศโลบายไง สังเกตไหมละว่า การที่เรามารวมตัวกันในวันตรุษจีน มันเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้พูดคุยกันในหมู่เครือญาติ ปีหนึ่งไม่เคยเจอกัน ช่วงเวลานี้ก็จะได้ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วเมื่อก่อนเวลาทำของไหว้เสร็จเรียบร้อย ของที่เหลือเราก็เอามาแบ่งปันกันตามบ้านเรือนเครือญาติ เรามองว่ามันเป็นการได้ทำบุญและทำทานไปในคราวเดียวกัน หรือแม้แต่การแต๊ะเอีย ก็ถือเป็นการสอนให้เด็กๆ จำว่าเรามีญาติพี่น้อง สอนให้เกิดความรัก ความกตัญญู รู้จักเก็บเงิน รู้คุณค่าของเงิน

Q: ช่วยเล่าวิถีชีวิตของเด็กหญิงเจนนิเฟอร์ คิ้ม ในวันวาน กับความเป็นครอบครัวเชื้อสายจีนให้ฟังหน่อย

A: เราเกิดมาในครอบครัวที่มีหลายแม่ แม่เราเป็นเมียคนที่ 4 ของเตี่ย จะมีแม่ใหญ่อีก 3 คน แต่เตี่ยจะย้ายมาอยู่กับแม่เราตั้งแต่เราจำความได้ สาเหตุที่เตี่ยมีเมียเยอะ คือไม่ได้หล่อนะ แต่เตี่ยมีตังค์ เจ้าชู้ ใจถึง (หัวเราะ) คิดดูสิ สมัยจีบแม่ใหม่ๆ พาแม่ไปซื้อเครื่องสำอาง ราคา 3,000 บาท นี่คือเมื่อ 50 ปีก่อน เทียบกับสมัยนี้ราคาน่าจะเป็นหมื่น หรือบางทีแกก็พาแม่ไปซื้อเข็มขัดทองหนัก 20 บาท แม่ก็เอวนิดเดียว 22-23 นิ้ว ไม่ยอมกินให้อ้วนๆ ไม่อย่างนั้นละได้เข็มขัดยาวเฟื้อยแน่นอน (หัวเราะ)

ส่วนความเอ็นเตอร์เทนในชีวิตวัยเด็กของเราคือ หนังกับเพลง ซึ่งเพลงจีนคือเสียงเพลงที่จะได้ยินข้างบ้านเปิดให้ฟังทู้กวัน! ถามว่าชีวิตเหมือนละครไหม ที่แบบว่าถูกลูกๆ จากบ้านใหญ่มารังแก มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มีบ้างที่เด็กๆ เล่นซนกัน อย่างเราโดนพี่ๆ ตัดผมจนแหว่งวิ่น แม่มาเห็นเข้าก็โกรธ แต่เป็นความซนทั้งนั้น โตขึ้นมาทุกวันนี้ พี่น้อง 12 คนก็รักกัน เราจะรักพี่ชายคนโตมาก แม้จะคนละแม่ แต่พี่ชายคนนี้ใจดี เหมือนเตี่ย (ยิ้ม)

The Diva Chinatown ป่าวร้องท่วงทำนองจีน เจนนิเฟอร์ คิ้ม,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ความเป็นลูกสาวบ้านครอบครัวจีน มีความกดดันมาก-น้อยขนาดไหน

A: ถ้าพูดเรื่องการเลี้ยงดู เตี่ยจะเลี้ยงลูกยุติธรรมเท่ากันหมดทุกคน เวลาเราไปอยู่บ้านใหญ่ พี่ๆ ก็เลี้ยงดูเราอย่างดี แต่ถามว่าในมุมของความเป็นลูกสาว เตี่ยจะไม่ค่อยให้เครดิตลูกสาวเท่าไร คือเรียนเท่ากัน ได้อะไรก็ได้เท่ากันหมด แต่เครดิตในการที่จะออกไปทำอะไรแล้วได้รับการสนับสนุน ถ้าเป็นลูกสาว บ้านนี้จะไม่มีเลย 

