เรื่องเด่น

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ

Published 12 ก.พ. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

Diamond-scoops-Rabbit-Today-banner

…เราไม่เรียกกระดาษแผ่นเล็กๆ สีเทาที่มีตัวเลข 1,000 ว่ากระดาษ แต่เราเรียกว่าธนบัตร

…เราไม่เรียกก้อนวัตถุสีเหลืองที่สะท้อนแสงได้ว่าเหล็ก แต่เราเรียกว่าทอง

…และเราไม่เรียกหินสีใสที่แข็งกว่า 10 โมห์ ซึ่งเป็นแร่ที่มีความแข็งมากที่สุดในกลุ่มอัญมณีว่าหิน แต่เราเรียกว่า ‘เพชร’

คุณค่าหลายๆ ครั้งไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงเสมอไป หากแต่ตั้งอยู่บน ‘จินตนาการ’ และ ‘ความเชื่อ’ ที่ถูกถ่ายทอดมานานหลายปี

เพชร (Diamond) อัญมณีแห่งอำนาจ เลอค่า สูงส่ง ดุจดังราชาแห่งปวงอัญมณีทั้งหลาย ถูกวางค่าให้อยู่สูงส่งเหนือกาลเวลา และมันจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปอีกนานเท่านาน

…ทุกวันนี้ มนุษยชาติได้รู้จักเพชรมานานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในฐานะเครื่องประดับของเจ้าผู้ครองชมพูทวีป หรืออัญมณีชนิดที่ถูกพบขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย 

…ประเทศอินเดีย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแหล่งค้าเพชรพลอยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่จะมีการขยายตลาดเครื่องประดับอัญมณี และแหล่งอุตสาหกรรมเครื่องประดับไปยังซีกโลกตะวันตก แอฟริกา และทวีปอเมริกา 

หากแต่ การเจียระไนเพชร (การนำเพชรมาตัดแต่งให้ได้รูปทรง) ที่ได้รับการยอมรับกันว่าประณีตที่สุด กลับอยู่ที่ประเทศเบลเยียม (Belgium Cut) และประเทศรัสเซีย (Russian Cut) แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศต่างๆ ก็ได้พัฒนาฝีมือและเทคโนโลยีในการเจียระไนมากขึ้นเรื่อยๆ 

…และเป็นที่น่าภูมิใจอย่างมากว่า การเจียระไนเพชรจากแดน ‘สยาม’ เป็นที่ยอมรับว่ามีฝีมือเทียบเท่ากับการเจียระไนเพชรของเบลเยียมและรัสเซีย โดยรูปแบบการเจียระไนของไทยเรา เรียกว่า ‘Bangkok Cut’ หรือ ‘Thai Cut’ และเริ่มถูกยกระดับให้เป็นเบอร์ 1 ทางด้านนี้จากหลายๆ ประเทศที่ผู้ประกอบการไทยส่งออกไป

นิยามแห่งเพชร

  • ตามศาสตร์แห่งอัญมณีได้กล่าวถึงนิยามของเพชรเอาไว้ว่า นอกจากจะหมายถึงความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง และมั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อทุกอุปสรรค 
  • คนโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับพลังในการปกป้องพิทักษ์รักษาของอัญมณีเพชรเป็นอันมาก บรรดาขุนศึกทหารกล้า
  • เพชรยังถูกใช้เป็นเครื่องหมายแทนความรักอมตะและเป็นนิรันดร์อีกด้วย จึงถูกเลือกให้เป็นอัญมณีที่ใช้ในพิธีการสำคัญต่างๆ เสมอมา เช่น เป็นเครื่องประดับบนมงกุฎของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นอัญมณีคู่กายสตรีอันเป็นที่รักที่สุด 

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

Diamonds are Forever 

เพชร…คุณค่าอันเป็นนิรันดร์

อันที่จริงแล้ว หากมองกันตามหลักวิทยาศาสตร์ เพชรก็คือหินดีๆ นี่เอง จนกระทั่ง ‘เดอ เบียร์’ (De Beers Group) ผู้ผลิตและจำหน่ายเพชรรายใหญ่ของโลกมากว่า 120 ปี ได้เป็นตัวการใหญ่ที่ฝังหัวคนทั้งโลกว่า ‘เพชรเป็นตัวแทนของความรักอันเป็นนิรันดร์’ และผู้ชายนับล้านคนต้องควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อหินแสนสวยนี้มาเป็นบรรณาการแก่เธอผู้เป็นที่รัก 

