เรื่องเด่น

คนทาสแมว

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Cat-Slaves-news-beat-Rabbit-Today-banner

ก่อนอื่นมีคำถามถึง ‘ทาสแมว’ ก่อนเล็กน้อย…

เนื้อร้องเพลง ‘หนูมาลี’ ท่อนแรก ร้องว่าอะไร 

"หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว XXXXXXX” <------------ ท่อนนี้นะครับ

หากคุณปวารณาตัวเป็นทาสแมวกับเขาด้วยละก็ ต้องช่วย ‘หนูมาลี’ ร้องเพลงนี้ได้แน่  

ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อก…เอาละ…เดี๋ยวค่อยกลับมาเฉลย

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

‘ทาสแมว’ คือคุณ

แบบทดสอบ 15 ข้อนี้ ช่วยยืนยันความเป็นทาสแมวในตัวคุณได้ ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าข้อที่คุณคิดว่าใช่ ถ้าใช่หมดก็ติ๊กถูกทั้งหมด…อย่าอาย

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 1. สิ่งแรกที่คุณตื่นขึ้นมาเห็นคือ…แมว มันกำลังพยายามทำให้คุณลุกออกจากเตียงเพื่อให้อาหารเช้า
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 2. คลังรูปภาพในโทรศัพท์มือถือของคุณ 5% เป็นภาพอาหาร 15% เป็นเพื่อนและครอบครัว 80% คือแมว…แมว…และแมว
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 3. ได้ยินเสียงแมวร้องดังฟังชัดกว่าเสียงคนตะโกนเรียกเสียอีก
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 4. จำวันเกิดแมวตัวเองได้แม่น แต่วันเกิดแฟนนึกแล้วนึกอีก
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 5. รู้สึกเศร้าเวลาที่แมวไม่สนใจไยดี 
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 6. กล่าวคำขอโทษแมวออกมาดังๆ เวลากลับบ้านผิดเวลา
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 7. รักแมวยิ่งชีพ กลัวมันหิวข้าวเย็น มากกว่าห่วงตัวเอง 
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 8. มักมีขนแมวติดอยู่ตามเสื้อผ้าและเนื้อตัวเสมอๆ 
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 9. ไม่สามารถหยุดโชว์รูปแมวตัวเองกับเพื่อนฝูงได้
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 10. ใช้รูปแมวเป็นรูปโปรไฟล์ตัวเองในโซเชียลมีเดีย 
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 11. เปลี่ยนแปลงบ้านตัวเองให้เหมาะสมกับความต้องการของแมว
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 12. ยอมให้แมวนอนทับเสื้อที่ตัวคุณบรรจงพับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 13. หยุดดูรูปหรือคลิปวิดีโอเกี่ยวกับแมวในเกือบทุกครั้งที่เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปเจอ
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 14. ยอมเจาะและติดตั้งประตูแมว แทนการฟังเสียงมันเขี่ยประตูห้อง อยากเข้าๆ ออกๆ
คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today 15. ยอมรับได้หากโซฟาที่บ้านจะมีรอยแมวข่วน อยากมากก็เสียเงินหุ้มโซฟาใหม่

แค่ติ๊กถูกเพียงข้อหรือสองข้อ คุณก็เข้าข่ายเป็น ‘ทาส’ แมวแล้วละ  

จากเทพเจ้า แม่มด ถึงแมวกวัก

ชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้า ‘Bastet’ (เทวีบัสเตต) ซึ่งมีตัวเป็นคน แต่มีหัวเป็นแมว เป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากชาวอียิปต์จะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้แมวจับหนูบนเรือสินค้าอีกด้วย ตรงจุดนี้ เลยเกิดความเชื่อว่า...เมื่อเรือเทียบท่า แมวเดินลงจากเรือ แต่ไม่ได้กลับขึ้นเรือ จึงทำให้แมวขยายพันธุ์ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ชาวอียิปต์โบราณนับถือแมวถึงขนาดแมวในบ้านตาย ยังต้องนำไปทำมัมมี่ (มัมมี่คนจะทำเฉพาะราชวงศ์และขุนนางเท่านั้น) ในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของอียิปต์โบราณ จึงมีกฎ หากใครฆ่าแมว จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก 

ต่อมาเข้าสู่ยุคกลางในยุโรป มีความเชื่อเรื่องแม่มด และความชั่วร้ายต่างๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด (โดยเฉพาะแมวดำ) ดังนั้น ใครเลี้ยงแมวจะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย ยิ่งเป็นคนแก่เลี้ยงแมวยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะโดนเผาทั้งเป็น ทั้งคนและแมว เมื่อแมวน้อยลง จึงมีหนูมากขึ้น ทำให้กาฬโรคระบาดหนักในยุโรปช่วงนั้น 

ในยุคใกล้ๆ กัน แถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นกับจีนเริ่มเลี้ยงแมวกันมากขึ้น จากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชคอีกด้วย จะเห็นได้จาก ‘แมวกวัก’ ที่ใช้กันตามร้านค้า จะใช้กวักลูกค้า หรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวตัวนั้น

