ข่าว

‘รีวิว’ ทารก ไม่เคยพบไม่เคยเจอ นี่หรือ ‘สังคมไทย 2019’

Published 11 ก.ย. 2019

By เอกชยา

ค้าขายเด็กทารก

ทำใจร่มๆ แล้วตั้งใจอ่านข้อความต่อไปนี้ :-

#เคสโอนจอง เริ่มอุปการะมาได้ 2 เดือน คลอดแล้วจ้า…เมื่อวาน เพศหญิง พรุ่งนี้ก็จะได้รับน้องไปเลี้ยงแล้วค่ะ ยินดีด้วยจ้า

เคสต่อไปกำลังตามมาติดๆ ต้นเดือนนี้จ้า รอดู ‘รีวิว’ กันนะคะ

เป็นใครก็ต้องคิดว่านี่เป็นประกาศขายน้องหมาน้องแมว เพราะเห็นกันอยู่บ่อย แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นโพสประกาศขายเด็กทารกแรกเกิดซะงั้น…

อ่ะ…อนุญาตให้หายใจเข้าลึกๆ ก่อนก่นด่าโทษ…‘สังคมไทย’ ว่าเราเดินมาถึงจุดจุดนี้กันได้อย่างไร ความตระหนักรู้ดี-ชั่ว ศีลธรรม ภาวะบีบรัดทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ หรือความยากจนข้นแค้น อะไรเล่าที่เป็นเหตุปัจจัยให้แม่ถึงกับต้องประกาศ ‘ขายลูกกิน’ ผ่านเฟซบุ๊ก

โดยไม่คาดคิดมาก่อนหน้า คำว่า ‘รีวิว’ ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ชอบใช้ จะฟังแล้วชวนเจ็บปวดถึงเพียงนี้

เปิดตำราขายของออนไลน์ ก็ว่า…‘รีวิว’ นี่ละคือ พระเจ้า

นั่นเพราะรีวิวการใช้งานจากผู้ใช้จริงเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลมากในยุคนี้ ธุรกิจระดับโลกอย่าง Airbnb หรือ Marketplace ใหญ่ๆ อย่าง Amazon Lazada Shopee ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี การเปิดระบบที่ให้ลูกค้าหรือผู้ใช้งานจริงมารีวิวหลังจากที่ได้ใช้งานไปแล้ว ทำให้ธุรกิจระดับโลกเหล่านี้ติดปีกขยายใหญ่โตได้อย่างมหาศาล

แม้แต่เราเองถ้าคิดอยากทำธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กก็สามารถรีวิวได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าลูกค้าซื้อสินค้าเราไปแล้ว ก็ควรติดต่อกลับไปสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเขารีวิวให้เราได้จะยิ่งดี  เพราะการทำแบบนี้มีผลดีต่อการสร้าง Royalty ให้ร้านค้าของเรา แถมยังแสดงว่า เราใส่ใจลูกค้า เพราะมนุษย์ทุกคนชอบให้คนเห็นความสำคัญ 

แต่กับการ ‘รีวิว’ เด็กทารกครั้งนี้เล่า?

กลายเป็นข่าวสะเทือนสังคมอย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ดอกจิก V.10 ออกมาแฉเพจ ‘รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม’ ที่มีการโพสต์ภาพทารกแรกเกิด เพื่อประกาศหาผู้อุปการะ โดยบอกสามารถโอนจองก่อนได้ แถมรีวิวรายละเอียดเด็ก เหมือนการขายสินค้าออนไลน์ทั่วไป มีบางเคสเด็กยังอยู่ในครรภ์ก็ประกาศหาคนอุปการะแล้ว มีทั้งเพศหญิงและชาย ระบุพิกัดที่เด็กอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประหนึ่งซื้อขายผักปลา หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าการกระทำนี้เข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่

โพสต์ภาพทารกแรกเกิด เพื่อประกาศหาผู้อุปการะ

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ระบุว่า “ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ”

และในมาตรา 26 ยังห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการกระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ห้ามโฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว 

เพราะฉะนั้นการโพสในลักษณะ ‘รีวิว’ เด็ก จะเพื่อขายหรือหาผู้อุปการะย่อมมีความผิดตามกฎหมาย โดยไม่ต้องร้องถามว่านี่เป็นการ ‘ค้ามนุษย์’ หรือไม่

Rabbit Today เชื่อว่าแม่ทุกคนล้วนมีเหตุผล ไม่ว่าคุณจะประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ เลี้ยงดูลูกไม่ไหว หรือท้องในวัยเรียน ท้องไม่พร้อม หากคุณตั้งสติและไม่คิดจะทำแท้ง นั่นนับเป็นบุญของเด็กอย่างที่สุด ทว่าหลังจากนั้น…ทางออกของปัญหาดังกล่าวคืออะไร 

เมื่อรู้ว่าท้อง สิ่งแรกที่ต้องทำคงหนีไม่พ้นการตรวจครรภ์และฝากครรภ์ ณ จุดๆ นี้ สุขภาพและความปลอดภัยของทั้งแม่ลูกสำคัญที่สุด คุณหมอจะมีการตรวจสุขภาพ โรคทางพันธุกรรม และอายุครรภ์ของคุณแม่ เมื่อตรวจและได้ผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว คงต้องตัดสินใจแล้วละว่า คุณจะเลี้ยงลูกเอง สร้างครอบครัวกับแฟนหนุ่ม หรือถ้าไม่มีความพร้อมใดๆ เลย สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ บอกผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายให้รับทราบ หรือลองโทรไปปรึกษาที่ ‘สายด่วนท้องไม่พร้อม’ เบอร์ 1663 หรือ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี (บ้านพักฉุกเฉิน) 0-2929-2222 ซึ่งจะได้รับคำแนะนำเบื้องต้นว่าคุณแม่ต้องทำอย่างไรต่อไป 

อีกหนึ่งทางออกคือบ้านพักฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด 

บางคนโชคดีสามารถหาครอบครัวอุปถัมภ์ได้ด้วยตัวเอง แต่หากไม่สามารถ ควรพึ่งพาหน่วยงานอย่างศูนย์บุตรบุญธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสหทัยมูลนิธิ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อช่วยตามหาครอบครัวที่อยากมีลูกแต่มีไม่ได้ด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม ให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลกได้ไปอยู่กับครอบครัวที่พร้อมจะรักและดูแลไปตลอด 

สรุปคือสติสำคัญสุด ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการหาตัวช่วย ซึ่งสังคมและทุกคนรอบข้างพร้อมช่วยคุณเสมอ…ขออนุญาตจบการ ‘รีวิว’ แต่เพียงเท่านี้

สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก 4 ประการ

  1. สิทธิที่จะมีชีวิตรอด ได้รับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน มีสันติภาพ และความปลอดภัย
  2. สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา มีครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับการศึกษาที่ดี และภาวะโภชนาการที่เหมาะสม
  3. สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง ให้รอดพ้นจากการทำร้าย การล่วงละเมิด การละเลย การนำไปขาย การใช้แรงงานเด็ก และการแสวงประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบอื่นๆ
  4. สิทธิที่ในการมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น แสดงออก การมีผู้รับฟัง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบกับตนเอง

อ้างอิง: สสส. กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)

ขอบคุณภาพ: เฟซบุ๊ก ดอกจิก V.10



Advertising