สกู้ป

อะตอม X MAIYARAP เมื่อสายป็อปพบแร็ปเปอร์

Published 29 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Atom-MAIYARAP-scoops-Rabbit-Today-banner

"โปรดรักฉันรักฉันเถอะนะจะไม่ทำให้เธอเสียใจ รู้ฉันสู้เขาไม่ไหวเทียบกับใครที่เธอมี..." 

เนื้อร้องท่อนหนึ่งจากเพลง Please ที่เคยแจ้งเกิดให้ 'อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม' โด่งดังไปทั่วประเทศเมื่อหลายปีก่อน ทำให้หนุ่มคนนี้ถูกจดจำในฐานะเจ้าพ่อเพลงอกหักและศิลปินป็อป-อาร์แอนด์บีเสียงนุ่ม

ล่าสุดอะตอม-ชนกันต์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโชว์สกิลการแร็ปครั้งแรก ภายใต้โปรเจกต์เน็กซ์พลอเรอร์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ JOOX ที่จับศิลปินที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาทำผลงานเพลงร่วมกัน

ความน่าสนใจในครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนี่คือการคว้าตัวนักร้องชื่อดังของเมืองไทย ให้โคจรมาพบกับ 'MAIYARAP' (ไมยราพ) หรือ แชมป์-นครินทร์ จรูญวิทยา แร็ปเปอร์สายเลือดใหม่ไฟแรงที่แจ้งเกิดจากเวที Rap Is Now 

เมื่อศิลปินป็อปพบกับสายแร็ป…ความสร้างสรรค์จึงบังเกิด เพราะทั้ง 2 ศิลปิน เลือกที่จะนำความแตกต่างของ 2 แนวดนตรีมาปรับจูนเพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัว พร้อมเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ที่แสดงถึงชั้นเชิงทางดนตรีของพวกเขาไว้ในซิงเกิลใหม่ ‘Get You Out’ 

Rabbit Today ได้ร่วมพูดคุยกับอะตอม และไมยราพ ถึงความเป็นมาของโปรเจกต์นี้ รวมถึงเส้นทางการเติบโตของทั้งคู่ กว่าจะได้มายืนในตำแหน่งศิลปินที่มีแฟนเพลงทั้งประเทศรอติดตามผลงาน

Q: ก่อนอื่นอยากให้เล่าความเป็นมาของการโคจรมาพบกันในครั้งนี้หน่อย

อะตอม: ความจริงผมทราบว่าจะมีโปรเจกต์เน็กซ์พลอเรอร์ที่ชักชวนศิลปินหลายๆ คนมาคอลแลปกันสักพักแล้วครับ พอรู้ว่าผมได้เป็นส่วนหนึ่งและต้องหาศิลปินสักคนมาทำงานเพลงร่วมกัน คิดว่าไมยราพนี่แหละที่ผมอยากจะทำเพลงร่วมกัน เพราะจริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่ค่อนข้างอินในดนตรีแนวฮิปฮอปและดนตรีแบบโซลอยู่แล้วนะ มันค่อนข้างมีความคาบเกี่ยวกัน คือเราชอบที่จะฟังเพลงพวกนี้ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำเพลงแบบจริงๆ จังๆ สักที ซึ่งผมดีใจนะครับที่ได้มาร่วมงานกับน้องแชมป์ หรือไมยราพ เสียงร้องของเขาเป็นเอกลักษณ์ดี

Q: อะตอมและไมยราพเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า

อะตอม: เคยเจอกันครับ ส่วนใหญ่ถ้าไม่เจอกันในงานฮิปฮอป ก็จะเจอกันในสถานที่ยามค่ำคืน…เจอกันในที่ดีๆ (หัวเราะ)

ไมยราพ: ผมติดตามผลงานพี่เขาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ผมเคยคัฟเวอร์เพลง ‘Please’ ของพี่อะตอมด้วยครับ ได้ไป 4 แสนวิว ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกแล้วชอบมาก รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ติดหู (อะตอมแทรกขึ้นมาว่า “เพลงเขาดี”) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจคลิกเข้าไปฟัง แต่พอดี Youtube รันเพลงนี้ขึ้นมาพอดี (หัวเราะ) ฟัง 20 รอบ กว่าจะร้องได้ ถือว่าผมรู้จักพี่อะตอมครั้งแรกจากการฟังเพลงนี้ 

