สุขภาพและกีฬา

เป็นโรคกลัวสังคมจริงหรือ

Published 28 ก.พ. 2019

By หมอเอิ้น พิยะดา

Social-Phobia-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

อย่างที่ทุกคนเริ่มทราบกันแล้วว่า จิตแพทย์คือหมอที่ดูแลคนที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม

ระยะหลังมาเมื่อมีการให้ความรู้มากขึ้น หมอสังเกตได้ชัดเจนว่าคนเริ่มใส่ใจเรื่องจิตใจของตัวเองและมาขอพบจิตแพทย์ได้ง่ายขึ้นเมื่อเกิดคำถามกับตัวเอง เช่นเมื่อวันก่อนหมอได้รับเคสซึ่งเข้ามาปรึกษาเรื่องคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นโรคกลัวสังคม (Social Phobia)

คำถามคือ “อะไรที่ทำให้คิดว่าตัวเองเป็นโรคกลัวสังคม?”

“ผมไม่กล้าสบตาคน เวลาพูดกับใครก็ต้องก้มหน้า ไม่กล้าออกงานสังคมคนเดียวต้องหาคนไปเป็นเพื่อน อ่านเจอในอินเทอร์เน็ตแล้วคล้ายกับโรคกลัวสังคมเลยมาพบหมอครับ”

หมอฟังแล้วก็แอบชื่นชมในใจนะคะที่รู้สึกว่าอยากปรับตัวเองให้ดีขึ้น

เพื่อให้มีความชัดเจน หมอจึงต้องถามเจาะลงในรายละเอียดคะว่า อาการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร? อะไรคือจุดที่ตัดสินใจมาพบหมอ? เพราะอะไรไม่กล้าไปงานสังคมคนเดียว มีความคิดอะไรเกิดขึ้น? แล้วเป็นกับใครที่ไหนบ้าง?

“ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีความกลัวไม่กล้าสบตาคนอื่นตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่น แต่ถ้าเริ่มคุ้นเคยหรือสนิทกันจะไม่เป็น ผมจึงเลือกเรียนและทำงานเป็นช่างซ่อมรถในอู่เพื่อไม่ต้องอยู่กับคนมาก แต่ตอนนี้ผมมีความคิดอยากเปิดอู่เป็นของตัวเอง จำเป็นต้องคุยกับลูกค้าแต่ถ้าผมยังไม่กล้ามองหน้า เลยคิดว่าต่อไปมันน่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ เวลาออกสังคมที่ต้องมีคนไปด้วย เพราะผมกลัวว่าถ้าตัวเองพูดไม่ถูกหรือตื่นเต้น คนที่ไปด้วยจะได้ช่วยสื่อสารให้”

ในกรณีแบบนี้มีปัญหาใหญ่อยู่สองอย่างคือ ความมั่นใจในตัวเอง (Self Esteem) และเป็นโรคกลัวสังคม (Social Phobia) จริง! แต่ความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเป็นทุนที่ทำให้ความรู้สึกกลัวเพิ่มมากขึ้น

เมื่อไรก็ตามที่ความกลัวนั้นเริ่มมีมาก (ขนาดเลือกเรียนช่างเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอคน) ความกลัวเริ่มเป็นข้อจำกัดและอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน (ออกสังคมคนเดียวไม่ได้ ไม่กล้าคุยกับลูกค้าทั้งที่เป็นเจ้าของอู่) รู้ว่าความกลัวทั้งหมดนี้ช่างไม่สมเหตุสมผล และเป็นมามากกว่า 6 เดือน (คนนี้เป็นมาเกือบสิบปี) ดังนั้น ผู้ชายคนนี้เข้าข่ายโรคกลัวสังคมค่ะ

โรคกลัวสังคมเราจะพบได้ ร้อยละ 2-3 โดยเพศชายพบมากกว่าเพศหญิงและมักเริ่มเป็นในช่วงวัยรุ่น

การรักษา เราไม่มียาที่รักษาเรื่องนี้โดยตรง ถ้าจำเป็นส่วนมากจะเป็นการให้เพื่อประคับประคองเช่น ถ้าตื่นเต้นมาก หรือคิดกังวลกับความกลัวมาก การรักษาหลักจะเป็นการฝึกเรื่องความมั่นใจในตัวเองและการเผชิญกับสิ่งที่กลัว

4 ขั้นตอนในการกำจัดความกลัวคือ

  1. เขียนสิ่งที่กลัวออกมาให้ชัด
  2. เขียนสิ่งที่เราพอจะจัดการได้
  3. คิดถึงและยอมรับสิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้น
  4. ลงมือทำสิ่งที่ควรทำ และเผชิญสิ่งที่กลัว

“ทุกคนมีความกลัว แต่เราจะดูแลความกลัวอย่างไรไม่ให้ขัดขวางความสุขและความสำเร็จ ในชีวิตกลัวได้ ก็ไม่กลัวได้เช่นกัน”

Page FB ดีต่อใจ โดย หมอเอิ้น พิยะดา : ดีต่อใจ โดย หมอเอิ้น พิยะดา

Youtube : หมอเอิ้น พิยะดา Unlocking Happiness

IG : earnpiyada

Website :www.earnpiyada.com


AUTHOR :

หมอเอิ้น พิยะดา
หมอเอิ้น พิยะดา
จิตแพทย์ นักแต่งเพลง ผู้บริหารโรงแรมเลยพาวิลเลี่ยนและเเพลินคอฟฟี่โรสเตอร์ เธอทำทุกงานด้วยความตั้งใจและหัวใจเสมอ เพราะเอิ้นเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการสร้างความสุข ติดตามเรื่องราวดีต่อใจจากหมอเอิ้นได้ที่ Rabbit Today ทุกวันศุกร์

Advertising