สุขภาพ

ปวิณ ภิรมย์ภักดี "เสือเจ็บไม่ร้อง"

Published 22 พ.ย. 2018

By นันทขว้าง สิรสุนทร

pwin-bhirombhakdi-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

เจ้านายใจดี ...ผู้ชายอารมณ์ดี... คนบ้าบอลกวนตีน... ประธานสโมสรที่จริงใจ ไม่ตอแหล

สุดแล้วแต่ใครจะเรียกเขา ในหลายความหมาย

แต่ meaning อย่างหนึ่งที่แข็งแรงคือ เขาจะกลับมา พร้อมกับบีจีใน 2 ปีข้างหน้า

นี่คือบทสนทนาส่วนหนึ่งที่เคยคุยกับเขา

1. ตอนเด็กๆ เข้ามาสนใจฟุตบอล

ตอนอายุ 8 ขวบไปเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้อินกับฟุตบอล เพราะอายุ 8 ขวบจะไม่ไห้ดูทีวี ผมจำได้ว่าหลักๆของเขาเลย main sport ของเขาคือ ฟุตบอลกับคริกเก็ต แต่มันจะมีเป็นช่วงเวลา แบบมีกีฬารองๆมาแทรก เช่น autumn ก็จะมีสควอช winter ก็มีบาสเกตบอล พอ summer ก็มีเทนนิส ผมเล่นหมดเลยกีฬาที่เล่ามา แต่ไม่ทุกอย่างที่เล่นในทีมแข่ง ด้วยเวลาด้วยอะไรไม่ได้ 

2. ถ้าเป็นเด็กไปแล้วดันเล่นกีฬาไม่เป็นเลยล่ะ

คือระบบเขาดีมาก มันจะเป็นแบบนี้ ต่อให้คุณเล่นกีฬาไม่เป็นเลยเขาจะทีมให้ เขาจะมี first team second team รองๆลงไป ถ้าคุณไม่มีพื้นเลย คุณก็ไปเลือกโน่นเลย sixth team แต่ไม่ว่าอย่างไร คุณต้องออกกำลังกายนะ มันยังมีเรื่องของ music อีกนะ แต่คุณต้องแบ่งเวลาเอาเองนะ

3. แล้วอะไรคือ turning point ที่มารักฟุตบอล บ้าลิเวอร์พูล

ผมจำอันนี้ได้แม่นเลยว่า ตอนอายุ 8 ขวบที่ไปอยู่ที่นั่น ราวๆ สัก 6 เดือน ผมป่วย ไม่สบายหน้กเลย ทางโรงเรียนก็เลยแยกห้องรักษาให้อยู่ มันก็ไม่มีอะไรทำ วันๆนอน อ่านหนังสือ ดูทีวี ทีนี้มันมีรายการหนึ่ง เที่ยงวันอาทิตย์ชื่อ Match of the Day และบังเอิญมันเป็นนัดลิเวอร์พูล-แมนยู โกล์ของลิเวอร์พูลคือ บรู๊ซ กรอบเบลาร์ และที่ผมจำได้คือ ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยิงตรงไม่ตรงประตู มันจะกระโดดตลอด และเขาชอบป้องกันจับบอลมือเดียว และชอบเตะบอลด้วยท่าเตะแบบรักบี้(ทำท่าประกอบ) เลยหลงรักมัน พอรักมันก็รักลิเวอร์พูล และพอผมเล่นบอล ผมก็เล่นโกล์ เลียนแบบมันทุกอย่าง …แต่ในตอนนั้น เราก็ไม่ได้สามารถจะดูทีวีได้นะ ผมตามฟุตบอลต่อด้วยหนังสือพิมพ์

4. พอโตขึ้นมา คนแบบคุณที่ดูกวนๆ เลือกเรียนอะไรเป็นหลัก

เออ ผมเรียนเยอะมากนะ เรียนอันนั้นไม่ใช่ อันนี้ไม่ไหว แต่วันหนึ่งไปเรียน sport management เรื่องกฏหมาย เอเจนท์ การดูแลนักกีฬา มันบิ้วคนให้เข้าไปดูแลนักกีฬาในหลายๆด้าน เขามีการบอกเลยนะว่าเวลาเซ็นกัน จะมีอะไรบ้าง เช่นถ้า John Elway ขว้างได้เท่านี้ จะได้เท่าไหร่ ขว้างระยะเท่านั้นได้เท่าไหร่ อย่างบ้านเราถ้าทางนี้ ก็มาเป็นพวกวิทยาศาสตร์การกีฬา ผมจำได้ว่าตอนไปเรียนอันนี้ ไม่ยอมปรึกษาที่บ้านเลย พอเรียนไปปีหนึ่ง พ่อรู้ เขาก็ถามสิว่า จะมาทำอะไรกินในเมืองไทยวะ เพราะตอนนั้นมันยังไม่มี เลยไปเรียนสาย management เบ็ดเสร็จกว่าจะจบ เรียนอันนั้นอันนี้รวมไป 6 ปี

5. มีแง่ร้ายมั้ย ถ้าจะมอง

ก็ ถ้ามองในแง่ดี ต้องบอกว่าแน่น ความรู้แน่น(หัวเราะชอบใจ)

6. ทำไม sport management ของเขาเน้นการดูแลนักกีฬา งานกฏหมาย

เพราะในตอนนั้นมันไม่มีใครในด้านนี้ไง มันขาดคนทางนี้ ถามว่าทำไม ? เพราะนักกีฬาบางทีอายุน้อย 20 เศษๆ ทำอะไรยังไม่เป็น เงินเข้ามาเป็นแสนๆ ล้านๆ เด็กธรรมดาแบงค์พันบาทก็ตื่นเต้นแล้ว นี่จับเงินเป็นล้าน แล้วนักกีฬาคือเด็ก มันก็เกเรบ้าง กินดื่มเที่ยว งานเอเยนซีคือพ่อ พี่เลี้ยง บางวันไปที่บ้านดู มันกินอะไรวะ เงินเข้ามา ผู้หญิงเข้ามา มันอาจไม่ได้รับมือตรงนี้

7. พอเรียนจบ… ความรู้แน่นมาก 6 ปี ชีวิตตอนนั้นคิดมั้ยว่า จะมาเป็นผู้บริหารสโมสรฟุตบอลแบบวันนี้

เอาจริงๆ ก็คิด เพราะมันอยู่ในใจมานานแล้ว แต่ว่า มันไม่ได้คิดใหญ่แบบนี้ ที่คิดไว้มันไซส์เล็กกว่านี้ ผมว่ามันปรกตินะ พอเป็นนักกีฬาก็อยากเป็นโค้ช พอเป็นโค้ชก็อยากเป็นผู้จัดการทีม พอเป็นผู้จัดการทีม ก็อยากเป็นเจ้าของทีม …มันเป็นสเต็ปๆ มา

เขาไม่ได้บอกสเต็ปต่อไป

แต่บอกได้ว่า จังหวะการเต้น จะยังเคลื่อนไหวอยู่.. 


AUTHOR :

นันทขว้าง สิรสุนทร
นันทขว้าง สิรสุนทร
‘เกี๊ยง-นันทขว้าง สิรสุนทร’ เป็นทั้งนักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดังของเมืองไทย นอกจากทุกคนรู้จักเขาในฐานะกูรูวงการลูกหนัง Rabbit Today ยังเลิฟในมุมมองคนเมืองของเกี๊ยงด้วย

Ads-Dutchmill-Booster-Rabbit-Today-Block-26Nov-25Dec2018

Advertising