นอกจากนี้ เดอ เบียร์ ยังเป็นผู้ที่ผลักดันให้ตลาดเพชรไม่ได้ขายแค่การเป็นวัตถุ แต่เป็นการ ‘ขายความสุข’ ของผู้ที่ได้ครอบครองเพชร โดยในปี 1947 N.W. Ayer ซึ่งเป็น Agency โฆษณาของเดอ เบียร์ ในช่วงเวลานั้น ได้สร้างสตอรี่ที่เรียกว่า ‘A Diamond is Forever’ ออกมาเพื่อสื่อสารกับคนทั่วโลกและกลายเป็นค่านิยมให้เพชรกลายเป็นสิ่งที่ ‘เลอค่า อมตะ เป็นนิรันดร์’

แล้วความนิยม ‘เพชร’ ในประเทศไทย…เป็นอย่างไร

Rabbit Today แอบไปถาม หนุ่มมิก-ฐิติวัฒน์ ฉัตรานุรักวงศ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Anny’s ผู้ประกอบการค้าเพชรพลอยไทย ที่มีทั้งขายส่งและหน้าร้าน รวมถึงส่งออกไปในหลายๆ ประเทศมากว่า 7 ทศวรรษ (1952) ถึงความเป็นไปของเพชรกับเมืองไทย

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

ที่มาข้อมูล: “ฐิติวัฒน์ ฉัตรานุรักวงศ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของประเทศไทยภายใต้แบรนด์ Anny’s”

มิก เล่าให้ฟังว่า “เพชรเป็นสินค้าที่มีคุณค่าในตัวเอง ประกายของมัน ความสว่างและใส ดูแล้วยังคงความลักซูรี่ ในสายตาคนไทยไม่เปลี่ยน มูลค่าของมันเหนือกาลเวลา เหมาะแก่การเป็นตัวแทนแห่งความรักอันดับหนึ่งเสมอมา

“เพียงแต่ในปัจจุบัน เพชรนอกจากจะมีค่านิยมที่เป็นตัวแทนแห่งความรักแล้ว ยังเป็นของสะสมที่แสดงให้เห็นถึงสถานภาพทางสังคมของผู้สวมใส่ ดังนั้น Demand เพชรในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมานี้ จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติพบว่า ตลาดในไทยยังคงเติบโตโดยขยายตัวสูง 5-6% มีมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนในตลาดโลกมีเพียงบางประเทศที่หดตัว เช่น ฮ่องกง ส่วนในประเทศที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัดคือ จีน สาเหตุเพราะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผู้คนมีกำลังซื้อสินค้าประเภทนี้มากขึ้น 

“ฉะนั้นในตอนนี้ผู้ประกอบการไทยจึงเริ่มมองไปที่ตลาดจีน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะทางจีนก็จะเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพ และมีความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนาน ซึ่งแบรนด์ Anny’s ก็โชคดีที่มีพอร์ตธุรกิจที่ดี มีสินค้าที่ครบทุกระดับ และฐานลูกค้าให้ความเชื่อถือในคุณภาพอย่างเหนียวแน่น เราจึงได้รับการตอบรับจากตลาดจีนค่อนข้างดี โดยเพชร คือ สินค้ากลุ่มหนึ่งที่เจาะเข้าไป แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจะเป็นพลอย เช่น Ruby กับ Blue Sapphire ซึ่งเป็นสินค้าที่คนจีนต้องการมากที่สุด”

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยปี 2561 มีมูลค่าอยู่ที่ราว 68,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

ซื้อง่าย ขายคล่อง กำไรเกินคาด

เขาเล่าให้ฟังอีกว่า “ปัจจุบันเพชรกลายเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เพราะมูลค่าของเพชรไม่เคยตก และมีความผันผวนน้อยกว่า ทองคำ น้ำมัน หรือแม้แต่เงินสด ส่วนหนึ่งเพราะเพชรเป็นของที่หายากขึ้นเรื่อยๆ 

แต่ที่น่าสนใจมากๆ คือ ในจังหวะที่ยุคนี้เป็นยุคของคนโสดมากขึ้น ทำให้เราเห็นพฤติกรรมการซื้อเพชรที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ซื้อเพื่อการแต่งงาน ก็กลายเป็นซื้อให้ตัวเอง ซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญให้คนรู้จัก รวมถึงซื้อเพื่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนดีกว่าสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งหากเปรียบกับอัตราการเติบโตในทองหรือหุ้นแล้ว เพชรยังถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีสำหรับระยะยาว อย่างผมเคยขายเพชรชิ้นหนึ่งที่มีราคาประมาณ 5 ล้าน เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนี้เพชรชิ้นนั้นมีมูลค่าเพิ่มเป็น 10 ล้านบาทไปแล้ว

