เรื่องเด่น

DoubleBam เสียงเพลงคือเพื่อน

Published 21 เม.ย. 2019

By ชัชฎาพร จุ้ยจั่น

DoubleBam-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

ถ้าเอ่ยชื่อ ‘แบมแบม’ คงไม่มีภาพจำใดมากไปกว่า สาวน้อยมาดเท่ในชุดสูทลายดอกที่นำเพลง ‘ไม่เป็นไร’ มาร้องในรอบ Blind Audition บนเวทีการประกวด The Voice Thailand Season 3 ด้วยความน่ารักและน้ำเสียงใสๆ (ที่ใบหน้านั้นใสยิ่งกว่า) ติดหู

วันนี้เธอกลับมาอีกครั้งในชื่อ ‘DoubleBam’ หรือ ‘นีวิรินทน์ ลิ่มกังวาฬมงคล’ ศิลปินน้องใหม่ค่าย MBO สังกัดในเครือ GMM Grammy

DoubleBam เพราะเสียงเพลงคือเพื่อน,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: การเป็นศิลปินเต็มตัวของ MBO บ้านหลังใหม่หลังนี้ ต่อเติมความฝันจากเวทีเดอะวอยซ์ไทยแลนด์อย่างไรบ้าง 

A: ก่อนหน้านี้แบมก็มีซิงเกิ้ลออกมา ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนวันนี้เราค่อยๆ โตขึ้น ก้าวเข้ามาอยู่ MBO ค่ายเพลงวัยรุ่น สิ่งแรกเลยที่แอบกังวลคือ แบมต้องทำเพลงวัยรุ่นจ๋าเลยหรือเปล่า ได้ทำงานเพลงเต็มที่หรือเปล่า หรือจะให้แบมไปโชว์ตัวขายลุคไอดอลอย่างเดียว เพราะแบมอายุ 22 แล้ว ซึ่งไม่เด็กแล้วนะ (ยิ้ม) 

แต่พอได้คุยกับ MBO แล้ว เราต้องทำ 2 อย่างควบคู่กัน แบมมีโอกาสเสนอแนวคิดในการทำงาน ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้การทำงานใหม่ๆ เพราะปัจจุบันจำเป็นที่ศิลปินต้องเปิดตัวเองไปพร้อมๆ กับความสามารถ เอาความเป็นวัยรุ่นป็อปๆ ของค่าย MBO กับตัวเราผสมกัน ออกมาในแบบที่แบมชอบและตอบโจทย์ของการทำงานเพลงในค่ายด้วยค่ะ

Q: แสดงว่าแบมแบมซึมซับการฟังเพลงแนวคนทำงานมากกว่าวัยรุ่น

A: ใช่ค่ะ แบมอยากทำเพลงในแนวที่ทุกคนฟังได้ เด็กวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ใหญ่ เพราะเราชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่ก็เล่นดนตรี ร้องเพลงด้วย สิ่งเหล่านี้เลยค่อยๆ ซึมซับเข้ามา จะเห็นว่าแบมชอบร้องเพลงยุค 80s-90s ฟังมาตั้งแต่ประถม ที่ชอบก็มีพี่ปาล์มมี่ เพลงดังเลยก็ต้อง แปดโมงเช้าวันอังคาร แบมชอบพี่บัวชมพู ฟอร์ด พี่นิโคล เทริโอ ไม่ว่าจะเป็นซีดี เทป ของศิลปินหลายๆ คน แบมมีหมดเลยค่ะ

Q: พอมาถึงเพลง ‘รักเธอเท่าที่เธอไม่รัก (0%)’ ของแบมแบมในวันนี้ล่ะคะ

A: ลุ้นล้านวิวก่อนเลย (หัวเราะ) เพลงนี้ได้มิว (ชิษณุชา ตันติเมธ) แต่งให้ค่ะ เราคุยกันแล้วเขาเข้าใจคนวัยเดียวกัน แบมก็เลยบอกมิวว่า แบมอยากได้เพลงแบบมิวนะ แล้วมิวก็แต่งเพลงนี้ออกมาได้โดนใจแบมมาก เพราะว่าฟังง่ายค่ะ ท่อนฮุคติดหู ฟังได้หมดทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Q: ไม่ใช่แค่เพลงที่ติดหูคนฟังไปแล้ว แต่มิวสิกวิดีโอก็น่ารักทำเอาแฟนคลับฮือฮาเหมือนกัน

