เรื่องเด่น

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2

Published 28 ก.พ. 2019

By ชัชฎาพร จุ้ยจั่น

Buddy-of-Top-Chef-Thailand-Season-2-scoop-Rabbit-Today-banner

Top Chef Thailand รายการแข่งขันทำอาหารที่เข้มข้น ดุเดือด และได้รับการพูดถึงมากที่สุดในซีซั่นแรก ด้วยความสามารถของผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านสนามครัวมานักต่อนัก และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝีปากคมกริบไม่แพ้ฝีมือระดับเทพ จนเป็นที่กล่าวขานว่านี่คือรายการเรียลลิตี้ที่ติดอยู่ในใจคนดูมากที่สุด

มาถึง Top Chef Thailand Season 2 ที่คนดูทั้งประเทศลุ้นไปกับความสามารถและสกิลของเชฟทั้ง 12 คน มาตลอด 3 เดือน กระทั่งรอบสุดท้ายของการโคจรมาเจอกันระหว่าง ‘เชฟอ๊อตโต้-ประภาศน์ ปาณะวีระ’ และ ‘เชฟกันน์-สรวิศ แสงวณิช’ แน่นอนว่า ถึงไม่อยากให้สองคนนี้มาเจอกันสักเท่าไร (อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน) คนชนะก็ต้องมียืนแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น นั่นคือเชฟอ๊อตโต้ที่สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จอย่างสมศักดิ์ศรี

บอกเลยว่า ทั้งนิสัยและความสามารถ ทั้งสองกินกันไม่ลง Rabbit Today จึงคว้าสองหนุ่มมาคุยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟเสียเลย

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2,สัมภาษณ์,Rabbit Today

เชฟอ๊อตโต้-ประภาศน์ ปาณะวีระ

บางทีเราพลาดจริง ผมยอมรับ ในชีวิตจริงผมโดนหนักกว่านี้เยอะ
แต่เลิกงานก็สังสรรค์กันปกติ เวลางานคือเต็มที่ เลิกงานคือจบ

Q: ทราบมาว่าจริงๆ แล้วคุณไม่เคยเรียนทำอาหารเลย แต่เรียนจบด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

A: ใช่ครับ, ตอนนั้นจบแล้วอยากทำงาน เลยลองไปสมัครงานที่โรงแรม เป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กเข็นผัก เรียกว่าใช้แรงงานเลยครับ ต่อมาเขาให้ผมทำอาหารเช้า ผมก็อยู่โซนทำไข่ออมเล็ตอยู่ปีหนึ่ง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำอาหาร กระทั่งได้ย้ายเข้ามาทำงานโรงแรมในเมือง ได้ทำอาหารทั้งครัวจีน ครัวไทย ครัวเย็น ครัวสลัด บางครั้งครัวร้อน พี่ๆ ไปกินข้าวกันหมด เรายืนอยู่คนเดียว ก็ต้องทำทุกครัว

Q: อะไรคือจุดเปลี่ยนให้คุณไปทำงานที่ต่างประเทศ

A: ด้วยความที่เราไต่เต้ามาจากเด็กเข็นผัก พอได้ทำอาหารก็มีคนดูถูกว่าอย่างผมเนี่ย ไปไหนไม่ไกลหรอก ผมเลยตอบเขาไป ว่าผมต้องไปให้ไกลกว่าพี่ให้ได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมคิดจะก้าวกระโดดไปเรื่อยๆ จนผมได้ไปอังกฤษตอนอายุ 17 ตอนนั้นสมัครงานโรงแรมที่นั่น แล้วเขาบินมาสัมภาษณ์ที่เมืองไทย

