ข่าว

รอเวลากลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ แต่ ‘มาเรียม’ ไม่มีโอกาสนั้น!

Published 12 ก.ย. 2019

By ธีรภัทร์ เตชะเอื้อย

ช้างน้อยชบาแก้ว รอเวลากลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ แต่ ‘มาเรียม’ ไม่มีโอกาสนั้น!

กาลครั้งหนึ่ง…เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีลูกช้างป่าหลงโขลงตัวหนึ่งตกลงไปติดอยู่ในท่อเกรอะของชาวบ้าน มันได้รับบาดเจ็บ ต่อมาได้รับการรักษาจนอาการแข็งแรงดีขึ้น และมีชื่อเสียงเรียงนามเป็นของตัวเองว่า ‘ชบาแก้ว’ 

เจ้าช้างพัง ‘ชบาแก้ว’

เจ้าช้างพัง ‘ชบาแก้ว’ เฝ้ารอให้แม่ช้างมารับกลับเข้าโขลง แต่เวลาผ่านไปกว่า 5 เดือน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าแม่ของมันจะกลับมารับ ทีมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี จึงต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้แก่เจ้าช้างน้อยไปพลางๆ

สำหรับการรักษาในระยะแรกจำเป็นต้องดูแลอาการ ‘ชบาแก้ว’ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสายสะดือของมันยังไม่แห้งดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้โดยง่าย อีกทั้งการกินนมผงไม่อาจทำให้ลูกช้างแข็งแรงเหมือนกับกินนมแม่ช้าง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจส่งตัวเจ้าช้างน้อย ‘ชบาแก้ว’ ไปที่โครงการคชอาณาจักร องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ป่าภูดิน ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยมีแม่ช้างพังพลอย อายุ 30 ปี เป็นช้างแม่เลี้ยงให้

เจ้าช้างพัง ‘ชบาแก้ว’

หลังจากได้กินนมแม่เลี้ยงพังพลอย ‘ชบาแก้ว’ ก็มีสุขภาพดีขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จะคอยคั้นน้ำนมจากแม่ช้างพังพลอยใส่ขวดนมให้เจ้า ‘ชบาแก้ว’ กิน อีกทั้งยังฝึกให้ ‘ชบาแก้ว’ ดูดนมเองจากเต้าของแม่พังพลอย ด้วยความสนิทสนมระหว่างเจ้าหน้าที่กับ ‘ชบาแก้ว’ ในระหว่างฝึกเพื่อที่จะปล่อยมันกลับสู่ครอบครัวที่แท้จริง การพาไปเดินป่า วิ่งเล่น ข้ามสิ่งกีดขวาง ฯลฯ จึงเป็นคอร์สติวเข้มที่ดูแล้วชวนอมยิ้ม 

ภาพเหล่านี้ทำให้เราอดนึกถึงเจ้าพะยูนน้อย ‘มาเรียม’ ที่จากพวกเราชาวไทยไปแล้วแบบไม่มีวันหวนกลับ

พะยูนน้อย ‘มาเรียม’

การอภิบาล ‘มาเรียม’ และ ‘ชบาแก้ว’ แม้นจะมีความแตกต่างระหว่างสัตว์ 2 สายพันธุ์ (ช้างกับพะยูน) แต่ก็ยังมีความเหมือน ด้วยความเป็นเด็กที่ซุกซนไม่แพ้มนุษย์ อีกทั้งยังพลัดพรากจากแม่เหมือนกันอีกต่างหาก ทำให้พวกมันต้องการความรัก และความอบอุ่นเป็นพิเศษ แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้า ที่ ‘มาเรียม’ เป็นสัตว์น้ำ จึงต้องอาศัยอยู่ในน้ำ ที่บางครั้งการดูแลจากเจ้าหน้าที่อาจไม่ทั่วถึง ทำให้มันเผลอไผลไปกินขยะพลาสติกในทะเลที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย แต่สำหรับ ‘ชบาแก้ว’ มันโชคดีกว่ามาก ที่ไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง สำหรับ ‘ชบาแก้ว’ แล้ว แน่นอนว่ามันยังมีหวังให้แม่ช้างป่ากลับมารับเข้าสู่อ้อมอก แต่สำหรับ ‘มาเรียม’ คงไม่มีโอกาสนั้นแล้วละ ป่านนี้มันคงไปเป็นนางฟ้าอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

ขยะพลาสติกในท้องพะยูนน้อย ‘มาเรียม’

สิ่งที่สะท้อนภาพกลับมายังผู้ที่มีสติปัญญารอบรู้อย่างมนุษย์จากกรณีของสัตว์น้อย 2 ชีวิตนี้ ก็คือสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคืออาหาร สิ่งไหนคือขยะที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เมื่อมนุษย์ทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ช้างจึงต้องออกจากป่าเพื่อหาอาหาร (เป็นเหตุให้พลัดหลงกับลูกน้อย ‘ชบาแก้ว’) อีกทั้ง ‘มาเรียม’ ก็ไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือหญ้าทะเล สิ่งไหนคือขยะพลาสติก จึงกินเข้าไป 

แล้วมนุษย์ที่แยกแยะได้ล่ะ? เมื่อไหร่เราจะเห็นความสำคัญต่อระบบนิเวศที่สำคัญต่อสรรพสิ่งบนโลกนี้เสียที 

ขยะในทะเล

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทิ้งขยะให้ลงถัง เพียงเท่านี้ก็ถือว่าช่วย (รักษา) โลกได้มากเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นเราอาจฆ่าอีกาที่จิกกินขยะพลาสติกอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนที่เป็นข่าวก็เป็นได้ การจากไปของพะยูนน้อย ‘มาเรียม’ อาจไม่สูญเปล่า เพราะเชื่อว่าหลายคนเริ่มฉุกคิด และหันมาให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรบนโลกอย่างรอบครอบ กับช่วยกันรักษาระบบนิเวศมากขึ้น 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…(ช่วยเติมบทเรียนจากนิทานเรื่องนี้ให้ทีครับ)



Advertising