อะตอม: พี่ขอบใจน้องมากที่ติดตามผลงาน (ทำเสียงหล่อ) จะว่าไปแล้วเพลง Please เป็นเพลงแรกของผมที่คนเอาไปคัฟเวอร์เยอะมาก

Q: รู้มาว่าอะตอมเรียนจบนิติศาสตร์ เคยทำงานด้านกฎหมายด้วย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงเบนเข็มมาเป็นศิลปินได้ล่ะ

อะตอม: จริงๆ ยังไม่ได้เข้าไปนั่งทำงานในออฟฟิศไหนแบบเต็มตัวเลยครับ แค่เข้าไปช่วยงานคุณแม่ที่สำนักงานกฎหมายอยู่ช่วงหนึ่ง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่รู้สึกเบื่อมาก เพราะจิตใจเรามันเบนเข็มมาด้านการทำงานเพลงตั้งนานแล้ว เพียงไม่รู้ว่ามันจะไปได้สักแค่ไหน

เหตุผลที่เลือกเรียนนิติศาสตร์ เพราะผมเองก็อยากทำงานที่มั่นคงประมาณหนึ่ง บวกกับตอนนั้นตัวเองชอบเรียนกฎหมายด้วย ผมชอบวิธีการให้เหตุผลของมัน เห็นคุณพ่อคุณแม่เรียน เราเลยอยากเรียนบ้าง ต่อให้เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าบ้าง แต่ผมถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องผ่านไปให้ได้ ตั้งใจเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยหันมาทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ

Q: กว่าจะก้าวมาเป็นศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย ชีวิตคุณต้องฝ่าฟันมาก-น้อยแค่ไหน

อะตอม: ต้องใช้คำว่า ‘ฝ่าฟันในการรอ’ ครับ อย่างเพลง Please ผมแต่งตอนอายุ 19 ปี แต่กว่าจะได้ปล่อยเป็นซิงเกิลจริงๆ ก็ตอนอายุ 23 แล้วมั้ง รู้สึกว่า…โห! นานอ่ะ รอกัน 4 ปีกว่า คือตอนที่เราถูกปล่อยให้รอก็หงุดหงิดแหละ เพราะเพลงแต่งเสร็จแล้ว ทำไมเขาไม่หาใครมาทำต่อ ทำไมไม่ได้ออกซิงเกิลสักที ทำไมเก็บเราไว้นานตั้ง 3-4 ปี

โชคดีช่วงนั้นผมยังเรียนไม่จบ เลยต้องแบ่งเวลาให้การเรียนด้วย ทำให้ไม่ฟุ้งซ่านเรื่องนี้มากจนเกินไป แต่สุดท้ายพอเรียนจบ มีอยู่ปีหนึ่งที่ว่าง ไม่ได้ทำอะไรเลย เพลงก็ไม่ออกเป็นชิ้นเป็นอัน แต่สุดท้ายได้คำตอบว่า ที่เรารอมาทั้งหมดก็เพื่อให้เจอโปรดิวเซอร์ที่ใช่ ถ้าตอนนั้นเพลงถูกปล่อยออกไปก่อน อาจมีสิทธิ์แป๊กสูง เพราะประสบการณ์ผมยังไม่มี และยังไม่เจอคนที่เข้าใจขนาดที่จะดึงตัวตนเราออกมาได้ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเพลงถูกปล่อยออกมา มันคุ้มค่าแก่การรอคอยครับ

อะตอม X MAIYARAP เมื่อสายป็อปพบแร็ปเปอร์,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ขอถามไมยราพบ้าง ก่อนหน้านี้เคยเล่นลิเกด้วย แล้วหันมาร้องฮิปฮอปได้อย่างไร

ไมยราพ: พ่อผมมีคณะลิเกอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่เด็กๆ ผมคุ้นเคยกับเสียงดนตรีประกอบจังหวะต่างๆ บวกกับได้อิทธิพลจากการร้องลิเกของพ่อ ที่คำสัมผัสและจังหวะที่ลงตัว มันทำให้เราซึมซับแบบไม่รู้ตัว