Q: ในการสัมภาษณ์ครั้งนั้นเห็นว่ามีแคนดิเดตถึง 50 คน เขาให้คุณทำอะไรบ้าง

A: โจทย์คือ ให้เราเซตเมนูให้เขาดูว่ามีอะไรบ้าง จน 2 เดือนผ่านไป มีจดหมายมาว่าผมได้ทำงานที่นั่น ครั้งนั้นคือครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นเครื่องบินด้วยนะ (หัวเราะ) แล้วไปอังกฤษ ไม่ได้บอกใครเลย จากนั้นผมก็มีโอกาสไปทำงานที่อียิปต์ และญี่ปุ่น

Q: ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเชฟ แล้วทำไมถึงมาแข่งรายการ Top Chef Thailand Season 2

A: ผมเคยแข่งทำอาหารที่สิงคโปร์แต่ไม่ใช่รายการทีวีนะครับ แต่รายการนี้ผมมองว่า ไม่ใช่แค่คุณทำอาหารเป็น แต่คุณต้องไม่หยุดที่จะคิดอะไรใหม่ๆ มันคือพื้นที่ที่ให้เชฟพิสูจน์ตัวเองอีกขั้นหนึ่งว่า ที่ผ่านมาคุณได้อะไรกับการทำอาหาร ให้อะไรกับคนกิน

Q: เวลาโดนกรรมการวิจารณ์นี่รู้สึกอย่างไรบ้าง

A: มันเป็นเรื่องจริงตามที่เขาว่า เพราะว่าบางทีเราพลาดจริง ผมยอมรับ ในชีวิตจริงผมโดนหนักกว่านี้เยอะ แต่เลิกงานก็สังสรรค์กันปกติ เวลางานคือเต็มที่ เลิกงานคือจบ ผมได้อะไรเยอะจากกรรมการ พอมาย้อนดูตอนโดนด่า ก็จริงอย่างที่เขาพูด เราต้องยอมรับแล้วนำมาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่ง จะได้ไม่พลาดอีก

Q: ในรอบชิงชนะเลิศ พอทราบผลว่าต้องแข่งกับเชฟกันน์ รู้สึกอย่างไรบ้าง

A: ผมรู้ตั้งแต่แรกๆ แล้วว่าต้องเป็นเชฟกันน์ (หัวเราะ)

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: มองเห็นอะไรในตัวเชฟกันน์

A: เขาจะเหมือนผมอย่างหนึ่งคือ อยากพิสูจน์หลายๆ อย่าง คนอื่นอาจมาเพราะอยากแข่งขัน เอาประสบการณ์ แต่ผมกับกันน์เรามาเพื่อพิสูจน์ตนเอง มีความมุ่งมั่น ที่อยากจะฝ่าฟันไปให้ได้ทุกรอบๆ คืออยากชนะไปเรื่อยๆ ทำเต็มที่ทุกครั้ง เราอยากจะชนะ ผมรู้ว่ายังไงก็ต้องมาเจอกันน์อยู่แล้ว

Q: หลังจากประกาศว่าคุณคือแชมป์ ‘ท็อปเชฟไทยแลนด์’ คนใหม่ ประโยคแรกที่บอกกับคุณพ่อคุณแม่คืออะไร

A: ผมทำสำเร็จแล้ว

Q: ย้อนกลับไปในวันที่ก้าวออกจากบ้าน อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณใจแข็ง ไม่กลับบ้านถึง 15 ปี

A: เพราะความมุ่งมั่นครับ ผมเป็นคนไม่กลัวสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม คนส่วนมากกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่กล้าไป อย่าไปดีกว่า เดี๋ยวเจอนั่นนี่ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าข้างหน้าคืออะไร สำหรับผม ผมถือว่าพลาดก็พลาดทีหลัง ดีก็ดีที่เรา ดีกว่าให้คนอื่นชักจูงไป ถ้าเกิดพลาด เรามาถามหาคนรับผิดชอบอีก แต่ผมคิดเอง ทำเอง ถ้าดี เราก็ภูมิใจที่สุดดีกว่า