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

นับตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วที่คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค มะเนะกิเนะโกะ หรือแมวกวัก คือรูปปั้นแมวตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ว่าจะนำโชคลาภเงินทองมาให้เจ้าของ สำหรับร้านค้าก็จะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านเช่นเดียวกับนางกวักของไทย

สำหรับรูปร่างหน้าตาของมะเนะกิเนะโกะ จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับแมวพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ไม่มีหาง เรียกว่า เจแปนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail) ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในประเทศไทยจะพบเห็นแมวกวักอยู่ทั่วไป ซึ่งมีหลากหลายขนาดและสีสัน บางส่วนก็ทำกลไกให้มือซ้ายสามารถขยับในลักษณะกวักเข้าหาตัวได้ด้วย ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งถือเหรียญไว้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้ยกขาหน้าขึ้นเสมอหูข้างซ้ายแล้ว จะมีคนมาหา หรือถ้าเป็นร้านค้า ก็จะมีลูกค้าเข้าร้าน

ตำนานแมวกวัก

ในยุคเอะโดะ มีหญิงชราคนหนึ่ง ยากจนมาก แต่นางมีแมวเลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งและรักแมวมาก มีกินก็กินร่วมกับแมว อดก็อดพร้อมกับแมว จนในที่สุดนางไม่สามารถเลี้ยงแมวไหว จึงนำไปปล่อย คืนนั้นเอง นางนอนเสียใจร้องไห้ทั้งคืน กระทั่งฝันว่าแมวมาบอกกับนางว่า ให้ปั้นรูปแมวจากดินเหนียวแล้วนางจะโชคดี

เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราจึงตื่นขึ้นมาปั้นแมวจากดินเหนียว ไม่ทันไรก็มีคนแปลกหน้าเดินผ่านหน้าบ้านขอซื้อตุ๊กตาแมวตัวนั้นจากนางไป จากนั้นนางก็เพียรปั้นแมวขึ้นมาอีกตัวแล้วตัวเล่า ตุ๊กตาแมวจากการปั้นของนางก็มีผู้มาขอซื้อไปตลอดเวลา นางจึงเริ่มมีเงินทองจากการขายตุ๊กตาแมว และสามารถนำแมวเลี้ยงสุดที่รักของนางกลับมาเลี้ยงได้อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา จึงเป็นที่ร่ำลือว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค มีการปั้นและวางแมวกวักไว้ตามที่ต่างๆ

เรียกเหมียว…เหมียว เดี๋ยวก็มา

หมามองคุณเป็นเจ้านาย แต่แมวไม่…มันเห็นคุณเป็นทาส…เชื่อสิ 

เวลาเราให้ข้าวหมา ดูแลหมา หมาจะคิดว่าเราคือเจ้านายของมัน มันจะต้องซื่อสัตย์ต่อมนุษย์ แต่เวลาเราให้ข้าวแมว ดูแลแมว มันจะคิดว่า อ๋อ เพราะข้าเป็นเจ้านายของเจ้ามนุษย์คนนี้ มันจึงดูแลรับใช้แมวอย่างข้า 

บางคนบอกว่าแมวเป็นสัตว์ที่เกิดมาเพื่อยึดครองโลก ไม่แน่…อาจเป็นจริง เราไม่มีทางล่วงรู้เลยว่าแมวคิดอะไรกับมนุษย์…การออดอ้อนให้หลงรัก นั่นอาจเป็นเพียงหนึ่งในแผนหรือยุทธวิธีคิดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกมันอยู่ก็เป็นได้

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

‘หนูมาลีร้องเรียกเหมียว…เหมียว เดี๋ยวเดียวก็มา’ นั่นแค่คำชวนเชื่อ มีไว้หลอกเด็ก เพราะในความเป็นจริงแล้ว…ยากมากที่แมวจะเป็นฝ่ายเข้าหายามที่เราต้องการมันแล้วร้องเรียก อย่างมากก็อาจแวะเวียนมาทักทายที่ประตูบ้านตอนทาสอย่างคุณกลับมาถึง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมันชอบหายหน้าไปทั้งวัน และออกมาปรากฏตัวให้เห็นยามหิว นี่ละคือพฤติกรรมปกติของแมว ฉะนั้น ทาสแมวพึงสังวรณ์ไว้ โปรดอย่าวางเงื่อนไขใดๆ หากคิดจะเลี้ยงแมว เพราะแมวไม่ใช่สัตว์ที่เชื่อฟังคุณอย่างหมา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่รัก ไม่เมตตาทาส เพียงแต่แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักอิสระเกินกว่าจะควบคุม พูดให้ยากก็คือ มันมีความเป็นปัจเจกสูงสุด โปรดอย่าคิดบังคับหรือขู่เข็ญใดๆ เลย ไม่มีทาง