ส่วนดนตรีแนวฮิปฮอปผมชอบมานานประมาณ 8-9 ปี แล้วละครับ แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมฟังซาวนด์แทรกประกอบหนังเรื่อง Fast and Furious แล้วรู้สึกว่าจังหวะเพลงมันสะใจดี หลังจากนั้นก็เริ่มหาเพลงแนวนี้ฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากฟังเพลงของดาจิมก่อน หลังจากนั้นไปฟังของไทเทเนียมและก้านคอคลับ

Q: ‘จากลิเกสู่แร็ปเปอร์’ เส้นทางค่อนข้างห่างไกลกันมาก เชื่อว่าระหว่างทางคุณต้องเจออุปสรรคแน่นอน

ไมยราพ: เจออุปสรรคตัวใหญ่มากครับ เจอพ่อผมนี่แหละ เพราะที่บ้านเป็นลิเก เขาอยากให้ผมรับช่วงต่อ ผมเรียนไป ทำงานเล่นลิเกไปด้วย สักปีหนึ่งเริ่มเรียนไม่ไหว พ่ออยากให้ผมออกมาเล่นลิเกเป็นอาชีพเลย แต่แม่บอกให้เรียนก่อนดีกว่า ผมเรียนจนจบ ม.3 แล้วเข้าเรียน ปวช. อีก 3 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มใช้ชีวิตแล้วครับ หันมาเต็มที่กับเพลงแนวฮิปฮอปและการเป็นแร็ปเปอร์ จุดเปลี่ยนที่ทำให้คนรู้จักจริงๆ คือการได้ไปแข่งขันในรายการ Rap Is Now ซีซั่น 2 แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์

Q: คุณทั้ง 2 คนดูเป็นศิลปินคนละขั้วกัน อะไรคือสิ่งที่เชื่อมโยงให้อะตอมและไมยราพจูนเข้าหากันได้

อะตอม: สำหรับผมอาจจะเป็นเรื่องความจริงของเนื้อเพลงครับ คือเท่าที่ทราบมาเราจะแต่งเพลงจากเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งศิลปินหลายคนอาจมีนักแต่งเพลงหลายท่านที่มีความสามารถ ช่วยเล่าเรื่องของคนอื่นได้อย่างน่าเชื่อถือ แต่สำหรับผมและไมยราพ เรารู้สึกว่าหากจะต้องเล่าเรื่องที่ไม่รู้จริงๆ อาจเล่าได้ไม่น่าเชื่อเท่าไร จึงเลือกใช้เรื่องของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งตัวน้องเองเป็นคนที่เขียนเพลงจากเรื่องราวส่วนตัวเหมือนกัน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเชื่อมโยงเข้าหากันได้

Q: ช่วงเวลาที่คุณรู้สึกว่าแรงบันดาลใจหมด มีวิธีหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาเขียนเพลงอย่างไรบ้าง

ไมยราพ: อาจต้องพัก หาอะไรใหม่ๆ ที่ไม่จำเจทำบ้าง เช่น ไปเที่ยวหรือฟังเพลงใหม่ๆ โดยเฉพาะศิลปินหรือนักดนตรี ผมว่าการได้ไปดูคอนเสิร์ตหรือโชว์เล่นสด ไม่ว่าจะของศิลปินไทยหรือเทศ ที่ไหนก็ได้ครับ จะงานเล็กหรืองานใหญ่ อย่างน้อยให้พาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศที่ทำให้เรามีไฟ มันช่วยส่งเสริมให้ได้ไอเดียใหม่ๆ และช่วยสร้างแรงบันดาลใจ โดยส่วนตัวผมชอบไปดูวงอินดี้หรือวงดนตรีกลางคืนที่เล่นกันตามผับ บางคนไม่ได้มีชื่อเสียง แต่เล่นดนตรีสดกันดีมากๆ

อะตอม: ยิ่งเดินทางยิ่งทัวร์เยอะ ช่วงหลังๆ ผมรู้สึกล้า พอมีเวลาว่างเราก็อยากจะนอนเยอะๆ วิธีการเติมไฟของผมอาจต้องพักครับ ผมคิดว่าอะไรที่มันตึงเกินไปก็ไม่ดี อาจจะมีช่วงที่ต้องหย่อนลงมาบ้าง ผมวางแผนว่าอาจต้องหนีไปเที่ยวในเร็วๆ นี้ (หัวเราะ)