A: น่ารักอยู่แล้ว (หัวเราะ) เพราะว่าแบมเปลี่ยนลุคด้วยค่ะ เป็นสาวหวานเลย ได้พี่แก้ว BNK48 มาเล่นให้ด้วย นี่คือความเซอร์ไพรซ์ 2 ต่อ ก็คือเปลี่ยนลุคของตัวเองแล้วพี่แก้วมาเล่นเอ็มวีให้ พอชื่อว่า BNK48 คนก็ฮือฮาแล้วเนอะ 

Q: แบมแบมเคยหวานได้เท่านี้มาก่อนไหมคะ

A: ในชีวิตประจำวัน...ไม่เคยค่ะ แต่ถ้าเรื่องของการทำงาน แบมไม่ได้แต่งตัวอย่างนี้นานมาก ตั้งแต่ตอน ม.1 ประกวดร้องเพลงแล้วต้องใส่กระโปรงหวานๆ ก็ใส่ พอมาประกวดเดอะวอยซ์ก็ต้องใส่กระโปรงในรอบแบทเทิล พี่ก้องอยากได้ลุคน่ารักๆ เลยตัดผมหน้าม้า แต่พอไปให้พี่ก้องดู พี่ก้องบอกว่า ไม่เอาๆ ใส่วิกเลย ก็เป็นวิกผมยาวๆ แล้วก็อีกรอบร้องเพลงของพี่ทาทา ยัง ต้องแต่งตัวเป็นนักเรียนญี่ปุ่นค่ะ ใส่กระโปรงสั้น รองเท้าบู้ท แต่พอมาถึงเอ็มวีนี้คือที่สุดแล้ว แบมใส่วิกเป็นเด็กผู้หญิงหวานมากกก...เรียกว่าหวานแบบนี้คือครั้งแรกเลยค่ะ

DoubleBam เพราะเสียงเพลงคือเพื่อน,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: พอเป็น DoubleBam ลุคนี้ครีเอทเองหรือมีส่วนร่วมใดๆ ไหมคะ

A: ไม่ทั้งหมดค่ะ พี่ๆ เขาอยากให้ออกแนวเกาหลีๆ นิดนึง มีความเป็น Unisex หน่อย เพราะว่าหนุ่มๆ เกาหลีก็ใส่เสื้อสีหวานๆ ก็ได้ แล้วเขาไม่อยากให้แบมดูแมนจนเกินไปด้วย เลยเอาเสื้อผ้าสไตล์หวานๆ เช่น สูทลายดอกสีชมพูหรืออะไรอย่างนี้ให้มันเข้ากับตัวแบม แต่ก็ยังมีความเท่ในตัวเองอยู่ค่ะ

Q: สูทลายดอกกลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบมแบมเลยหรือเปล่าคะ

A: น่าจะบังเอิญมากที่เสื้อผ้าในซิงเกิ้ลนี้ตัดออกมาแล้วเป็นลายดอก เพราะว่ามี Reference จากสูทกุชชี่ลายดอกค่ะ เขาก็ตัดมาเป็นสูทของแบม แล้วก็ไปบังเอิญเป็นลายดอกเหมือนตอนที่ประกวดเดอะว้อยซ์เลย

Q: นอกจากการแต่งตัวแล้ว แบมแบมดูแลตัวเองอย่างไรอีกบ้างคะ

A: ก่อนหน้านี้ไม่เลยค่ะ แต่บอกตรงๆ ว่าพอเป็นศิลปินแล้วรู้สึกว่าต้องดูแลตัวเองมากขึ้น จากที่ไม่แต่งหน้าออกไปข้างนอก เพราะแต่งหน้าไม่เป็น แล้วก็ไม่ใช่เด็กผู้หญิงสาวที่ต้องแต่งหน้าทุกวันไง พอมาเป็นแบมลุคนี้ต้องแต่งหน้า คนรอบข้างก็ตกใจนิดนึง แต่แบมไม่สนใจ เพราะถือว่าเป็นการดูแลตัวเอง เดี๋ยวนี้การแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องแปลก ผู้ชายเขาก็แต่งหน้ากัน คนเกาหลีแต่งมาตั้งนานแล้วเนอะ คือเราต้องนึกถึงแฟนคลับที่เขาชอบเราด้วย เขาคงอยากเห็นเราในลุคที่ดูดี หน้าตาสดใส 

