ข่าว

ไขปม…ทำไม ‘แม่นางเมิ่ง’ แห่งหัวเว่ยถูกจับ และสหรัฐฯ กัดจีนไม่ปล่อย?

Published 2 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

IPV9-news-beat-Rabbit-Today-banner

บางทีก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเหตุไฉนเรื่องราวระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ จีนจึงทวีปมขัดแย้งแบบไม่เว้นวัน?

สงครามการค้าที่สหรัฐฯ โจมตีจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าในหลายหมวดสินค้าจาก จาก 10% และเพิ่มเป็น 25%

ลากยาวมาจนถึงกรณี สหรัฐฯ ยืมมือแคนาดาจับตัว ‘แม่นางเมิ่ง’ หรือ ‘เมิ่ง หว่านโจว’ ผู้บริหารหัวเว่ยและลูกสาวของผู้ก่อตั้งจนจีนต้องจับอดีตทูตแคนาดาเป็นการตอบโต้

ทำไมแต่ละเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ทำกับจีน จึงเหมือนอาฆาตกันมาแต่ชาติปางไหน?

ภายใต้หลายๆ ประเด็นที่เกิดขึ้น มีข้อมูลหนึ่งถูกแชร์กันมาถึงปมเหตุเบื้องลึกของความขัดแย้งในครั้งนี้

จากคลิปวิดีโอหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘Internet Protocol Version 9 第一代互联网IPv9’ ในเนื้อหามีการพูดถึง เหตุผลในการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และความมั่นคงของชาติ ที่เชื่อมโยงไปสู่ความมั่งคั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สามารถกอบโกยได้จากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ในเนื้อหาของคลิป พยายามสื่อให้เห็นว่า “ทุกๆ วันที่มีการท่องอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์ม Line, WeChat, QQ, WhatsApp, การใช้งานวิดีโอสตรีมบนสมาร์ตโฟนและ SmartTV และ ฯลฯ รวมถึงการใช้สัญญาณ WiFi เราต้องใช้ Internet Protocol ของสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า ‘IPV4’ ซึ่งถือเป็นเซิร์ฟเวอร์หลักสำหรับ WWW หรือ Internet ทั่วโลก”

IPV4 คืออะไร?

เมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต คงจะเคยเห็นตัวเลขแปลกๆ เช่น 127.0.0.1 หรือ 192.168.1.1 หรือจำนวนอื่นๆ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้คือหมายเลข IP ประจำเครื่องครับ โดย IP ก็ย่อมาจากคำว่า Internet Protocol

หน้าที่ของเจ้าเลขพวกนี้ก็คือ เป็นหมายเลขที่ใช้ในระบบเครือข่าย เพื่อบ่งบอกชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เวลาเชื่อมต่อกับโลกของอินเตอร์เน็ต เปรียบง่ายๆ ก็คือ หากโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องมีเลขหมายหรือเบอร์โทรศัพท์ เจ้า IP ก็เป็นตัวบอกหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง

…เอาละ!! ข้ามเรื่องเทคนิคเกี่ยวกับ IPV4 ไปก่อน เพราะไฮไลต์จริงๆ มันอยู่ต่อจากนี้

เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลจีนได้ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯ ในการขอเช่าใช้ระบบอินเทอร์เน็ต IPV4 เป็นเวลา 20 ปี นับจากปี พ.ศ.2543 และจะสิ้นสุดสัญญาในปี พ.ศ. 2563 โดยทุกๆ ปีประเทศจีนและรวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต้องจ่ายค่าเช่าใช้อินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ IPV4 ให้แก่การผูกขาดของสหรัฐฯ

ทว่าค่าเช่ารายปีของ IPV4 ที่จีนต้องเปิดกับสหรัฐฯ นั้น เพิ่มขึ้นตามการปริมาณการใช้งานของคนในประเทศ ดังนี้

  • 500,000 ล้านบาท ในปี 2007
  • 1.8 ล้านล้านบาท ในปี 2017
  • และคาดว่าในตอนช่วงท้ายของสัญญาปี 2020 (2563) น่าจะทะลุเกิน 2 ล้านล้านบาท

ตรงนี้เป็นเพียงค่าเช่าจากจีนเจ้าเดียวเท่านั้น และถ้าลองคำนวณดูจากทุกประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ต้องรวมกันจ่ายค่าเช่าสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปยังสหรัฐฯ จะเป็นตัวเลขเท่าไร สหรัฐฯ จะไม่รวยอู้ฟู้ได้อย่างไร เมื่อมีการผูกขาดอย่างเป็นเอกภาพ

อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ว่ามา ไม่ได้ตกถึงสามัญชนชาวมะกันเลยแม้แต่น้อย หากแต่จะเป็นชนชั้นสูงของประเทศ เช่น ทรัมพ์, คลินตัน, บุช หรือ วอลสตรีทแคลน เช่น โกลด์แมนแซคส์ และกลุ่มขุมอำนาจโต้โผอาวุธสงคราม น้ำมันและพลังงาน เท่านั้นที่จะอิ่มหมีพีมันกับผลการผูกขาดอันนี้

ในปี 2014 จีนจึงได้วิจัยและพัฒนาเซิร์ฟเวอร์แม่ IPV9 สำเร็จ และมีคุณสมบัติที่จะมาทดแทน IPV4 แบบเดียวกับที่ 5G ถึงวาระที่ต้องเข้าแทนที่ 4G

จีนพยายามที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อแนะนำโปรโตคอล IPV9 ใหม่ของโลกนี้ เพื่อจะร่วมกันปล่อยเช่า เครือข่าย Internet เซิร์ฟเวอร์ใหม่ แต่สหรัฐฯ กลับปฏิเสธ และปรามาสว่า IPV9 ไม่มีทางผ่านการทดลองใช้งานจริง

ทว่าในปี 2015 ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของจีนได้เปิดตัวและโชว์ปฏิบัติการ IPV9 แก่สมาชิกองค์การสหประชาชาติ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญจีนสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพของ IPV9 เหนือชั้นกว่าทั้ง IPV4 และ IPV6 (สหรัฐฯ พัฒนาขึ้นมาทดแทน IPV4) ในทุกมิติ

เมื่อสิ้นเสียงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ก็ได้ลงมติให้ IPV9 เป็นเซิร์ฟเวอร์แม่ในการบริหารจัดการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเป็นเวลา 100 ปี ต่อจาก 2563 (2020) ซึ่งตอนนี้สถานีรับและส่งสัญญาณทั้งหมดในประเทศจีนได้รับการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ก่อนกำหนดการจริงประมาณ 2 ปี

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มี 25 ประเทศแล้วที่ลงนามในสัญญาเช่ากับจีน โดยในปี 2019 IPV9 จะเข้าสู่กระบวนการทดลองใช้ควบขนานไปกับ IPV4 และจะมีการเปิดตัว ‘Internet of Things’ IPV9 ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ของจีน

อินเทอร์เน็ต IPV9 จะนำรายได้มหาศาลมาสู่จีน โดยมีบริษัทหัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายหลักให้กับประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในโลกต่อไปอีกนับร้อยปี

เหตุผลนี้เองที่ทำให้สหรัฐฯ ยอมไม่ได้ เลยสั่งสอนด้วยการจับลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย เพื่อเป็นตัวประกันต่อรองไม่ให้จีนเดินหน้าขายเทคโนโลยีใหม่นี้ รวมทั้งบีบประเทศลูกไล่ทั้งหลาย เช่น อียู ญี่ปุ่น แคนาดาสั่งยกเลิกการสั่งซื้อและติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว

สรุปแล้ว ปมขัดแย้งแท้จริงที่เกิดขึ้นกับประเทศมหาอำนาจในโลก ล้วนมีหลังฉากที่ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึงจริงๆ…



Advertising