อะตอม X MAIYARAP เมื่อสายป็อปพบแร็ปเปอร์,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: เมื่อคุณประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง พอจะปล่อยผลงานใหม่ออกมา รู้สึกกดดันบ้างไหม

ไมยราพ: สำหรับผมกดดันครับ (รีบตอบ) กลัวเลย คือเมื่อก่อนเราจะทำอะไรก็ได้ แต่พอเริ่มเป็นที่รู้จัก เริ่มมีคนมาคาดหวังกับผลงาน ผมยังไม่ค่อยชินกับจุดนั้น อาจมีเกร็งๆ บ้าง แต่สุดท้ายผมจะพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

Q: ในฐานะรุ่นพี่ในวงการเพลง อะตอมได้ให้คำแนะนำหรือให้กำลังใจอะไรไมยราพบ้าง

อะตอม: น้องโอเค…คคค (ลากเสียงยาว) เขาเก่ง ผมไม่ห่วงอะไรอยู่แล้ว ผมเองตอนที่เข้ามาทำงานตรงนี้ใหม่ๆ เริ่มมีคนรู้จักเยอะ เป็นธรรมดาที่จะมีคนคาดหวังมากขึ้น แต่สุดท้ายปรับตัวได้ เวลาทำเพลงผมจะตามใจคนฟังครึ่งหนึ่ง และตามใจเราอีกครึ่งหนึ่ง ทำให้มีความบาลานซ์กันครับ

Q: พูดถึงซิงเกิลใหม่สักหน่อย เพลง ‘Get You Out’ มีความท้าทายอะไรไหม

อะตอม: สำหรับซิงเกิลนี้เราได้คุณกวิน อินทวงษ์ มาเป็นโปรดิวเซอร์ เขาช่วยแบ่งปันไอเดีย ใส่ความโซล อาร์แอนด์บี และฮิปฮอปเข้าไปในเพลง ให้มีความสนุกมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นเพลงแรกที่ผมต้องร้องแร็ปด้วย ซึ่งเราอยากทำมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที

ในส่วนของเนื้อหาผมอยากเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่มีมิติมากขึ้น คู่รักบางคู่ภายนอกอาจจะดูแฮปปี้ แต่จริงๆ แล้วอาจมีใครสักคนที่อดทนอยู่ในความสัมพันธ์ก็ได้ อยากให้แฟนๆ ลองไปฟังกัน คือเราอยากเปิดโอกาสให้คนตีความกันเองมากกว่า

ไมยราพ: Get You Out นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่ ต้องตีความ ถือเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องถ่ายทอดออกไปถึงคนฟังให้ได้ ผมร่วมเขียนเพลงท่อนแร็ปด้วยตัวเอง พี่อะตอมมาช่วยดูให้ลงตัวมากขึ้น รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกันครับ

Q: สุดท้ายนี้การได้มาร่วมงานกันระหว่าง 2 แนวดนตรี ได้มอบอะไรให้คุณบ้าง

อะตอม: ผมมองว่านี่คือการรวมตัวกันที่น่าจะออกมาลงตัวนะ ผมได้ทำเพลงแนวที่อยากทำมานาน ได้ใส่ความปากร้ายในแบบของผม ผสมกับความปากร้ายในแบบของไมยราพ 

ไมยราพ: ดนตรีไร้พรมแดนครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นแนวไหน แต่สุดท้ายแล้วเราชอบและรักในดนตรีเหมือนกัน

เมื่อสายป็อปโคจรมาพบกับแร็ปเปอร์ หลายคนอาจมองว่านี่คือคู่เพลงคนละขั้วที่ไม่ลงตัวสักเท่าไร…ทว่ากลับกลายเป็นส่วนผสมสุดสร้างสรรค์ที่โชว์พลังและชั้นเชิงของคนดนตรีได้อย่างยอดเยี่ยมเลยเชียวละ


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...

BeWild-Liptint-Mascara-Rabbit-Today_11-12-2018
BeWild-Liptint-Mascara-Rabbit-Today_30-11-2018
AD-MotorShow2018-Rabbit-Today-Block-27Nov-26Dec2018
BeWild-Eyebrow-Ad-Block-Rabbit-Today
Chevron-AD-Block-16Nov-15Dec2018-Rabbit-Today