 

วันนั้นรู้สึกตื่นขึ้นมามีสติอีกครั้ง แบมว่าการอกหัก การเสียใจไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าครั้งหนึ่งเราจะไปอยู่ในช่วงเวลานั้น ทุกอย่างคือการเรียนรู้ให้เราโต ให้เราเข้มแข็ง

 

Q: กลับมาคุยเรื่องเพลงบ้างดีกว่า เพลงรักเธอเท่าที่เธอไม่รัก เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมคะ

A: แบมไม่ค่อยเจอสถานการณ์แบบ ฉันแอบรักเธอแล้วเธอไม่รักฉัน เอาจริงๆ ไม่ค่อยมีนะ แต่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หลังจากนั้นมากกว่า เช่น สมมติคบไประยะหนึ่งแล้ว เธอก็ไม่รักฉันเท่าที่ฉันรักเธอแล้ว หรือเลิกกันไปแล้วฉันรักเธอมากกว่าเธอรักฉันตอนนี้ จะเป็นแนวนั้นมากกว่า งงไหมคะ ซับซ้อนมากจริงๆ (ยิ้ม)

Q: ถ้าอยากจะแต่งเพลงเองสักเพลง อยากแต่งเพลงแนวไหนคะ

A: เพลงอกหักค่ะ แบมคิดว่าอยากแต่งเพลงในช่วงอกหัก อยากแต่งมาก คิดแล้วว่า ฉันต้องแต่งเพลงแน่นอนเพราะมันมีเรื่องเต็มไปหมด แต่พอคิดว่าจะเขียนขึ้นมา มันไม่มีอะไรเลยในหัว เลยคิดว่าให้คนอื่นแต่งให้แบมก่อนแล้วกัน อาจจะต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ค่ะ 

Q: แล้วเคยอกหักหรือเปล่าคะ

A: เคยค่ะ เป็นช่วงที่เข้ามาอยู่ MBO พอดีเลย แล้วเหตุการณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำเพลงด้วย พี่ๆ เขาจะให้แบมเล่าเรื่องชีวิต มีช่วงไหนที่แฮปปี้สุด เศร้าสุด หรืออกหักที่สุด ช่วงนั้นอกหักพอดี เราก็เล่าให้ฟังหมดทุกอย่าง จะว่าไปก็เกลาออกไปเยอะแล้วนะคะในเพลงรักเธอเท่าที่เธอไม่รัก

DoubleBam เพราะเสียงเพลงคือเพื่อน,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: แสดงว่าช่วงเวลาอกหักครั้งนั้นคือหนักหน่วงมาก

A: ณ ตอนนั้นนะคะ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้โอเค แฮปปี้ดีค่ะ

Q: จำได้ไหมคะว่า วันที่เราอกหักเป็นอย่างไรบ้าง 

A: คุณแม่ร้องไห้เลย เพราะว่าแบมอาการหนักมาก น้ำหนักลด จาก 53 ลดเหลือ 46 ภายใน 1-2 อาทิตย์ เป็นเด็กผอมๆ เลยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คุณแม่ก็ถาม...ทำไมเป็นอย่างนี้เนี่ย เราเลยรู้สึกเสียใจมากกว่าเสียน้ำตา วันนั้นรู้สึกตื่นขึ้นมามีสติอีกครั้ง แบมว่าการอกหัก การเสียใจไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าครั้งหนึ่งเราจะไปอยู่ในช่วงเวลานั้น ทุกอย่างคือการเรียนรู้ให้เราโต ให้เราเข้มแข็ง

