เรื่องเด่น

Chinatown มังกรพลัดถิ่น

Published 5 ก.พ. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

Chinatown-scoop-Rabbit-Today-banner

มีสำนวนจีนบทหนึ่งกล่าวว่า ‘อิ๋นสุ่ยซือหยวน’ (饮水思源) หมายถึง ‘เมื่อดื่มน้ำให้คิดถึงต้นน้ำ’ ทว่าอีกนัยหนึ่ง นี่คือประโยคเตือนใจสายเลือดมังกรว่า จงอย่าลืมต้นกำเนิด…ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดก็ตาม

ปัจจุบันสาธารณรัฐประชาชนจีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน นับเป็นร้อยละ 18.41 ของประชากรโลก ยังไม่นับคนเชื้อสายจีนอีกจำนวนมากที่โยกย้ายตั้งถิ่นฐานต่างแดน จนทำให้เกิด ‘ไชน่าทาวน์’ (Chinatown) ขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วโลก 
ไชน่าทาวน์ ใช้เรียกพิกัดที่มีชาวจีนตั้งถิ่นฐานอยู่ กลายเป็นชุมชนที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน

ประเทศไทยเป็นพิกัดที่มีประชากรจีนอาศัยอยู่มากที่สุด เนื่องจากในอดีตไทยคือจุดหมายปลายทางหลักที่ชาวจีนเดินทางมาพำนักอาศัย ดังนั้น ชาวจีนจึงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคนไทย เพราะมีหลักฐานบันทึกว่าพวกเขาเริ่มอพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว หลังจากนั้นมีชาวจีนมุ่งหน้ามาสู่ไทยอีกหลายระลอก

ปรากฏการณ์ชาวจีนหลั่งไหลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะขยายเส้นทางอพยพไปยังประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกา แอฟริกา และออสเตรเลีย ฯลฯ

ไม่ว่าชาวจีนจะเดินทางไปยังประเทศใด พวกเขามักรวมตัวกันอย่างเป็นปึกแผ่น เชิดชูขนบและประเพณีดั้งเดิมของตน และกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านธุรกิจและการค้าขาย 

ไชน่าทาวน์ กลายเป็นชุมชนสายเลือดมังกรพลัดถิ่นที่กระจายตัวอยู่ในเมืองใหญ่ทั่วโลก จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพำนักอาศัยของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่สำคัญ

‘ไชน่าทาวน์’ มังกรไม่ทิ้งลาย

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

รศ.ดร.สุรสิทธิ์ อมรวณิชศักดิ์ 

รศ.ดร.สุรสิทธิ์ อมรวณิชศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ‘ไชน่าทาวน์’ เป็นคำที่ใช้เรียกพื้นที่ที่คนจีนเข้ามาจับจองและลงหลักปักฐาน ซึ่งคำนี้จะใช้เรียกพื้นที่นอกจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น ทำให้ไชน่าทาวน์มีหลายแห่งทั่วโลก

จุดเริ่มต้นของไชน่าทาวน์ มาจากการอพยพของชาวจีนที่เดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือพื้นที่ที่ชาวจีนเดินทางมาขึ้นฝั่งมากที่สุด การเดินทางมาหลายระลอกและมาด้วยเรือหลายลำ 

เมื่อปักหลักบริเวณใด ชาวจีนจะแสดงความเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน และตั้งชุมชนจีนขึ้นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งนี้การรวมตัวกันยังเป็นการปกป้องตนเอง ไม่ให้ต่างชาติคุกคาม ไชน่าทาวน์จึงถือเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยของชาวจีนอพยพในยุคแรกๆ 

การเข้ามาของชาวจีนในช่วงแรกนั้น พวกเขาเข้ามาทำงานเป็นแรงงานให้คนท้องถิ่น ก่อนจะเริ่มขยับขยายไปสู่อาชีพอื่นๆ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของคนจีนคือมีความสามารถในการค้าขาย 

เมื่อพวกเขาไปขึ้นฝั่งที่ใด มักเลือกตั้งชุมชนในพื้นที่ที่ไม่ห่างไกลเมือง มักอยู่ใกล้ตลาดหรือท่าน้ำ เนื่องจากการคมนาคมสะดวก อีกทั้งทำเลดังกล่าวแวดล้อมด้วยคนเมืองที่มีกำลังซื้อสูง 

แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจลงหลักปักฐานของคนจีนนั้น…พวกเขามองอนาคตด้วย สังเกตได้จากไชน่าทาวน์ในจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพฯ นครสวรรค์ ภูเก็ต ลำปาง ปัตตานี ฯลฯ ซึ่งรวมไปถึงไชน่าทาวน์ในเมืองอื่นๆ ทั่วโลกด้วย 

