ข่าว

เผยโฉมหน้าญาติของเรา เมื่อ 3.8 ล้านปีที่แล้ว เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา!

Published 3 ก.ย. 2019

By Rabbit Today

เผยโฉมหน้าญาติของเรา เมื่อ 3.8 ล้านปีที่แล้ว เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา!

ใครที่เคยดูหนังเรื่อง Lucy (2014) คงลุ้นระทึกและอึ้งกับเนื้อเรื่องที่ผูกโยงไปสู่การกำเนิดโลกและเอกภพ ผ่านการใช้สมองศักยภาพเต็ม 100% ของ ‘ลูซี่’ (แสดงโดย สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน) ที่เป็นมนุษย์ในปัจจุบันอย่างเราๆ ท่านๆ ซึ่งเรียกว่า โฮโม เซเปียนส์ แล้วย้อนกาลเวลาไปพบเจอบรรพบุรุษของมนุษยชาติชื่อว่า ‘ลูซี่’ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม ออสตราโลพิเธคัส อะฟาเรนซิส เป็น ‘ป้าลูซี่’ ที่หลายคนคุ้นหู 

จากหนังลูซี่,Rabbit Today

นักมานุษยวิทยาเชื่อว่า แม้องศาของกระดูกต้นขาและกระดูกสันหลังของลูซี่ จะไม่ได้ทำมุมเหมือนมนุษย์ปัจจุบันก็ตาม แต่นับเป็นหนึ่งตัวต่อจิ๊กซอว์ที่สำคัญ ทำให้เราเห็นเบาะแสเกี่ยวกับลักษณะและวิถีชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณที่เริ่มเดินด้วย 2 เท้าเมื่อหลายล้านปีที่แล้วอย่างชัดเจนมากขึ้น ตามการไล่เรียงความเก่าแก่สู่ปัจจุบันคร่าวๆ คือ ออสตราโลพิเธคัส > โฮโม อิเรกตัส > โฮโม เซเปียนส์ นีเอนเดอทัล > โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ 

ซากฟอสซิลของ ลูซี่ ค้นพบโดย โดนัลด์ โจแฮนสัน และ ทอม เกรย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1974 (พ.ศ.2517) ณ แหล่งโบราณคดีฮาดาร์ ประเทศเอธิโอเปีย ขณะขับรถแลนด์โรเวอร์สำรวจภาคสนาม สายตาของ โดนัลด์ โจแฮนสัน ก็เหลือบไปเห็นกระดูกแขนท่อนใน (Ulna) ซึ่งดูปราดเดียวก็รู้ว่าจัดอยู่ในกลุ่ม โฮมินินส์ ซึ่งต่างจากลักษณะกระดูกของลิงไม่มีหาง (Ape) 

และหลังจากค้นพบกระดูกชิ้นอื่นเพิ่มเติมมากมาย จึงระบุได้ว่ามีลักษณะเข้าช่ายกลุ่ม ออสตราโลพิเธคัส อะฟาเรนซิส การค้นพบในครั้งนั้นเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก เช่นเดียวกับที่มาของชื่อ ‘ลูซี่’ ที่หยิบชื่อผลงานเพลง Lucy in the Sky With Diamonds ของวง The Beatles ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในขณะนั้น มาใช้เรียกขานให้เป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้ 

แต่ล่าสุด ที่มีการค้นพบซากฟอสซิลกะโหลกเพศชาย ในภูมิภาคอะฟาร์ (Afar) ประเทศเอธิโอเปียเมื่อที 2016 นั้น ได้เผยโฉมหน้าหลังการจำลองกล้ามเนื้อบนใบหน้าขึ้นมาโดย จอห์น โกช ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างใบหน้าจากกะโหลกมนุษย์โบราณ 

ออสตราโลพิเธคัส อะนาเมนซิส MRD,Rabbit Today

ซากฟอสซิลนี้มีลักษณะเข้าข่ายกลุ่ม ออสตราโลพิเธคัส อะนาเมนซิส ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษโดยตรงของ ‘ลูซี่’ กำหนดอายุได้ประมาณ 3.8 ล้านปี ซึ่งทีมงานตั้งชื่อว่า MRD (ตามการลงรหัสการเก็บซากฟอสซิล MRD-VP-1/1) ทำให้เราเห็นภาพย้อนไปถึงช่วงเวลาที่บรรพบุรุษของเราผละจากต้นไม้เพื่อเดินบนสองขา (อนุมานจากกระดูกนิ้วโป้งเท้าที่ไม่ได้มีลักษณะยืดห่างออกมาจากนิ้วที่เหลือทั้ง 4 เพื่อใช้จับยึดกิ่งไม้เหมือนลิง) แต่ก็ยังมีใบหน้าที่ยื่นออกมาคล้ายลิงไม่มีหาง (Ape) มีขากรรไกรอันทรงพลัง และมีสมองขนาดเล็ก ถือเป็นสมาชิกที่เก่าแก่ที่สุดของกลุ่ม ออสตราโลพิเธคัส เลยทีเดียว 

ศาสตราจารย์ เฟรด สพัวร์ จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา กรุงลอนดอน กล่าวว่า “หัวกะโหลกที่ไร้ขากรรไกรนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โด่งดังของวิวัฒนาการมนุษย์” เลยทีเดียว