แมวรู้ว่าหากคุณไม่สนใจ มันมีวิธีทำให้คุณหันมาสนใจจนได้ บ่อยครั้งที่มันแกล้งทำเมิน ปล่อยให้คุณเสียเวลาเรียกชื่อ หรือร้องเรียกเหมียวๆ อยู่นั่นแหละ ยิ่งถ้ารู้ว่าคุณต้องการอุ้มมันมากเท่าไร มันจะยิ่งเล่นตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่ลองคุณทำเป็นไม่สนใจสิ มันจะเป็นฝ่ายเข้ามาง้องอน เผลอๆ คือเดินพันแข้งพันขา ถูๆ ไถๆ ตัวเองกับหน้าแข้งทาส จนคุณแทบหัวขมำ และเมื่อคุณหันมาสนใจหรืออุ้มมันขึ้นมากอด มาเกาคาง นั่นไง…เรียบร้อยโรงเรียนแมว มันมักจะเปลี่ยนทาทีเป็นพยศขึ้นทันใด ทั้งบิดตัว กางเล็บ กระโดดออกจากอ้อมกอดของคุณพร้อมกับเสียงเยาะหยัน…หึ…หึ…เมี้ยว

ลองคิดจะเป็นทาสแมวแล้ว จงอย่านำไปเปรียบเทียบกับหมาเด็ดขาด เดี๋ยวจะน้อยเนื้อต่ำใจไปเสียเปล่า ยกตัวอย่างง่ายๆ หมาพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งคุณเกือบทุกอย่าง เพราะมันมองว่าคุณเป็นหัวหน้า ขณะที่แมว…ไม่ มันไม่มองคุณเป็นหัวหน้าโดยเด็ดขาด ตราบใดที่ยังไม่มีผลประโยชน์ร่วม ไม่เชื่อลองร้องเรียกให้ทานข้าว หรือป้อนขนมแมวดูสิ จากแมวหยิ่งจองหองเมื่อครู่ จะกลายเป็นแมวเชื่อง ช่างออดอ้อนฉอเลาะในทันทีทันใด โดยเฉพาะถ้าแมวถูกหลอกล่อด้วยของหวานที่เราเรียกกันติดปากว่า ‘ขนมแมวเลีย’ 

ขนมแมวเลีย 

ขนมแมวเลีย ในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งผลิตขึ้นในไทยและต่างประเทศ แต่ไม่ว่าชื่อยี่ห้อไหน ลองฉีกเปิดซองออกแล้วจ่อไปตรงหน้า ให้ใกล้กับจมูกแมว เอาหัวเป็นประกันว่า เจ้าเหมียวทุกตัวต้องแลบลิ้นเลียโดยอัตโนมัติ

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ขนมแมวเลียที่ว่านี้ส่วนใหญ่ผู้ผลิตอ้างว่ามีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายของแมวผสมอยู่ เช่น ทอรีน (ช่วยบำรุงสายตาจากการมองเห็น เนื่องจากร่างกายแมวผลิตทอรีนเองไม่ได้) ไบโอติน (บำรุงผิวหนังและเส้นขนให้มีสุขภาพดี ไม่หลุดร่วงง่าย) และอินนูลิน (ปรับสมดุลของลำไส้และระบบการย่อยของแมวที่แพ้อาหารง่าย บอบบาง ไวต่อการแพ้) เป็นต้น ยังไม่รวมถึงวิตามินชนิดอื่นๆ ที่ร่างกายแมวต้องการได้รับอย่างเพียงพอ

ขนมแมวเลียส่วนใหญ่ทำมาจากอาหารแมวบดละเอียด ผสมกับนมแพะผงและวิตามิน ผ่านกระบวนการและกรรมวิธีคืนรูปให้อยู่ในรูปลักษณ์ของครีมสำหรับแมวเลีย 

ส่วนผลเสียคือเปลือง เพราะราคาขนมแมวเลียสูงกว่าอาหารแมวกระป๋อง หรืออาหารเปียกบรรจุซอง แมวบางตัวอาจติดใจในรสชาติ ทำให้ไม่ยอมกินอาหารอื่น จ้องแต่จะกินขนมแมวเลีย แต่ส่วนใหญ่ทาสอย่างเราจะใช้เป็นขนมหลอกหล่อและกระตุ้นให้แมวมีความอยากกินอาหาร ทว่าแมวบางตัวที่กินมากเกินไปอาจมีค่าไตพุ่งสูงขึ้นก็เป็นได้

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ขนมแมวเลียปกติเราให้กินแค่อาทิตย์ละซองก็เพียงพอ บางครั้งทาสอย่างเราต้องหักห้ามใจ ไม่ตามใจปากแมว เพราะมีผลเสียต่อสุขภาพของพวกมันในระยะยาว บางยี่ห้อมีรสชาติเค็ม (ที่รู้เพราะคนชิมก่อน) ขึ้นชื่อว่า ‘ขนม’ ไม่ว่าคนหรือแมวก็ไม่ควรจะรับประทานบ่อย บางคนเข้าใจผิดให้กินวันละซองแทนวิตามินซึ่งต้องระวังค่าไตค่าตับจะพุ่ง ยิ่งแมวอ้วน มีโอกาสเสี่ยงหลายโรค ทั้งโรคไต โรคตับ ท่อปัสสาวะอักเสบ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ 

