สุขภาพและกีฬา

10 ข้อรู้ไว้ซะ...หากคุณตกหลุมรัก ‘หมอฉุกเฉิน’

Published 6 ก.ย. 2019

By Rabbit Today

10 ข้อรู้ไว้ซะ...หากคุณตกหลุมรัก ‘หมอฉุกเฉิน’

หากคุณมีแฟนเป็นหมอฉุกเฉินและไม่สามารถวาร์ปมาหาเราได้เหมือนหมอเป้ง แล้วทานตะวัน (สายมโน) อย่างเราจะทำอย่างไรล่ะ กินอะไร อยู่ยังไง ไลน์ไปก็ไม่ตอบ อุตส่าห์บอกตัวเองว่าต้องเข้าใจ และเข้าใจ นั่นคือเรื่องใหญ่ แต่เรื่องทั้งหมดมันจะดูเล็กน้อยในทันทีหากคุณได้รู้จักการทำงานจริงของหมอฉุกเฉินกันสักนิดว่า เสี้ยวชีวิตของคนคนหนึ่งมาอยู่ในมือแฟนเราแล้วนะ

  1. แพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Physician) เรียนแพทย์ 6 ปี (ปริญญาบัตรแพทยศาสตรบัณฑิต) ต่อเฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินอีก 3 ปี ได้วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
  2. ต้องเสียสละอย่างมาก และต้องทำงานกันเป็นทีม ทั้งสหวิชาชีพอื่นๆ พยาบาลกู้ภัย อาสากู้ภัย สพฉ. เป็นอาชีพที่ช่วยคน และเป็นสาขาที่ต้องรักษาชีวิตคนให้ได้ก่อน
  3. หน่วยแพทย์ฉุกเฉินเปรียบเสมือนด่านหน้าของโรงพยาบาล เหมือนห้องไอซียูเคลื่อนที่ ไปช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือ/ และไปตั้งรอรับผู้ป่วยหน้าโรงพยาบาล
  4. รถพยาบาลพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉินจะวิ่งตรงไปยังที่เกิดเหตุทันที ภายในรถจะมีแพทย์ประจำรถและแพทย์ในห้องฉุกเฉินซึ่งคอยมอนิเตอร์ดูอาการของผู้ป่วยระหว่างทาง ว่าต้องช่วยชีวิตอย่างไรบ้าง
  5. ทีมแพทย์ต้องตั้งสติเพราะมีการประสานงานกัน จากห้องฉุกเฉินจากโรงพยาบาลว่าต้องให้ยาอะไร มีการเตรียมห้อง เตรียมทีมพยายาล ประสานงานหาหมอเฉพาะทาง (เช่น หมอโรคหัวใจ หมอผ่าตัด เป็นต้น) แผนกเอกซเรย์ เมื่อคนไข้มาถึงทุกคนจากทีมต่างๆ จะรุมล้อมช่วยกันทำงานได้ทันที
  6. ต้องมีหัวใจที่เด็ดเดี่ยวในการคัดกรองผู้ป่วย เช่น อยู่โรงพยาบาล แพทย์จะดูคนไข้ที่อาการหนักใกล้เสียชีวิตให้ดีที่สุดก่อน แต่ในสถานการณ์เกิดภัยพิบัติแพทย์จำเป็นต้องเลือกคนที่มีโอกาสรอดมากที่สุด (เช่น ในเรื่องคู่กรรม โกโบริไล่หมอโยชิไปช่วยคนเจ็บที่มีโอกาสรอดมากกว่าเขา)
  7. หน่วยแพทย์ฉุกเฉินมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยปิด ถึงแม้จะมีภัยพิบัติ ต่างกับร้านสะดวกซื้อ (ที่ปิดตอนรัฐประหารได้) ตรงที่ห้องฉุกเฉินพร้อมช่วยให้คนไข้ปลอดภัยจากสิ่งที่มีอันตรายกับชีวิต ไม่ได้มีความพร้อมด้านอำนวยสะดวกสบายแก่ชีวิต
  8. ทีมแพทย์ใช้โทรศัพท์มือถือในห้องฉุกเฉินได้ ไม่ใช่ตอบไลน์แฟน แต่ส่วนมากใช้เพื่อส่งรูปฟิล์มเอกซเรย์/ กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ/ หรือปรึกษาเคสกับแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
  9. ไม่ใช่แฟนหมอก็ต้องเข้าใจหมอ เช่น หมอห้องฉุกเฉินบอกโรคหนึ่ง แต่พอรักษาตัวในโรงพยาบาล หมออีกคนมาตรวจอาจบอกอีกโรคหนึ่ง ซึ่งมาจากอาการและผลเลือดเป็น Dynamic เปลี่ยนแปลงได้ตลอด จำไว้ว่าหมอฉุกเฉินมีหน้าที่คัดกรองในเบื้องต้นให้รอดชีวิต
  10. หมอฉุกเฉินก็ป่วยเป็น ด้วยชั่วโมงทำงานที่มากขนาดนี้ ทำให้แพทย์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพตัวเองเท่าที่ควร กินไม่ตรงเวลา พักผ่อนน้อย เวลาว่างก็มักนอนหรือหาของอร่อยๆ กิน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และการทำงานเกินกำลังก็ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อตัวผู้ป่วยและตัวแพทย์เอง

ขอบคุณข้อมูลจาก www.facebook.com/docfriend, www.thairath.co.th และ www.matichon.co.th

ความแตกต่างระหว่าง ER และ ICU

  • ER (Emergency room) ห้องฉุกเฉิน แรกรับตรวจโรคปัจจุบันทันด่วน หรือโรคที่มีอาการฉุกเฉิน เช่น หมดสติ ตกเลือดรุนแรง ได้รับบาดเจ็บหรือประสบอุบัติเหตุ
  • ICU (Intensive care unit) หน่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยขั้นวิกฤต หน่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยอาการหนัก (ห้องนี้ผู้ป่วยอาจจะผ่านห้องฉุกเฉินมาแล้ว)


Advertising