และเมื่อพิจารณาจากกะโหลกของ MRD แสดงให้เห็นว่า มีสมองขนาดเล็ก ความจุสมองคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของขนาดมนุษย์สมัยใหม่ (ซึ่งมนุษย์ปัจจุบันมีความจุอยู่ประมาณ 1,350-1,500 ซีซี) ดูแตกต่างจากลิงไม่มีหางไปแล้วบางส่วน มีขนาดเล็กกว่าที่เคยเห็นในซากดึกดำบรรพ์ก่อนหน้านี้ และเห็นแนวโน้มของการกำลังพัฒนาขากรรไกรและโหนกแก้มที่โดดเด่น ที่เห็นในลูซี่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าช่วยในการบดเคี้ยวอาหารเหนียวและแข็งในฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หากินพืชต่างๆ ได้ยาก 

ออสตราโลพิเธคัส อะนาเมนซิส MRD,Rabbit Today

การกำหนดอายุของกะโหลกศีรษะยังเผยให้เห็นว่า ออสตราโลพิเธคัส อะนาเมนซิส และเผ่าพันธุ์ลูซี่ที่สืบเชื้อสายมาร่วมกันนั้น เคยอยู่ร่วมในช่วงเวลาเดียวกันอย่างน้อย 100,000 ปี ทำให้การค้นพบนี้ท้าทายแนวคิดที่กล่าวว่า หนึ่งสายพันธุ์หายไปและถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์ใหม่เป็นอย่างมาก พวกเขาจึงอาจเคยเจอะเจอหน้ากัน ร้องคำรามใส่กันเพื่อหาอาหาร และครอบครองดินแดน ฯลฯ 

Yohannes Haile-Selassie จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แห่งคลีฟแลนด์ และมหาวิทยาลัย Case Western Reserve ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยกล่าวว่า "MRD ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของมนุษย์ในสมัยไพลโอซีน” เมื่อประมาณ 5-2.5 ล้านปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม ย้อนมาดูมนุษย์อย่างเราๆ ในปัจจุบันกันบ้าง ในทุกวันนี้ยังคงมีวิวัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว มีคนตั้งข้อสังเกตว่า มนุษย์ฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองในสงครามมาโดยตลอด ตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน ตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแม้ว่าจะมีผู้กล่าวว่าตอนนี้มนุษย์มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุด เมื่อเทียบกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ก็ตาม แต่เราก็ยังโจมตีซึ่งกันและกันด้วยความโหดร้ายและไร้สติอย่างเหลือเชื่อ 

เราเป็นสิ่งมีชีวิตอันตราย ที่ทำลายล้างโลกทั้งใบของเราด้วยอาวุธที่น่ากลัว เช่น อุปกรณ์นิวเคลียร์ การดัดแปลงพันธุกรรม เราเป็นอันตรายต่อทั้งเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง และเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน เราบุกรุกทำลายป่า แนวปะการัง ปนเปื้อนสารเคมีในแหล่งน้ำใต้ดิน และทำให้โลกร้อนขึ้น 

และเมื่อโลกร้อนขึ้น อัตราการเจริญพันธุ์ของสัตว์ที่อันตรายอันดับ 2 ของโลกก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ตามรายงานจากองค์การอนามัยโลกแจ้งว่า กว่าครึ่งหนึ่งของมนุษยชาตินั้นมีความเสี่ยงต่ออันตรายของเจ้าสัตว์ชนิดนี้ แต่มีตัวเลขคร่าวๆ ที่มนุษย์เสียชีวิตจากมันในแต่ละปีคือราวๆ 725,000 คน สัตว์ชนิดนี้ได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับมนุษยชาติมากขึ้น ในระยะเวลายาวนานขึ้น และในพื้นที่ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น เดาออกกันหรือยังว่าสัตว์ชนิดนั้นคืออะไร...คำตอบคือ ‘ยุง’ นั่นเอง! 

(เคยสังเกตกันไหมว่า เดี๋ยวนี้ยุงบินเก่งขึ้น สูงขึ้น คนอยู่คอนโดฯ ชั้นสูงๆ ที่เคยเปิดประตูหลังห้องรับลมสบายๆ โดยไม่ต้องกลัวยุง แต่เดี๋ยวนี้พวกมันเริ่มปรับตัวให้อยู่รอดได้ดีกว่าเดิม และมาพร้อมกับเชื้อที่แข็งแกร่งและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจึงต้องไม่ประมาท)

เรื่องเหล่านี้ ทั้งปู่ MRD และคุณป้า ลูซี่ อาจจะคาดไม่ถึงว่า แม้ลูกหลานอยู่สุขสบายมากขึ้น มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่บนโลกได้นานกว่าเก่า แต่การพยายามตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติ กำลังทำให้อนาคตของมนุษย์ สัตว์ โลกทั้งใบสั่นสะเทือน 

ซึ่งก็หวังว่าเผ่าพันธุ์ โฮโม เซเปียนส์ ของเรา คงจะไม่สูญพันธุ์ซ้ำรอย เหมือนกับคุณปู่ MRD และคุณป้า ลูซี่ เมื่อประมาณเกือบ 4 ล้านปีที่แล้วมานะ 

ที่มา : สถาบันกำเนิดมนุษยชาติ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซน่า, The Guardian.com, iho.asu.edu 

ภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แห่งคลีฟแลนด์ 



Advertising