Q: คนแบบไหนที่จะเข้าตาแบมแบม

A: แบมชอบคนอายุมากกว่า ชอบหน้าตาคนละฟีลกับแบมน่ะ เพราะแบมรู้สึกตัวเองหน้าตาแบ๊วๆ คือเราเขิน (หัวเราะ) แต่ถ้าดูดีมากๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แบบว่า เฮ้ย... สวยจัง คนนี้ดาราเหรอ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าปกติแล้วแบมจะชอบแบบพี่ ‘พลอย เฌอมาลย์’ ชอบแบบสวยเข้มๆ แนวนั้น เข้ากับเพื่อนเราได้ แล้วเราก็เข้ากับเพื่อนเขาได้ ชอบคนพูดเก่ง จริงๆ อาจไม่เกี่ยวกับอายุหรือหน้าตา แต่ชอบสไตล์พี่พลอย

DoubleBam เพราะเสียงเพลงคือเพื่อน,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: แบมแบมเคยบอกว่าครอบครัวให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง 

A: ใช่ค่ะ คือที่บ้านมีพี่น้อง 3 คน ทุกคนจะเรียนทางศิลปะ พี่สาวเรียนวาดภาพ ออกแบบ น้องสาวเป็นนักกีฬา แล้วตอนนี้แบมเรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดุริยางคศาสตร์สากล เอกวอยซ์คลาสสิกค่ะ แต่เพิ่งมาเรียนโอเปร่า เดี๋ยวไว้วันหนึ่งถ้าร้องเพลงเก่งแล้วเดี๋ยวจะได้ร้องให้ทุกคนฟัง 

คุณพ่อคุณแม่จะไม่ค่อยต้องมาตั้งกฎเกณฑ์ว่าต้องเรียนสายนี้เท่านั้นนะ ต้องเรียนให้เก่งนะ ต้องนู่นนี่ เราก็เลยค่อนข้างสบายใจในเรื่องนี้ ครอบครัวค่อนข้างผลักดัน ถ้าเขารู้สึกว่าแบมทำด้านนี้ได้ดี ก็ต้องทำให้มันดีไปเลยค่ะ อย่างตอนประกวดเดอะวอยซ์คุณแม่ก็เป็นคนขอให้มา

Q: การได้เป็นศิลปิน มีซิงเกิ้ลของตัวเอง เรียนเอกวอยซ์ด้วย ถึงตรงนี้แล้วในอนาคตแบมวางแผนในเรื่องงานอย่างไรอีกบ้างคะ

A: ด้วยความที่ตอนเด็กๆ แบมไม่ได้คิดอยู่แล้วค่ะว่าโตขึ้นจะต้องเป็นนักร้อง การเป็นนักร้องนี่ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญในชีวิตแบม เพราะว่าประกวดเดอะวอยซ์ก็คือคุณแม่ขอร้อง ไปเถอะลูก (ยิ้ม) เพราะว่าเห็นแบมชอบร้องเพลงแต่ไม่แสดงออกเลย ไม่ร้องให้ใครฟัง ไม่ทำเลย จนแม่บอกว่า ทำให้หม่าม๊าสักเรื่องหนึ่งแล้วกันนะในชีวิต อ่ะ...แบมไปให้ก็ได้

จนกระทั่งผ่านมาเรื่อยๆ ได้มาเป็นศิลปิน ถือว่าเป็นโอกาสที่เข้ามาในชีวิต แต่ถ้าแบมไม่ได้เป็นศิลปิน ด้วยความที่แบมเรียนดนตรี แล้วเติบโตมากับเสียงเพลงที่เปิดอยู่ในบ้านแทบทุกวัน คิดว่าน่าจะเป็นครูสอนร้องเพลง อีกอย่างแบมชอบเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก รู้สึกว่าเด็กดื้อๆ นี่อยากจะแบบ อยากจัดการ (หัวเราะ) ชอบมาก

แม้วันนี้ภาพความฝันของสาวเท่หน้าใสอย่างแบมแบมยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ เธอมีเสียงเพลงเป็นเพื่อนในทุกๆ ช่วงของชีวิต แล้วตอนนี้เราเชื่อว่าคุณเองก็คงอยากเป็นเพื่อนกับ DoubleBam เช่นกัน