แต่ถ้าอยากให้แมวแข็งแรง หรือเสริมภูมิ เสริมวิตามินในแมวกำลังโต แนะนำเป็นพวกเจลอาหารสูตรสัตวแพทย์ หรืออาหารเสริมอื่นๆ เช่น Nutri Plus/ Nutri Forte/ Dermacoat/ Petme หรืออีกหลายยี่ห้อที่เป็นเจลสูตรเสริมอาหารที่น่าจะดีกว่าขนม ส่วนใหญ่มีกลิ่นหอมและแมวชอบกินเช่นกัน

Cat Café ชุมนุมทาสแมว

แมวชอบกินขนม คนชอบดื่มกาแฟ งั้นคาเฟ่แมว (Cat Cafe) ก็ตอบโจทย์เจ้านายกับทาสแมวที่สุดแล้วละ สถานที่ดังกล่าวเป็นนิยามใหม่ของไลฟ์สไตล์คาเฟ่อีกรูปแบบหนึ่ง โดยการนำเอาการเลี้ยงแมวมาผนวกเพิ่ม 

ที่มาของ ‘คาเฟ่แมว’ เกิดจากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมเมืองมากขึ้น ผู้คนอาศัยอยู่คอนโดฯ หรืออพาร์ตเม้นต์ และด้วยข้อจำกัดของการห้ามเลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯ หรือการทำงานที่ต้องเดินทางบ่อยจนเลี้ยงสัตว์ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นจุดกำเนิดที่ทำให้คนโหยหาความผ่อนคลายนอกบ้านมากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือการออกไปเล่นกับน้องแมว (ของคนอื่น) พร้อมกับกินอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ที่ทางร้านจัดไว้บริการ

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

มีคำถามว่าคาเฟ่แมวแห่งแรกเกิดขึ้นที่ไหน ไม่ว่าใครก็คงจะตอบว่าประเทศญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริง คาเฟ่แมวแห่งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน ในปี 1998 โดยเป็นร้านขายกาแฟที่มีแมวอยู่ด้วย เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้า แต่ที่เราเข้าใจว่ามาจากญี่ปุ่นก็เพราะว่า คนญี่ปุ่นไปเห็นคาเฟ่นี้จึงกลับมาทำบ้าง จนเป็นเหตุให้ร้านคาเฟ่ประเภทสัตว์เลี้ยงดังเป็นพลุแตก โดยคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในที่พักเล็กๆ และไม่สามารถมีสัตว์เลี้ยงได้ จึงต้องออกมาเติมเต็มความต้องการที่ร้านคาเฟ่แมวนั่นเอง แถมคาเฟ่แมวบางแห่งก็อยู่บนตึกสูง อย่างในย่านอุเอโนะ ที่ต้องกดลิฟต์ขึ้นไปนั่งชมแมว และแมวนอนชมนกบินนอกหน้าต่างจากมุมสูง

คาเฟ่แมวส่วนใหญ่จะมีน้ำยาฆ่าเชื้อให้ผู้เข้าไปใช้ล้างมือ และมีกฎที่ต้องปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่จะเหมือนๆ กันคือ ห้ามขัดใจแมว หรือบีบบังคับถ้าแมวไม่ต้องการให้จับต้อง คือยึดความสบายใจของแมวเป็นหลัก ห้ามใช้ความรุนแรงกับแมว ห้ามถ่ายรูปแมวโดยยิงแฟลช ห้ามปลุกแมว (ส่วนใหญ่แมวจะชอบนอนกลางวัน) ห้ามให้อาหารคนกับแมว และไม่ส่งเสียงดังจนแมวตกใจ เป็นต้น 

ปัจจุบันมีคาเฟ่แมวในญี่ปุ่นอย่างน้อย 160 แห่ง แค่ในโตเกียวก็มีเกือบ 40 ร้าน ร้านคาเฟ่แมวซึ่งตอนนี้เปรียบเป็นร้านบำบัดความเครียดของคนรักน้องแมวเริ่มแพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ทั้งจีน เกาหลี รวมทั้งเมืองไทย

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีคาเฟ่แมวเกิดขึ้นมากมายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหิน เขาใหญ่ และจังหวัดใหญ่ๆ อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น ฯลฯ คาดว่าในอนาคตมีแนวโน้มว่าคาเฟ่แมวในไทยจะเติบโตและขยายตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะคาเฟ่แมวไม่ใช่แค่เพียงธุรกิจที่มองแต่เรื่องกำไร แต่เจ้าของส่วนมากเริ่มต้นจาก ‘ความรัก’ และล้วนแต่เป็น ‘ทาสแมว’ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

คาเฟ่แมวหลายแห่งเป็นเครือข่ายกับองค์กรช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ บางแห่งอุปการะน้องแมวเร่ร่อนมาเลี้ยง บางแห่งเป็นศูนย์กลางในการหาบ้านใหม่ให้บรรดาแมวจรจัด

ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมเยียนที่ร้านทุกคนก็รู้สึกว่า ‘แมว’ สามารถช่วยเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างในหัวใจของเขาให้ยืนหยัดอยู่บนโลกแห่งความเปลี่ยวเหงา ทำให้ชีวิตที่เคร่งเครียดและโดดเดี่ยวของคนเมืองบรรเทาเบาบางลงได้…ไม่มากก็น้อย

เมื่อเจ้าเหมียวบอกรัก ‘ทาส’ 