ครอบครัว 2 ฝั่ง

ชาวจีนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยมักเป็นผู้ชาย เมื่อเข้ามาทำงานก็มักแต่งงานกับผู้หญิงไทย ซึ่งคนไทยไม่ได้รังเกียจเนื่องจากมองว่าชาวจีนขยันทำมาหากิน มุมานะ และอดทน การมีภรรยาเป็นคนไทยจึงช่วยให้ชาวจีนอพยพสามารถเข้ากับสังคมไทยได้ดีขึ้น 

แต่ทั้งนี้ชายจีนส่วนใหญ่มักมีครอบครัวอยู่ที่ประเทศจีนแล้ว เมื่อเข้าทำงานในประเทศไทยก็จะส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่จีน เรียกว่า ‘โพยก๊วน’ และเป็นที่มาของคำว่า ‘ครอบครัว 2 ฝั่ง’

มังกรพลัดถิ่น แต่ไม่ ‘พลัด(พรรค)พวก’

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี

ทางด้าน ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นว่า ในสมัยก่อน ‘ความอดอยาก’ คือสาเหตุหลักที่ทำให้สายเลือดมังกรต้องละทิ้งถิ่นฐานไปตายดาบหน้าหรือแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งการอพยพของชาวจีนมีหลายระลอก ขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่แตกต่างกัน ในยุคหลังๆ อาจจะมีสาเหตุจากสงครามและการเมือง

สำหรับคลื่นอพยพชาวจีนระลอกใหญ่ในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยจะเดินทางมาเป็นกลุ่มเพื่อมาหากลุ่มญาติที่อยู่เมืองไทย ซึ่งอพยพมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้กลุ่มคนจีนในและพื้นที่มักเป็นกลุ่มก๊วนเดียวกัน เช่น จีนแต้จิ๋ว จีนกวางตุ้ง เป็นต้น ซึ่งกลุ่มคนจีนเหล่านี้มักถูกเรียกว่า ‘ชาวจีนโพ้นทะเล’ หรือ ‘Overseas Chinese’ 

ส่วนสาเหตุที่ชาวจีนสามารถตั้งชุมชนของตนเองหรือไชน่าทาวน์ได้ เนื่องจากประชากรจีนมีเยอะมาก หากกล่าวถึงประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดคงต้องนึกถึงจีนและอินเดีย แต่อินเดียเป็นสังคมชนชั้นวรรณะ ทำให้รวมตัวกันยาก ส่วนจีนรวมตัวกันง่ายกว่า

ไม่ว่าจะไปตั้งถิ่นฐานที่ใด ชาวจีนรวมตัวกันได้ค่อนข้างดี มักช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และหากพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นญาติกัน ก็จะตั้งสมาคมเพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน 

การรวมตัวเป็นกลุ่มทำให้พวกเขามีเสียงมีพลัง สามารถต่อสู้กับคนนอกได้ นอกจากนี้ชาวจีนยังมีวัฒนธรรมที่มีลักษณะพิเศษ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ‘อาหารการกิน’ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจีนรวมตัวกันจนกลายเป็นไชน่าทาวน์ 

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today 

ชาวจีนโพ้นทะเล VS ชาวจีนยุคใหม่ 

ชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพไปยังประเทศต่างๆ ในยุคก่อน ได้นำรากเหง้าวัฒนธรรมของขงจื๊อที่เหนียวแน่นติดตัวมาด้วย เมื่อตั้งไชน่าทาวน์ พวกเขายังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนในไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ฯลฯ มักมีสายธารประวัติศาสตร์และการรับรู้เชิงวัฒนธรรมที่ร้อยเรียงต่อกันทั้งสิ้น 

ทว่านับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา จีนมีนโยบายเปิดประเทศในระยะแรก ทำให้มีชาวจีนยุคใหม่เดินทางออกนอกแผ่นดินใหญ่จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มุ่งหน้ามายังไทยและฟิลิปปินส์ การอพยพของชาวจีนยุคใหม่นี้ถูกเรียกว่า ‘การอพยพคลื่นลูกที่ 4’ ซึ่งเป็นการอพยพหนีจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเหตุผลด้านสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง!  