ดังนั้น ตอนนี้กระแสการซื้อเพชรที่ไม่ได้อิงกับเรื่องของความรัก จึงเริ่มมาแรง แถมกลุ่มคนที่เข้าถึงเพชรได้นั้น ก็ขยายวงมากขึ้น จากกลุ่มคนที่มีกระแสเงินสดมากๆ แต่อาจจะมีอายุหน่อย ก็ครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถซื้อแบบผ่อนชำระผ่านโปรโมชั่นได้จากหลายๆ ธนาคาร ทำให้เพชรปล่อยง่าย ขายคล่องอย่างมากในช่วง 5 ปีหลังมานี้”

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

สัดส่วนกลุ่มซื้อเพชร

  • ซื้อเพื่องานแต่งงาน 50%
  • ซื้อให้ตัวเอง ซื้อเป็นของฝาก และเพื่อการลงทุน 35%
  • กลุ่มใหม่ผู้ชายซื้อให้ผู้ชาย (LGBT) 15%

ลงทุนในเพชรต้องใจร่มๆ

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะได้กำไรจากเพชรในระยะสั้น เป็นสิ่งที่นักลงทุนที่คิดจะเลือกเพชรเป็นคำตอบ ต้องคิดให้หนัก เพราะสภาพคล่องด้านกำไร เมื่อเทียบกับการรอผลตอบรับจากทองหรือหุ้น อาจจะทำได้ไม่ดี ใครที่ใจร้อนจึงไม่เหมาะลงทุนในเพชรเท่าไรนัก ขณะเดียวกันมูลค่าของเพชรจะถูกเห็นค่าจากคนที่อยู่ในแวดวงเพชร หรือผู้ที่ชื่นชอบในเพชรจริงๆ แต่ขอบอกดังๆ ตรงนี้เลยว่า ลงทุนใน ‘เพชร’ ไม่มีคำว่าขาดทุนแน่นอน

ตามตำนานความเชื่อของชาวกรีกได้ขนานนามเพชรว่า “ผู้ใดได้ครอบครองเพชร สวมใส่เป็นเครื่องประดับติดกายไว้ตลอดเวลา ผู้นั้นจะเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ความกล้าหาญ ความสำเร็จ โชคลาภ และเป็นที่รักของทุกคนไปตลอดกาล”

ฉะนั้น หากวาเลนไทน์นี้ ‘เพชร’ มิอาจเป็นตัวแทนแห่งความรักของใครบางคนได้…ก็คงไม่ผิดที่จะลองหามาครอบครองไว้ประดับกาย เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับตนเอง หรือเพื่อการลงทุนแห่งอนาคต…

เพราะเราเชื่อว่า ‘เพชร’ เลอค่า อมตะ ไร้กาลเวลา…จริงๆ

มาตรฐานและความน่าเชื่อถือในเพชร?

  • สถาบันอัญมณีศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ได้แก่ Gemological Institute Of America (GIA) และ HRD Antwerp 
  • Rapaport เป็นองค์กรที่ทำราคากลางเพชรให้กับโลก 

ประเภทของเพชร

  • เพชรธรรมชาติ - เป็นแร่ที่มีองค์ประกอบของคาร์บอน 100%
  • เพชรสังเคราะห์ - ทำมาจากแกรไฟต์ มีโครงสร้างที่หลวมกว่าโครงสร้างของเพชรธรรมชาติ แต่ยังมีส่วนประกอบของคาร์บอนผสมอยู่ 
  • เพชรเทียม - ผลิตจากสารอื่นที่ไม่ได้มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ

Diamond Trend

• Lab-Grown Diamond หรือการทำเพชรสังเคราะห์ มีแนวโน้มที่จะเติบโตที่สูงขึ้นในปี 2020 ด้วยมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจุบันมีมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยผู้ค้าเพชรรายใหญ่อย่าง De Beer Group ได้วางแผนการจำหน่าย Lab-Grown Diamond ให้กับผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ โดยเปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์ ‘Light Box Jewelry’ ซึ่งเพชรประเภทนี้จะมีราคาถูกกว่าเพชรจริงพอสมควร

• นอกจากนี้ถ้ามองในเรื่องของดีไซน์ จะมีเทรนด์เพชรที่เรียกว่า All in one หรือการเน้นให้เพชรหนึ่งชิ้นมีความเป็นฟังก์ชั่นมากขึ้น เช่น จากแหวน 1 วง สามารถปรับเป็นต่างหูได้ หรือสร้อยคอได้ เป็นต้น

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

  • เพชรสีหรือเพชรแฟนซีจะมีมูลค่าสูงกว่าเพชรสีขาวหรือเพชรใส 
  • เพชรสีแดง หรือ Red Diamond เป็นเพชรที่แพงที่สุดในโลก ราคาประเมินต่อกะรัตอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ และค้นพบได้ยากมากในปัจจุบัน
  • ราคาเพชรจะไล่จาก เพชรสีแดง สีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียว และสีใส
  • รูปร่างเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ชนิดกลม
  • อาชีพคนทำเพชร ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคการเจียระไนเพชร (กลุ่มนี้คิดราคานับต่อเม็ด ไม่รับเงินเดือน ซึ่งได้ราคาดีมาก) และอีกอาชีพ คือ Designer
  • เพชรไม่ได้อยู่แค่อุตสาหกรรมเครื่องประดับ แต่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน และอุตสาหกรรมก่อสร้างอีกด้วย

Diamonds are Forever เพชร เลอค่า อมตะ,สกู๊ป,Rabbit Today

4'c 4 หลักสำคัญในการดูเพชร 

Carat

น้ำหนักของเพชรจะวัดเป็นกะรัต หนึ่งกะรัตแบ่งออกเป็น 100 สตางค์ ดังนั้น เพชรขนาด 0.75 กะรัต จึงมีน้ำหนักเท่ากับ 75 สตางค์ และขนาดกะรัตเป็นตัวตัดสินมูลค่าของเพชรที่เด่นชัดที่สุด ยิ่งกะรัตมาก มูลค่าก็จะยิ่งมาก และถ้าคุณกำลังมองเพชรเพื่อการลงทุนควรเริ่มตั้งแต่ขนาด 1 กะรัตขึ้นไป

Color 

เพชรที่ดีและมีราคาจะมีสีขาวใส ไม่มีสีอื่นเจือปน ตามการแบ่งของ GIA โดยจะเรียงจาก D ไปจนถึง Z ซึ่งอักษร D จะหมายถึง มีความขาวใสมากที่สุด ไม่มีสีเหลืองเจือปน เช่น เพชรน้ำ 100, 99, 98 หรือเทียบเป็น D, E, F โดยเรตราคาอย่าง D100 จะมีมูลค่ากว่า 2 แสนบาทต่อกะรัตเลยทีเดียว

Cutting 

เหลี่ยมเพชรจะขึ้นอยู่กับการเจียระไน (Cut) ซึ่งการเจียระไนจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ 8 เหลี่ยม เรียกว่าการเจียระไนแบบกุหลาบ (Single cut) แบบนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมกัน และจะมีราคาถูก มักจะนำไปใช้เป็นเพชรล้อมรอบมากกว่าเป็นเพชรชู และอีกวิธีคือ การเจียระไนแบบ 16 เหลี่ยม เรียกว่าการเจียระไนแบบเกสร (Double cut) ซึ่งการเจียระไนแบบนี้จะได้รับความนิยมมาก และมีราคาค่อนข้างแพง มักจะนำไปทำเป็นเพชรเม็ดเดี่ยว หรือเพชรชู

Clarity 

ตำหนิของเพชร เพชรแท้ทุกเม็ดจะมีตำหนิเป็นสีดำอยู่ในเนื้อเพชรอยู่แล้ว เพราะเพชรเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เพชรที่ดีมากๆ ตัวตำหนิหรือมลทินเพชรจะไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ต้องใช้กล้องขยายประมาณ 10 เท่า ถึงจะสามารถดูได้ว่ามีจุดสีดำมากน้อยแค่ไหน และอยู่ในตำแหน่งใดของเพชร 

เพชรที่มีราคา จึงมีตำหนิเหล่านี้น้อยมาก โดยวิธีการเรียง Clarity ตามหลักสากลที่ใบเซอร์ GIA ใช้ มีดังนี้ (จากดีที่สุดไปแย่ที่สุด) ได้แก่ Flawless (FL)/ Internally Flawless (IF)/ Very Very Small Inclusions 1 (VVS1)/ Very Very Small Inclusions 2 (VVS2)/ Very Small Inclusions 1 (VS1)/ Very Small Inclusions 2 (VS2)/ Small Inclusions 1 (SI1)/ Small Inclusions 2 (SI2)/ Inclusions 1 (I1)/ Inclusions 2 (I2) และ Inclusions 3 (I3)


AUTHOR :

โชติ เวสสวานิชกูล
โชติ เวสสวานิชกูล
แม้ไม่ใช่กูรูธุรกิจ ไม่ได้มีบริษัทหมื่นล้าน และไม่ได้กว้างขวางในโลกแห่งคอนเน็กชั่นแบบควงแขนเจ้าสัว แต่เขาก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สนุกในการเกาะรั้วแวดวงธุรกิจ และมักจะหยิบ ‘จุดสะอึก’ ทางการตลาด มา ‘เหลาต่อ’ ให้เป็นเรื่องเล่าแบบพื้นๆ อ่านเพลิน แต่คุยฟุ้งกับเพื่อนได้แบบไม่เชย