เหล่าทาสแมวคงจะเคยเจอการทำท่าทาง หรือพฤติกรรมสุดแปลกต่างๆ นานา ของเจ้าเหมียวกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นท่ากายกรรมยืดเหยียดตัว บิดตัวหมุนบ้าง แถมอยู่ๆ ก็หันมาตะปบขาเราเล่นซะอย่างนั้น อาการเหล่านี้เชื่อว่าคนเลี้ยงแมวมักพบเจอกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่คุณรู้ไหมว่า พฤติกรรมเหล่านี้คือการแสดงความรักของเจ้าเหมียวนั่นเอง ว่าแต่เจ้าเหมียวบอกรักคุณอย่างไรบ้าง มาดูกัน

1. เอาหัวมาโหม่ง

บางทีขณะที่เรากำลังนั่งทำอะไรเพลินๆ อยู่ๆ เจ้าเหมียวก็เอาหัวมาโหม่งถูไถใส่เราซะงั้น ที่บริเวณใบหน้าของแมวจะมีต่อมกลิ่น และจะปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อแสดงความเป็นมิตร มักแสดงความรักและแสดงความคุ้นเคยระหว่างแมวด้วยกัน หากบ้านไหนเลี้ยงแมวหลายตัวคงจะเคยเห็นเป็นประจำ ที่แมวจะชอบเอาหัวมาถูกัน นั่นแหละคือการแสดงความรักในแบบของเจ้าเหมียว ดังนั้น เวลาที่น้องแมวมานั่งบนตักเราแล้วเอาหัวมาชนกับแขนขาของเรา หรือโหม่งหน้าผากเราบ้าง นั่นคือการแสดงความรักกับเราเช่นกัน จงภูมิใจไว้เถอะเจ้าทาส เพราะนี่คือวิธีการที่ฉันอยากจะบอกว่า “ฉันรักนายว่ะ เมี้ยววว”

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

2. หงายท้อง

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสำหรับเจ้าเหมียว ที่มันจะนอนโชว์พุง ถ่างขาอ้าซ่าให้ใครเห็น เพราะมันต้องรู้สึกปลอดภัย และเชื่อใจกับบริเวณที่มันอยู่จริงๆ มันถึงจะกล้าทำแบบนี้

3. นอนเหยียดตัว

เมื่อใดก็ตามที่แมวรู้สึกผ่อนคลายเขาจะยืดตัว เหยียดตัวออก แต่เมื่อใดที่เขารู้สึกไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจในสิ่งรอบตัว เขาจะนั่งห่อตัว เอาเท้าทั้งสี่เก็บไว้ใต้ตัว รวบหางแนบชิดติดกับตัว ดังนั้น ถ้าน้องแมวมานอนยืดแข้งยืดขาใส่เราละก็ แสดงว่าเจ้าเหมียวกำลังรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ยิ่งถ้านอนหงายท้องใส่แสดงว่ากำลังสบาย และรู้สึกปลอดภัยเป็นอย่างมากนั่นเอง หากเจ้าเหมียวนอนอยู่ห่างจากตัวเรา แล้วเรามีอารมณ์อยากจะเล่นด้วยขึ้นมา อยู่ๆ จะพุ่งไปเล่นพุงนางแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะพุงของเจ้าเหมียวนั้นถือว่าเป็นส่วนที่เปราะบางมาก หากไปจับนางแบบที่นางไม่รู้ตัวนี่อาจโดนข่วนได้เลยนะ ขอเตือน

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

4. กระโดดเกาะหนึบ

เวลาที่เจ้าของนั่งลง หากแมวของใครขี้เล่น เป็นแมวซุกซน หรือน้องแมวเด็ก ที่ไม่ว่าคุณจะลุกไปนั่งมุมไหนของบ้าน เจ้าเหมียวก็จะตามไปเกาะแกะคุณอยู่ร่ำไป ประหนึ่งเป็นเงาตามติดตัวเลยทีเดียว

5. เหมียวจอมกัด

มันก็ไม่ได้ตั้งใจอยากให้เจ้าของเจ็บหรอก แค่กำลังอยากจะคลอเคลีย ให้ลูบท้อง ลูบคางให้มัน เผลอเมื่อไหร่เป็นต้องกัดมือ หน้าแข้ง หรือข้อศอกเบาๆ เจ้าของบางคนจะไม่ชอบ และเข้าใจผิดว่าแมวดุ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับจ่าฝูงก็ว่าได้ เพราะพวกนี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น ให้ตายสิ!! แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะพวกมันก็มักจะกัดเล่นๆ แบบนี้เสมอ ถึงแม้บางทีเขาจะเล่นกับคุณแรงไปสักหน่อย แต่อย่างไรเจ้าเหมียวเองก็แค่อยากเล่นด้วยเฉยๆ หรอกน่ะ