เมื่อกลุ่มชาวจีนยุคใหม่มีลูกหลานก็ยังคงส่งต่อ ‘ความเป็นจีน’ จากเจเนอเรชั่นสู่เจเนอเรชั่น เพียงแต่ความเข้มข้นลดลงอย่างมาก พวกเขาปรับตัวเข้ากับสังคมยุคใหม่ ธรรมเนียมต่างๆ เริ่มผ่อนปรนลง ลูกหลานเชื้อสายจีนเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศนั้นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากในไทยไม่ทราบธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิม นับวันแบบปฏิทินจันทรคติไม่เป็น รวมทั้งอ่าน เขียน และพูดภาษาจีนไม่ได้

นอกจากนี้ความเป็นเมืองสมัยใหม่ที่มีกฎระเบียบทำให้ความเข้มข้นของความเป็นจีนค่อยๆ จางลง เช่น คนเชื้อสายจีนอาจไม่สามารถเผากระดาษในที่สาธารณะได้ อีกทั้งยังไม่มีความคล่องตัวในการขอหยุดงานเพื่อไปไหว้เจ้า ซึ่งแตกต่างจากเมื่อ 30 ปีก่อนที่เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน ไม่มีชาวจีนโพ้นทะเลทำงานเลย 

ดังนั้น แม้จะเป็นลูกหลานจีนเหมือนกัน แต่ชาวจีนโพ้นทะเลยุคเก่าและชาวจีนรุ่นใหม่นั้น ค่อนข้างมีช่องว่างและความแตกต่างกันในแง่ของแนวคิด การรับรู้ความเป็นจีน และความเข้มข้นในการยึดถือปฏิบัติธรรมเนียมดั้งเดิม

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

เมื่อสายเลือดมังกร ‘กลืนกลาย’ 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยคือ สังคมที่สามารถหลอมรวมวัฒนธรรมต่างๆ ได้ดีที่สุด เนื่องจากไทยเป็นชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง กฎหมายไม่เคร่งครัด และพื้นเพนิสัยของคนไทยนั้นมักเป็นคนใจกว้าง ใจดี และลืมง่าย

ดังนั้น เมื่อชาวจีนอพยพเข้ามายังประเทศไทยจึง ‘กลืนกลาย’ (Assimilation) ไปกับสังคมไทยอย่างราบรื่น ความผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมดั้งเดิมทำให้ปัจจุบันเราแทบแยกความเป็นจีนและไทยออกจากกันไม่ได้!

ทั้งนี้ชาวจีนเองไม่ได้มีศาสนาที่ชัดเจน หรือหากนับถือก็มักจะเป็นศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งเมื่อมาหลอมรวมกับศาสนาพุทธนิกายหินยานที่คนไทยนับถือ (แบบไม่เคร่งครัดมาก) จึงไม่ได้สร้างความรู้สึกแปลกแยกใดๆ ยกตัวอย่างคนไทยถือ ‘ปีชง’ ตามคนจีน ต้องไปไหว้เทพเจ้า ในขณะที่คนจีนก็มาตักบาตรแบบคนไทย เป็นต้น ซึ่งความกลืนกลายนี้เป็นสิ่งที่พบยากมากในต่างประเทศ

แม้ปัจจุบันชุมชนจีนหลายแห่งได้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิกัดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ ‘ไชน่าทาวน์’ ที่กระจายตัวตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองใหญ่ทั่วโลก อาจจะเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ทำให้ลูกหลานจีนหลายคนยังคงหวนคิดถึง ‘ต้นน้ำ’ ของพวกเขาอยู่ก็ได้…

ปักหมุดไชน่าทาวน์รอบโลก

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

  • มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
  • นางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
  • โซล ประเทศเกาหลีใต้
  • จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
  • ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม
  • โกลกัตตา ประเทศอินเดีย
  • กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 
  • กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
  • ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • แมนฮัตตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
  • บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา
  • ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

7.06 ล้านคน คือจำนวนชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย คิดเป็น 10% ของประชากรไทย

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

7.06 ล้านคน คือจำนวนชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย คิดเป็น 10% ของประชากรไทย

ไชน่าทาวน์เก่าแก่ที่สุดในโลก

Chinatown มังกรพลัดถิ่น,สกู้ป,Rabbit Today

‘Binondo’ คือย่านไชน่าทาวน์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1594 โดยชาวสเปน Luis Pérez Dasmariñas เดิมทีจุดประสงค์ของไชน่าทาวน์ Binondo นั้น ต้องการให้เป็นย่านพักอาศัยของชาวจีนในมะนิลาที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่อาศัยของชาวฟิลิปปินส์ที่มีเชื้อสายจีน ต่อมากลายเป็นแหล่งธุรกิจและการเงินที่สำคัญของกรุงมะนิลา


AUTHOR :

ตติยา แก้วจันทร์
ตติยา แก้วจันทร์
เรียนจบเอกภาษาจีน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีนเลย หันไปซบอกงานข่าวและผลิตคอนเทนต์ ทำมาหากินกับ ‘ตัวอักษร’ มาโดยตลอด ด้วยเชื่อในพลังของตัวอักษรว่าสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติและชีวิตคนอ่านได้ ปีไหนเงินหนาจะดูหนังได้มากกว่า 100 เรื่องต่อปี กับทุกวันนี้ยังไม่เคยเสียประวัติเรื่องการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน