สุขภาพและกีฬา

‘10 ก.ย. วันป้องกันฆ่าตัวตายโลก’ เรียนรู้สู้อัตวินิบาตกรรม!

Published 9 ก.ย. 2019

By สันทัด โพธิสา

‘10 ก.ย. วันป้องกันฆ่าตัวตายโลก’ เรียนรู้สู้อัตวินิบาตกรรม!

สถิติที่น่าเศร้าและน่าวิตกไม่น้อย ระบุว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยกระทำอัตวินิบาตกรรม หรือการฆ่าตัวตาย ไปกว่า 40,000 ราย เฉลี่ยตัวเลขการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 345 รายต่อเดือน โดยในปี 2561 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ จำนวน 4,137 คน เป็นเพศชาย 3,327 คน คิดเป็นร้อยละ 80 และเพศหญิง 810 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 4 เท่า จากตัวสถิติเหล่านี้ บอกกับเราว่า ‘การฆ่าตัวตาย’ ไม่ใช่เรื่องเล็ก และขึ้นชื่อว่าความสูญเสีย ไม่ส่งผลดีต่อใครแน่นอน ในวาระที่วันนี้เป็น ‘วันป้องกันฆ่าตัวตายโลก’ เรามาเติมความรู้ ความเข้าใจ และมองหาวิธี ‘หยุดยั้ง’ การสูญเสีย เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก และอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวคุณอยู่ก็เป็นได้ 

สุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญ: มีรายงานเผยว่า สาเหตุของการฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาด้านความสัมพันธ์ อาทิ ความน้อยใจ ถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด พบร้อยละ 48.7 ความรัก หึงหวง ร้อยละ 22.9 ต้องการคนใส่ใจดูแล ร้อยละ 8.36 ส่วนปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด พบว่า มีปัญหาการดื่มสุรา ร้อยละ 19.6 มีอาการมึนเมาระหว่างทำร้ายตนเอง ร้อยละ 6 และปัญหาด้านการเจ็บป่วยทางจิต อาทิ ภาวะโรคจิต ร้อยละ 7.45 โรคซึมเศร้า ร้อยละ 6.54 และมีประวัติการทำร้ายตนเองซ้ำ ร้อยละ 12 แต่เหตุผลที่สำคัญอีกประการในยุคนี้คือ ความเครียด ปัจจุบันผู้คนมีความเครียดสะสม ทั้งที่โดยรู้ตัว และไม่รู้ตัว เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นชนวนชั้นดีให้เกิดพฤติกรรมฆ่าตัวตายทั้งสิ้น

ป้องกันการฆ่าตัวตาย

เราช่วยเหลือคนคิดฆ่าตัวตายได้ด้วยการ ‘ฟัง’: ว่ากันว่า คนที่ส่งสัญญาณเตือนเรื่องการฆ่าตัวตาย นั่นหมายถึง เขากำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่บางครั้งผู้คนรอบข้างไม่กล้าไถ่ถาม เพราะคิดว่าจะเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดการฆ่าตัวตายยิ่งขึ้น ซึ่งในความจริง การได้พูดคุยกัน โดยเฉพาะการเป็นผู้ ‘รับฟัง’ ถือเป็นการช่วยเยียวยาผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายได้ดีมากๆ  มีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเคยกล่าวว่า ‘การฟัง’ เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการฆ่าตัวตาย ผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย เขาต้องการคนฟังที่เข้าใจเขา ไม่ใช่คนฟังที่จะสั่งสอน และคนฟังเองก็ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีความรู้ ไม่ได้ร่ำเรียนมา จะช่วยเหลืออย่างไร ของเพียงฟัง พยักหน้ารับรู้ และสบตาเขา เพียงเท่านี้ก็ช่วยเยียวยาได้อย่างเหลือเชื่อ!

ป้องกันการฆ่าตัวตาย

สื่อโซเชี่ยลออนไลน์ อีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญ: โลกวันนี้ถูกเชื่อมต่อด้วยสังคมออนไลน์ การฆ่าตัวตายถูกแพร่กระจายด้วยการไลฟ์สด เรื่องราวเหล่านี้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการหากพบเห็นข้อความที่เสี่ยงต่อการคิดฆ่าตัวตาย หรือการเผยแพร่วิดีโอสดการฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เฟซบุ๊กแนะนำให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ 

  • กดรายงานโพสต์ โดยเลือก ‘แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโพสต์นี้’ และกดเมนู ‘การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง’ ที่เฟซบุ๊กติดตั้งเอาไว้ 
  • เฟซบุ๊กจะมีทางเลือกอันดับแรกให้ติดต่อผู้ใช้โดยตรง โดยมีคำแนะนำเกี่ยวกับประโยคที่ควรพูด และสิ่งที่ควรทำเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังคิดฆ่าตัวตาย
  • เมื่อมีการรายงานการเผยแพร่วิดีโอสดการฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เฟซบุ๊กจะเพิ่มระดับความสำคัญของเรื่องทันที และเรื่องจะถูกส่งต่อไปยังทีมที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ป้องกันการฆ่าตัวตาย

ยังมีช่องทางการป้องกันและช่วยเหลือผู้ที่คิดฆ่าตัวตายอีกมากมาย: ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันชื่อ ‘สบายใจ’ (SabaiJai) พัฒนาโดยภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ภายในมีชุดความรู้เบื้องต้นต่อสภาวะการคิดฆ่าตัวตาย และวิธีช่วยปรับความคิด เติมพลังจิตใจ นอกจากนี้ถ้าต้องการใครสักคนที่จะมาช่วย ‘รับฟังคุณ’ สามารถโทรไปที่สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรการกุศลเพื่อปรึกษาทางโทรศัพท์ 0-2713-6793 เวลา 12.00-22.00 น. หรือส่งข้อความไปที่เฟซบุ๊กสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย หรือสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ทุกที่เหล่านี้พร้อมช่วยเหลือและรับฟัง เปลี่ยนการสูญเสียให้เป็นชีวิตที่สร้างสรรค์ เพราะชีวิตยังมีทางออกเสมอ...

ขอบคุณข้อมูล: กรมสุขภาพจิต, บีบีซี ไทย



Advertising