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

6. เลีย

หากบ้านไหนที่เลี้ยงแมวในบ้านหลายตัว มันจะเป็นภาพที่ชินตาสำหรับเราเสมอ ในเวลาที่เราเห็นเจ้าเหมียวเลียตัวให้กัน เราสามารถรู้ได้ทันทีใช่ไหม ว่านั่นคือการแสดงความรักให้แก่กันนั่นเอง และนอกจากการเลียตัวจะเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งแล้ว มันยังเป็นการสร้างกลิ่นให้พวกเดียวกัน อีกทั้งเป็นการช่วยลดความเครียดให้แก่กันอีกด้วย ส่วนใครที่โดนเจ้าเหมียวมาเลียหัวเลียหน้าก็อย่าเพิ่งไปดุ หรือไปตีมัน เพราะนั่นคือการที่เจ้าเหมียวกำลังแสดงความรักกับเราอยู่ 

7. กะพริบตาช้าๆ

อาจจะดูเหมือนเป็นพฤติกรรมปกติที่เจ้าเหมียวจะมองแล้วกะพริบตาใส่คุณ แต่ถ้าหลังจากกะพริบตาแล้วพวกมันยังมองคุณอยู่ แสดงว่าพวกมันกำลังแสดงความรัก เทียบแล้วก็เหมือนกับการจูบแสดงความรักของคนเลยทีเดียว

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

8. เอาตัวมาถูที่ขา

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรานั่งเก้าอี้ เจ้าเหมียวจะชอบมานัวเนียที่ขาทุกที เหมือนไม่ยอมให้ไปไหน อยากจะอยู่กับคุณ เจ้าเหมียวไม่ได้ต้องการจะขัดขวางการทำธุระของคุณหรอก เพียงแต่เวลาที่มันเอาตัวมาถูๆ ไถๆ นัวเนียกับร่างกายของคุณนั้น มันเพียงแค่ต้องการให้ตัวของคุณมีกลิ่นของมันติดอยู่ (เหมือนเป็นตราประทับ ว่าเราเป็นทาสของมันแล้วนั่นเอง)

9. บอกรักผ่านหาง 

ว่าด้วยเรื่องของหาง ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์การบอกอารมณ์ของเจ้าเหมียวเลยก็ว่าได้ เพราะว่าลักษณะหางของพวกมันจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในขณะนั้น ถ้าหากเจ้าเหมียวเจอหน้าคุณแล้วพวกมันยกหางชี้ตรง ปลายหางแกว่งเล็กน้อย แสดงว่าพวกมันกำลังแสดงความรักต่อคุณอยู่นะ

Catwalk เดินเป็นแมว

บางคนสงสัยมานาน  หรือเคยได้ยินคำในวงการแฟชั่นที่ใช้เรียกสถานที่ที่นางแบบเดินโชว์ชุดของดีไซเนอร์ว่า ‘Catwalk’ คุณเคยทราบหรือไม่ว่า  ทำไมต้องเป็น Catwalk ทำไมเขาไม่เรียก Dogwalk บ้าง แล้วแคตวอล์กมีที่มาอย่างไร

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

คำว่า ‘Catwalk’ ถ้าแปลตามศัพท์จะหมายถึง ทางที่แมวเดิน แล้วมันไปเกี่ยวกับวงการแฟชั่นได้อย่างไร มันเป็นอย่างนี้ครับ ทางเดินบนเวทีที่นางแบบเดินนั้น จะมีลักษณะเป็นทางค่อนข้างแคบ และถ้าเคยสังเกตจะเห็นว่านางแบบเดินบนเวทีคล้ายแมวที่เดินบนทางแคบๆ ไม่ได้เดินเหมือนคนธรรมดา แต่จะเดินเหมือนกับเดินบนเส้นตรง คือเท้าขวาและเท้าซ้ายจะอยู่แนวกลางแนวเดียวกัน เอาขาไขว้ไปไขว้มาข้างหน้า เหมือนกับแมวเดิน เพราะฉะนั้นคำว่า Catwalk จึงมาจากพฤติกรรมของแมวที่เดินบนทางเดินแคบๆ นั่นเอง

เฟีย…ที่ไม่ใช่ ‘มาเฟีย’ 

ไม่รู้ว่าคุณเรียกเสียงคราง เสียงครืดของเจ้าเหมียวว่าเสียงอะไร บางคนเรียกเสียงกรน คล้ายเสียงมอเตอร์ แต่จะเรียกอะไรก็ตาม ณ ที่นี้ขอเรียกพฤติกรรมนี้ว่า ‘เฟีย’ ช่วงเวลานี้แหละที่เจ้าเหมียวจะออดอ้อนออเซาะทาสแบบสุดๆ

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

เข้าใจว่ายามมันเฟีย นั่นหมายถึง แมวรู้สึกสบายใจ อบอุ่น และปลอดภัย ส่วนใหญ่เราจะได้ยินเสียงนี้เมื่อพวกมันรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากๆ  ถ้าคุณเอาใจ เล่นหยอกล้อ เกาพุง ลูบขนให้มัน แล้วได้ยินเสียงเฟียแบบนี้ แสดงว่าพวกมันกำลังมีความสุขและพร้อมที่จะอยู่กับคุณ อยากเข้ามานวด หรือบางตัวมีพฤติกรรมเจ้าเล่ห์ เผลอไม่ได้เป็นต้องขอดูดนมทาส (โดยเฉพาะทาสผู้ชายที่ชอบถอดเสื้อนอน) หลายคนโดนมันจู่โจม นวดพร้อมบริการเสริม คือค่อยๆ ย่องมาดูดนมอยู่บ่อย ไม่ต้องบ้าจี้ตามใจมันละ บอกไปดีๆ ว่าโตแล้ว หย่านมแล้ว แมวโตไม่มีใครเขาดูดนมกันหรอก