Q: ถ้านึกถึงอาหารของเชฟอ๊อตโต้ อยากทราบว่าซิกเนเจอร์ของคุณคืออะไร

A: สเต๊กไก่แร็ปเปอร์ ตรงกลางเป็นไส้อั่ว เป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้าน Crazy Bee ร้านผมที่สวนผึ้ง ส่วนใหญ่เมนูที่ร้านอาหารหน้าตาจะไม่เหมือนชาวบ้าน เพราะผมคิดเอง ผมทำบาร์บีคิวซอสกินได้กับอาหารแทบทุกอย่าง เอาไปผัดข้าวก็ได้ ปรุงกับอาหารไทยเป็นผัดเปรี้ยวหวานก็ได้ ผมคิดสูตรซอสตัวนี้เพื่อแทนซอสมะเขือเทศกับซอสพริกบนโต๊ะ เพราะร้านสเต๊กส่วนมากจะมีซอสพริกกับซอสมะเขือเทศ แต่ร้านผมจะมีซอสตัวนี้ตั้งแทน เด็กหรือผู้ใหญ่ก็กินได้ ตอนนี้ทำขายอยู่ครับ กำลังมีโครงการว่าจะเข้าโรงงานผลิตแล้ว

Q: วันนี้ได้เป็นท็อปเชฟไทยแลนด์ ซีซั่น 2 คุณอยากบอกอะไรกับเชฟรุ่นต่อไปที่จะมาเข้าร่วมแข่งขันในซีซั่นต่อไป

A: รายการนี้ให้เรามาพิสูจน์ตนเอง ได้ปล่อยของ ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ บางอย่างเราทำงานซ้ำๆ ทุกวัน รายการนี้ทำให้ได้พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ แม้ว่าผมจะอยู่สายงานนี้มานาน แข่งขันทำอาหารมาก็เยอะ แต่พอเจอรายการนี้ หลายสิ่งหลายอย่าง ทำให้ต้องปรับตัว ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แก้ไขปัญหา ไม่สามารถหยุดพัฒนาตนเองได้เลยครับ

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2,สัมภาษณ์,Rabbit Today

‘เชฟกันน์-สรวิศ แสงวณิช’

ผมเข้ามารายการนี้ ไม่ได้หวังว่าต้องชนะ
ผมอยากจะมาแค่ให้คนเห็นว่าผมทำอาหารได้ และนี่คือสิ่งที่ผมรัก

Q: ทุกคนจะติดภาพนายแบบของคุณ ถ้าอย่างนั้นช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ ว่าเริ่มอยากเป็นเชฟตั้งแต่อายุเท่าไร

A: 14 ครับ ผมเข้าไปทำงานในครัวที่นิวยอร์ก เพราะอยากทำจริงๆ ครับ ถ้าผมอยากหารายได้ ผมคงไม่ไปทำร้านอาหาร เพราะว่าร้านพวกนี้เขาไม่ได้ให้เงินเยอะครับ ให้เงินน้อยกว่าร้านอาหารทั่วไป แรกๆ ผมไม่ได้ค่าแรงด้วยซ้ำ เพราะผมตัดสินใจว่าผมไปทำงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าผมทนตรงนี้ไม่ได้ ผมก็จะไม่ทำต่อ สุดท้ายแล้วจึงได้รู้ว่าผมชอบมันจริงๆ

Q: คล้ายกับว่าในตอนเริ่มต้นคุณกำลังเริ่มค้นหาตัวเองด้วย

A: ใช่ครับ, ผมยังไม่แน่ใจว่าผมชอบอะไร ชอบทั้งแฟชั่นและอาหาร ซึ่งมันค่อนข้างคนละทางกัน เลยชั่งใจว่าอยากจะทำอะไร แต่พี่ชายผมได้เริ่มทำอาหารอยู่ที่นั่นก่อน พอมีโอกาสไปเรียนไฮสคูลที่นิวยอร์ก เรียนจบ ผมก็ตัดสินใจว่า งั้นผมขอไปฝึกงานดูก่อนว่าผมจะทนความหนักของงานในครัวได้หรือเปล่า แล้วผมชอบจริงหรือเปล่า ทำแล้วผมจะมีความสุขหรือเปล่า