เขาให้ค่าลูกผู้ชายมากกว่าลูกผู้หญิง เพราะผู้ชายสืบสกุล แล้วให้ความเชื่อถือลูกผู้ชายมากกว่า จำได้เลยเมื่อก่อนสมัยยึดอาชีพร้องเพลงใหม่ๆ เตี่ยจะบ่นประจำ มึงไปร้องเพลงเต้นกินรำกินทำไม เดี๋ยวอีกหน่อยก็มีผัว ผัวก็เลี้ยง โถ ป๊าไม่ดูหน้าลูกตัวเองเล้ย (หัวเราะ)

Q: ถึงวันนี้กลายเป็นความน้อยใจของตัวเองไหม

A: เราไม่ค่อยดราม่านะ โอเค มันก็เป็นเรื่องที่คิดอยู่ในใจมาตลอดแหละ คืออยากทำให้เขาเห็นว่าเราก็ทำได้ ทุกวันนี้ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้ออะไรให้เขา เขาก็จะเฉยๆ แต่เราก็รู้ละว่า เขายอมรับในสิ่งที่เราทำแล้วละ อย่างมีอยู่ปีหนึ่งลูกๆ จัดเลี้ยงวันเกิดโต๊ะจีนให้ ปรากฏว่าไม่มีใครให้ซองกับแก เพราะทุกคนลงขันจ่ายค่าโต๊ะจีนให้แล้วไง แกกลับมาบ้านซึม เราควักเงินให้แสนนึง บอกไม่ต้องซึม หรือจะเอาอีกเท่าไรก็ว่ามา เท่านั้นละ แกอารมณ์ดีทันที (หัวเราะ)

Q: หลายคนได้ฟัง เริ่มรู้สึกอยากเป็นป๊าคุณคิ้มทันที

A: คิดว่ามีพ่อคนเดียวก็พอแล้วค่ะ (หัวเราะ)

Q: อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจในความเป็น ‘คนเชื้อสายจีน’

A: คนจีนเป็นคนที่อดทน ขยัน และคิดไม่หยุด ถ้าเจอคนขี้เกียจ ให้เดาว่าไม่น่าใช่คนจีน (หัวเราะ) เหมือนเจอคนไทยที่ไม่มีน้ำใจ ให้ถือซะว่าเป็นของแปลก อย่าไปคบหา แต่สิ่งที่เหนือกว่าความอดทน ความขยัน คือความกตัญญู และความรักพวกพ้อง คนจีนจะเลี้ยงคน หมายความว่า ถ้าเป็นลูกน้องเขาแล้ว ต่อให้แก่สักแค่ไหน เขาก็จะดูแลไปจนตาย นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจในความเป็นคนจีน (ยิ้ม)

Q: พูดคุยเรื่องความเป็นชาวจีนมาตลอด ล่าสุดคุณกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ แถมใช้ชื่อว่า Diva Chinatown อยากทราบว่าชื่อนี้เป็นมาอย่างไร

A: ทีแรกเลยจริงๆ อยากทำคอนเสิร์ตสไตล์จีนๆ จนเป็นที่มาของชื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ แต่เนื้อหาของคอนเสิร์ตก็ไม่ได้จี๊นจีนขนาดนั้น แขกรับเชิญ 3 คน ทั้งเบน (ชลาทิศ) อ๊อฟ (ปองศักดิ์) และพีท (พล) ก็ไม่ได้เป็นนักร้องสไตล์จีนสักคน โดยรวมก็จะมีทั้งเพลงไทย ฝรั่ง จีน รวมอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้

The Diva Chinatown ป่าวร้องท่วงทำนองจีน เจนนิเฟอร์ คิ้ม,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ทำไมถึงต้องเป็นแขกรับเชิญทั้ง 3 คนนี้

