Health & Sport

สลายไขมันด้วยความเย็น COOLSCULPTING

Published 13 ก.ย. 2018

By นพ.รัฐภรณ์ อึ้งภากรณ์

COOLSCULPTING-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ปัญหาไขมันส่วนเกินเป็นปัญหาที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างกังวลใจไม่แพ้กัน เพราะหากสะสมมากๆ ก็จะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลากหลายประการ

อย่างเช่น รับประทานหนัก รับประทานเยอะเกินความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบรับประทานฟาสต์ฟู้ด อาหารปิ้งย่าง อาหารมัน อาหารทอด อาหารรสหวาน มัน เค็ม เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดการสะสมของไขมันทั้งสิ้น ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญไม่ดีพอ และยังขาดการเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย มีความเครียด ก็ยิ่งไปกันใหญ่

โดยผู้ชายไขมันส่วนเกินมักจะไปสะสมอยู่ตามช่องท้อง ทำให้อ้วนลงพุงง่าย ส่วนผู้หญิงมักจะไปสะสมอยู่ตามสะโพกหรือต้นขา บางคนมองเห็นเป็นผิวเปลือกส้มหรือผิวที่มีเซลลูไลต์อย่างชัดเจน ดูเผละ ไม่สวยงาม จนเกิดความไม่มั่นใจในรูปร่าง

ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้เหมาะสม และหันมาออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างดีและเป็นวิธีธรรมชาติที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพบว่ามีไขมันส่วนเกินบางจุด อาทิ ไขมันบริเวณเอว ท้องแขน หน้าท้องส่วนบน ท้องน้อย ใต้หน้าอก ด้านข้างลำตัว ต้นขาด้านใน ก้อนเนื้อใต้แนวบรา เป็นต้น ต่อให้ออกกำลังกายมากแค่ไหนก็ไม่สามารถสลายไขมันออกไปได้หมดสิ้น ล่าสุดจึงมีการนำเอานวัตกรรมความเย็นที่เรียกว่า CoolSculpting มาใช้เป็นตัวช่วยในการจำกัดไขมันส่วนเกินนี้ครับ

นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากความช่างสังเกตของนายแพทย์ Dieter Manstein และนายแพทย์ R.Rox Anderson แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเห็นว่าเด็กๆ ที่ชอบรับประทานไอศกรีมแท่งมักเกิดรอยบุ๋มของชั้นไขมันที่แก้มแบบลักยิ้ม เนื่องจากเซลล์ไขมันจะไวและถูกทำลายในอุณหภูมิที่เย็นหรือร้อนจัด

จึงมีการศึกษาและทดสอบเอาความเย็นมาใช้ในการสลายไขมันส่วนเกิน ปรากฏว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จนพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นนวัตกรรมในรูปแบบที่ส่งความเย็นระดับจุดเยือกแข็ง -11 ถึง -13 องศาเซลเซียส ลงไปใต้ชั้นผิวหนังของเราเข้าสู่ชั้นไขมัน ผ่านเครื่องมือที่มีหัวดูด แล้วหัวดูดนี้จะทำการดูดทั้งผิวหนังและไขมันสะสมใต้ผิวหนัง จากนั้นปล่อยความเย็นเพื่อไปทำลายเซลล์ไขมันให้ตายลง ทำให้ไขมันส่วนเกินที่สลายยากๆ ลดหรือหายไปได้   

ทั้งนี้ขั้นตอนของการสลายไขมันด้วย CoolSculpting เริ่มจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่ประเมินไขมันบริเวณที่จะติดตั้งเครื่องมือให้แนบสนิทไปกับผิวหนังด้วยระบบสุญญากาศ ระยะเวลาทำงานประมาณ 35 นาทีต่อ 1 จุด โดยช่วง 5 นาทีแรกที่ตัวเครื่องแนบกับผิว คนไข้หรือผู้ที่มารับบริการจะรู้สึกได้ถึงแรงดูดและความเย็นเล็กน้อย

จากนั้นคอมพิวเตอร์ในเครื่องจะปรับอุณหภูมิในระดับติดลบ ซึ่งมีผลต่อการไหลเวียนของโลหิตที่มีต่อเซลล์ไขมัน เมื่อถูกคลื่นความเย็นจัดก็จะแข็งและถูกทำลาย รอให้ร่างกายจำกัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วนี้ออกไปทางระบบน้ำเหลือง ทำให้ลดไขมันส่วนเกินลงได้ประมาณ 20-30% ต่อการทำแต่ละครั้ง

ระหว่างการทำ CoolSculpting สามารถอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือฟังเพลงได้ เพราะไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ต้องดมยาหรือฉีดยาชา จึงไม่เจ็บ ไม่เกิดรอยแผล และไม่เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนังส่วนอื่นๆ ไม่ต้องพักฟื้นหลังจากทำเสร็จแล้ว จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาลดไขมันส่วนเกินในจุดที่ยากๆ ครับ

อย่างไรก็ตาม แม้นวัตกรรมสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting จะทรงประสิทธิภาพมากแค่ไหน แต่ถ้าหากอยากจะคงรูปร่างที่ได้สัดส่วน หุ่นที่ฟิตและเฟิร์ม ก็ต้องรู้จักรับประทานอย่างถูกต้องเหมาะสม ควบคู่กับการออกกำลังกาย ไม่เช่นนั้นไขมันส่วนเกินที่กังวลนักหนาก็จะกลับมาอีกอยู่ดี... 

ขอบคุณ: สถาบัน APEX MEDICAL CENTER


AUTHOR :

นพ.รัฐภรณ์ อึ้งภากรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม ปัจจุบันนอกจากความใส่ใจในผิวพรรณและความงามแล้ว เรื่องของการดูแลสุขภาพเพื่อชะลอวัยยังเป็นอีกกระแสความนิยมที่ทำให้เกิดสถาบันความงามและสุขภาพอย่างครบวงจรขึ้นหลายแห่ง

Burger-King-Block-300x250
SPaw mooncake w300xh250 pixels01
TAT-Block-Sep-Oct2018
AIA_300x250
SCB_300x250

Advertising