Q: เหตุการณ์ไหนคือหนักสุดสำหรับการทำงานในครัวที่นั่น

A: หนักสุดตอนผมโดนเขวี้ยงหม้อใส่ (หัวเราะ) คือมีเยอะนะครับ เช่น ทำอาหารไม่ดีก็โดนสั่งให้กินให้หมด คือถ้าเกิดบอกว่ากล้าเสิร์ฟอันนี้ให้ลูกค้า ก็ต้องกินเอง

Q: สารภาพว่าเห็นคุณคือ 1 ในผู้เข้าแข่งขันรายการ Top Chef Thailand Season 2 ตอนนั้นค่อนข้างแปลกใจ เพราะในวงการบันเทิงคุณมาไกลแล้วทีเดียว

A: ตอนนั้นก็มีคนชวนมาครับ (ยิ้ม) แต่ที่ผมตัดสินใจคือ ผมอยากให้ทุกคนเห็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักและทำมาก่อนที่จะมาทำงานเป็นนายแบบหรือในวงการบันเทิงก็ตาม ไหนๆ ไม่มีอะไรจะเสีย ก็ลองมา ส่วนตัวผมเองไม่ได้เป็นคนชอบแข่ง แต่ผมถือว่าได้โอกาสแสดงให้คนเห็นว่าผมเรียนรู้มาด้านนี้จริงๆ ผมทำงานด้านนี้มาจริงๆ ซึ่งหลายคนยังไม่เคยได้เห็นภาพพวกนี้มาก่อนครับ

Q: กดดันไหมคะ ที่มีกระแสเกี่ยวกับคุณมากมายตอนแข่งขันเกี่ยวกับภาพความเป็นนายแบบ

A: มีฟีดแบ็กกลับมาอย่างนี้ตั้งแต่แรก ผมเลยต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่น หนึ่ง คือผมเป็นคนที่เด็กสุดในรายการ สอง คือคนคิดว่าหน้าตาดีเฉยๆ หรือเปล่า ทำอาหารเป็นจริงหรือเปล่า มันยิ่งทำให้ผมมีแรงผลักดันให้ต้องทำให้มันดีขึ้นไปอีก เช่นภารกิจ Skill test คนหาว่าผมหั่นมะเขือเทศไม่เป็น (หัวเราะ)

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: พี่ก็คิดค่ะ (แอบขอโทษเชฟกันน์)

A: (หัวเราะ) ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการให้หั่นเป๊ะขนาดไหน หรือให้หั่นเร็วๆ ผมโดนสอนมาว่าต้องเป็นสี่เหลี่ยมเท่ากันทุกชิ้น ผมตัดทิ้งหมดเลย แล้วกรรมการมาเห็นบอกทำไมเหลืออยู่แค่นี้ ผมบอกว่าชิ้นอื่นมันไม่สี่เหลี่ยมไงครับ คนก็เลยรู้สึกว่าผมทำช้า คนเลยคิดว่ามาแค่หล่อหรือเปล่า ในใจคิดว่ามันต้องสวยที่สุด ต้องเหมือนกันหมด เขาอาจจะหยิบชิ้นมาวัดกันเลยหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้ว่าเบอร์ไหน

Q: เมนูอะไรที่คุณภูมิใจที่สุดในตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

A: เมนูขนมพริกครับ ผมภูมิใจที่กรรมการชม แต่ผมคิดว่าการชม 1 ครั้ง มันยังดีไม่พอ ยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่คือเอาจริงๆ เลยผมเข้ามารายการนี้ ไม่ได้หวังว่าต้องชนะ ผมอยากจะมาแค่ให้คนเห็นว่าผมทำอาหารได้ และนี่คือสิ่งที่ผมรัก สิ่งที่ผมสู้มาตลอด คือผมคิดว่า พอมันมาถึงจุดหนึ่ง โอเค ได้มาไกลขนาดนี้มันก็มีความอยากชนะ แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของผม ผมแค่อยากจะให้คนเห็นว่า ผมมีความสุขกับการทำสิ่งพวกนี้ มันคือการแข่งกับตัวเอง