แต่บางครั้งอาการและเสียงเฟียนี้ก็สามารถพบได้ในแมวที่ป่วย หรือบาดเจ็บได้ด้วย ดังนั้น ถ้ารักจะเป็นทาสที่ดีต้องหมั่นเอาใจใส่ ลูบตัว เกาคอ เพียงเท่านี้เจ้าเหมียวจากที่เฟียก็จะกลายเป็น ‘ฟิน’ ในที่สุด

อ้อ! เกือบลืมเฉลย เดี๋ยวไม่ฟิน ร้องเพลง ‘หนูมาลี’ ไม่จบ เนื้อร้องท่อนที่ถามถึงข้างต้น เฉลยคือ…“ขนมันปุยคล้ายสำลี”

Did You Know?

ลักษณะของแมว 3 สี ทั่วไปคือมีสี ขาว ดำ แดง บริเวณที่มีสีดำ และแดงมักเป็นแต้มอยู่บนพื้นสีขาว แมว 3 สีพบได้ทั้งแมวขนสั้นอย่างแมวไทยเรา และแมวขนยาวอย่างแมวเปอร์เซียได้ หากเราลองสังเกตจะเห็นว่าส่วนมากแมว 3 สีที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป มักจะเป็นตัวเมีย

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ก่อนที่จะรู้เรื่องของแมว 3 สี เราต้องรู้ก่อนว่า ลักษณะทั่วไปเช่นสีขน สีตา มีสารพันธุกรรมที่เรียกว่า ยีนเป็นตัวควบคุม ยีน จะอยู่บนสี่งที่เรียกว่าโครโมโซม โครโมโซมจะมีอยู่ในเซลล์ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เล็กที่สุด ของร่างกายของคนและสัตว์ แมวมีโครโมโซมทั้งหมด 19 คู่ โครโมโซมคู่สุดท้ายจะเป็นโครโมโซมเพศ โครโมโซมเพศมี 2 ชนิด คือโครโมโซม X และ โครโมโซม Y ที่เรียกว่าโครโมโซมเพศ เพราะว่าเป็นโครโมโซมที่กำหนดเพศของสัตว์ ถ้าสัตว์ตัวผู้จะมีโครโมโซมเพศเป็น XY ขณะที่ตัวเมียมีโครโมโซมเพศเป็น XX สัตว์ปกติจะได้รับโครโมโซมครึ่งหนึ่งมาจากแม่ และอีกครึ่งมาจากพ่อ โดยตัวกำหนดว่าจะเป็นตัวผู้หรือไม่อยู่ที่โครโมโซมจากพ่อนั่นเอง

โดยโครโมโซมของแมวจะมียีนกำหนดสีขนอยู่ด้วย เปรียบเทียบได้เป็น 2 สี คือสีดำ และ สีแดง ซึ่งโครโมโซมที่สามารถกำหนดสีได้ คือ โครโมโซม x เท่านั้น ถ้าเป็นแมวตัวเมีย ยีนที่สร้างสีขนสีดำ (สัญลักษณ์คือ 1) หรือสีแดง (สัญลักษณ์คือ 2) จะอยู่บนโครโมโซม X ทั้งสองชิ้น ถ้าแมวมีโครโมโซม x ทั้งคู่มียีนที่สร้างขนสีดำ (11) ก็จะทำให้ไม่พบขนสีแดงบนตัวแมว ถ้าโครโมโซม X ทั้งคู่มีโครโมโซมชิ้นหนึ่งมียีนที่สร้างขนสีดำและแดงในแมวตัวเมีย (12) ซึ่งทำให้เกิดลักษณะขนที่มีสามสี ในแมวตัวผู้โครโมโซม X มีชิ้นเดียวอยู่คู่กันกับโครโมโซม Y หรือ XY แมวตัวผู้จึงมียีนที่สร้างขนสีดำ (1Y) หรือยืนที่สร้างขนสีแดง (2Y) เท่านั้น

แต่มีแมวสามสีที่เป็นแมวตัวผู้ได้ แต่โอกาสที่จะเกิดแมวสามสีตัวผู้ขึ้นได้มีน้อยมากเพียง 1 ตัว ใน 3,000 ตัว ก็น่าจะทำให้แมวสามสีตัวผู้พิเศษกว่าแมวสามสีตัวเมียอีก เพราะว่าหายาก แต่แมวสามสีตัวผู้จะเป็นหมัน

Did You Know?

ยังมีแมวอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยรู้จักกันดี คือ ขาวมณี หรือ ขาวปลอด นั้น ถึงแม้ไม่มีปรากฏในตำราแมวไทยแต่ก็จัดว่าเป็นแมวไทยด้วยเหมือนกัน

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอด เป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นได้มากสุดในปัจจุบัน เป็นแมวไทยโบราณที่ไม่ได้มีบันทึกไว้ในสมุดข่อย จึงเชื่อว่า เป็นแมวที่เพิ่งกำเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง นิยมเลี้ยงไว้ในราชสำนัก ครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 แมวชนิดนี้เป็นที่โปรดปรานมาก ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงกันเป็นคู่เพื่อให้ผลัดกันทำความสะอาดขน เป็นแมวที่ค่อนข้างเชื่อง เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี

ลักษณะเด่นของขาวมณี คือ สีขน และผิวกายขาวสะอาด ขนสั้น นุ่ม รูปร่างลำตัวยาวขาเรียว ทรงเพรียวลม ไม่อ้วน หรือผอมเกินไป หัวไม่กลมโต แต่เป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวใจ หน้าผากแบนใหญ่ หูขนาดใหญ่ และตั้งตรง จมูกสั้น ดวงตาจะรีเล็กน้อย นัยน์ตาเป็นสีฟ้า หรือเหลืองอำพัน สีใดสีหนึ่ง เมื่อนำ แมวขาวมณี ตาสีฟ้า ผสมกับ แมวขาวมณี ตาสีอำพัน ลูกที่ออกมาจะมีตาสองสี คือ สีฟ้าข้างหนึ่ง และ สีเหลืองอำพันข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนด้อย

ในแมวขาวมณีแทบทุกตัวจะมีจุดด้อย เช่น ถ้ามีตาสองสี มักมีตาข้างหนึ่งที่ไม่ดี อาจมองเห็นไม่ชัด หรือมองไม่เห็นเลย ถ้าแมวตาสีฟ้า มักจะหูพิการ หรือไม่ได้ยินเสียงมากนัก และแมวตาสีเหลืองอำพัน มักมีต่อมขนที่ไม่ดี จุดด้อยอีกข้อของแมวขาวมณีคือ ความไม่ขาวปลอด มีสีใดสีหนึ่งแซมเข้ามา รวมถึงตาสองข้างเป็นคนละสีกัน (Odd eyes) หรือเป็นสีอื่นสีใดที่ไม่ใช่สีฟ้า หรือเหลืองอำพัน ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เช่นเดียวกับขนที่ยาวมากเกินขนาด หางคด หางขอด หางงอ และ หางสั้น

Did You Know?

เพชรตาแมว หรือ แมวตาเพชร

คนทาสแมว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

โลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งมิใช่มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา ซึ่งมีอยู่ในเมืองไทย คือ เพชรตาแมว เป็นของวิเศษที่ใครก็อยากได้ ผู้ใดได้ครอบครองจะทำให้มีเอกลาภตลอดไป จะคิดสิ่งใด หวังสิ่งใดได้แต่สิ่งดี

เพชรตาแมวนี้เกิดจากแมวซึ่งตาเป็นต้อหิน ข้างใดที่เป็น จะมีน้ำเลี้ยงไหลออกมาตลอดเวลา แต่แมวจะไม่มีความเจ็บปวด แต่ข้างที่เป็นต้อ จะมองไม่เห็น เมื่อแมวเสียชีวิต ตาข้างที่เป็นต้อจะแข็งเหมือนก้อนหิน เรียกว่า เพชรตาแมว

เพชรตาแมว ที่เกิดจาก แมวสีสวาด คือ แมวตาเพชร ที่จัดว่าหายากมาก ตาเพชรทั้ง 2 ข้างของแมวชนิดนี้จะเป็น แก้ว หรือ เพชรใส ตอนเป็น แมวตาเพชร (ยังมีชีวิตอยู่) และหลังจากตายแล้วจึงกลายเป็น เพชรตาแมว ถึงแม้ร่างกายจะเน่าเปื่อยเป็น 10-20 ปี แต่นัยน์ตาเพชรจะคงสภาพใสวาวยิ่งกว่าเพชรเสียอีก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่แมวสีสวาดเป็นเพชรตาแมว มีราคามหาศาลยิ่งกว่าพระเครื่องหลายเท่าตัว เพราะโอกาสที่จะพบเห็นนั้นมีโอกาสเพียง 1 ในล้าน, ล้าน, ล้าน ที่จะได้ครอบครองเพชรตาแมวชนิดเพชรใสที่ได้จากแมวสีสวาด ซึ่งเป็นสุดยอดแมว มหาโชคลาภมีแต่ความร่ำรวย

แต่ก็ยังมีแมวตาเพชรจากแมวสีขาวปลอด ที่มีสีตาสองข้างไม่เหมือนกัน ที่เราเรียกว่า ‘ขาวมณี’  เป็นไปได้ทั้ง ฟ้า-เหลือง-เขียว และ ขาว (สีขาวจะมีจุดสีแดงข้างใน) ซึ่งตาข้างหนึ่งของแมวจะบอด และเมื่อสิ้นอายุของแมว ตาข้างที่บอดจะกลายเป็นเพชรประกายตามสีของตา

อ้อ! เกือบลืมเฉลย เดี๋ยวจะร้องเพลง ‘หนูมาลี’ ไม่จบ เนื้อร้องท่อนที่ถามถึงข้างต้น ร้องว่า…“ขนมันปุยคล้ายสำลี”


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...