A: เพราะทุกคนเป็นน้องสาวที่แสบเหมือนกันหมด (หัวเราะ) เหตุผลสำคัญคือ ทั้ง 3 คนเป็นน้องที่สนิทมาก และทำงานด้วยง่าย ร้องเพลงได้แทบทุกแนว ทำให้เรามั่นใจว่า ถ้ามารวมกันบนเวที เวทีจะลุกเป็นไฟ (หัวเราะ) แต่แอบกระซิบหน่อยว่า ยังมี Hidden Quest หรือแขกรับเชิญพิเศษที่ซ่อนไว้อีก เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้พลาด (ยิ้ม)

Q: ถามง่ายๆ ว่า สิ่งใดที่แฟนเพลงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม จะได้รับจากคอนเสิร์ตครั้งนี้

A: ต้องเป็นความสนุกอย่างแน่นอน เอาแค่การเลือกเพลงก็สนุกแล้ว คอนเสิร์ตหนนี้จะพิเศษตรงที่เราเลือกบทเพลงของค่ายอาร์เอสฯ ในอดีตมาร้อง อย่างเพลงของวงหินเหล็กไฟ เพลงของพี่เอ-อนันต์ บุนนาค หรือพี่อิทธิ พลางกูร ซึ่งตั้งใจเลยว่า ทุกๆ เพลงที่เลือกมาจะต้องโดนใจตั้งแต่ขึ้นโน้ตตัวแรก คือไม่ต้องรอให้ถึงท่อนฮุกแล้วค่อยร้องตาม ตอนนี้จึงเป็นความปวดหัวของทั้งเราและเหล่าทีมงาน ที่ต้องขยับเพลงเข้าๆ ออกๆ เพราะอยากให้ทุกเพลงมีความโดนแบบเท่าเทียมกันหมดจริงๆ (ยิ้ม) 

Q: ในฐานะเจ้าของคอนเสิร์ต คาดหวังอย่างไรกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

A: ขอให้สนุกเหมือนเดิม นี่เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 5 ในชีวิต ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ความสนุกก็ไม่เหมือนกันสักครั้ง ครั้งนี้เราหวังว่ามันจะสนุกเหมือนเคย การขึ้นคอนเสิร์ตเป็นความสุขของเรา จะว่าไปมันเหมือนเป็นแพสชั่นของคนเป็นนักร้องน่ะ ต่อให้จะมีอารมณ์เบื่อบ้าง ไม่อยากขึ้นเวทีบ้าง แต่พอถึงเวลาปุ๊บ เราสามารถปลุกแพสชั่นในตัวเองได้อยู่ดี เพราะขึ้นชื่อว่าเกิดมาเป็นนักร้อง เราก็จะเป็นนักร้องจนวันตาย (ยิ้ม)

23-24 กุมภาพันธ์นี้ แฟนเพลงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ตามไปร่วมสนุกกับเธอกันได้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เชื่อว่าทุกโน้ต ทุกบทเพลง จะถูกบรรเลงและขับขานออกมาอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างแน่นอน...


AUTHOR :

สันทัด โพธิสา
สันทัด โพธิสา
เริ่มต้นชีวิตงานที่นิตยสารแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ก่อนจะเป็นจอมยุทธพเนจรไปตามยุทธจักรโลกหนังสืออีกหลายต่อหลายเล่ม ไม้ตายท่าถนัดคือการทำบทสัมภาษณ์ รวมถึงการร่ายลีลาทำสกู๊ปเชิงสร้างสรรค์ ทว่าดีเอ็นเอที่ซุกซ่อนอยู่ในตัว กลับพบว่าเป็น ‘ความบ้าบอล’ สุดลิ่มทิ่มประตู เอาเป็นว่า ถ้าหยุดจับปากกาเมื่อไร พบเขาได้ที่สนามบอลเท่านั้น (เป็นคนชอบความเขียวขจี)