Q: ซิกเนเจอร์ของเชฟกันน์คืออะไร

A: ตามที่กรรมการบอกคือการจัดจาน ผมจะเน้นผักเยอะ บางทีกรรมการอาจด่าว่าทำไมถึงทำเป็น Side dish เยอะขนาดนี้ ไม่โชว์ Main เพราะว่าผมชอบกินผัก แล้วผมคิดว่าผักทำอะไรได้เยอะกว่าเนื้อสัตว์ เพราะเนื้อสัตว์ย่างออกมา ลวกออกมา Cooking ออกมาอย่างไรก็เป็นเนื้อสัตว์ แต่ผักเอาไปทำอะไรก็ได้ เอาไปต้ม ไปทอด ให้ผักเป็นมากกว่าผัก จริงๆ สไตล์ของผมคือชอบสไตล์ Local seasonal มาก แต่เอาโมเดิร์นเทคนิคเข้ามารวมกับอาหาร

Q: ถ้าให้คุณออกแบบชุดเชฟ เคยคิดไหมว่าจะเป็นสไตล์ไหน

A: ผมคิดมาตลอดครับ ส่วนตัวผมทำอาหาร ผมไม่ค่อยใส่เชิ้ต แต่ชอบใส่เสื้อคนล้างจานแบบในโรงแรม เป็นเชิ้ตแขนสั้นผ้าบาง เอาจริงผมโดนด่าตลอดว่าทำไมถึงใส่เสื้อแบบนี้ ผมบอกว่าผมใส่เสื้อเชฟแล้วทำงานไม่ถนัด ผ้ามันหนา แล้วกระเป๋าเยอะ ซึ่งความจริงคือมันปลอดภัยต่อการทำอาหารนะครับ เช่น กันน้ำมันกระเด็น แต่เวลาผมใส่เสื้อเชฟผมจะพับแขนดึงขึ้นสูงอยู่ดี เลยชอบใส่เชิ้ตสีขาวเฉยๆ แล้วก็ดูเรียบร้อย สะอาด ไม่ต้องเป็นเชฟทางการมาก...กกก

Q: ไม่ว่าจะเป็นกันน์ในฐานะนายแบบหรือเชฟกันน์ ก็ยังเป็นคนที่ฆ่าไม่ตายจริงๆ พิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่หล่ออย่างเดียว แต่ (ทำอาหาร) อร่อยด้วย

A: คือคนมองว่าผมนิ่ง แต่ทุกอย่างผมรับฟังหมด ไม่ว่ากรรมการท่านไหนติอย่างไร ผมเก็บแล้วนำมาปรับปรุง ก็ตั้งไว้แหละครับ ไหนๆ มาถึงจุดนี้แล้ว ผมต้องไปให้ถึงที่สุดครับ

‘เชฟอ๊อตโต้-เชฟกันน์’ Buddy of Top Chef Thailand Season 2,สัมภาษณ์,Rabbit Today


AUTHOR :

ชัชฎาพร จุ้ยจั่น
ชัชฎาพร จุ้ยจั่น
เติบโตมากับทีวีและหนังสือ ชอบค้นหาตัวเอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อย จนพบว่าเพื่อนสนิทที่สุดคือ ‘หนังสือ’ ที่เรียงรายอยู่บนชั้นและหัวเตียง กับ ‘เครื่องสำอาง’ บนโต๊ะเครื่องแป้ง กว่าสิบปีที่ยึดอาชีพขีดๆ เขียนๆ ยังเชื่อว่าหนังสือคือความคลาสสิก เครื่องสำอางคือความคลาสซี่ แต่ว่างเมื่อไรก็คือผู้หญิงสายกินดีๆ นี่เอง