ท่องเที่ยว

ชวนไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ เมืองทองฯ ทดสอบ…คุณเป็น ‘หนอนหนังสือ’ ตัวจริงป่ะ?

Published 9 ต.ค. 2019

By สุชา

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2019

ยังจำตัวเองครั้งแรกกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติได้แม่น…แม้ชื่องานจะเปลี่ยนไปเป็น มหกรรมหนังสือแห่งชาติ มหกรรมหนังสือระดับชาติ มีกำหนดจัดช่วงปลายปี หรือต้นปี ผมขอเหมารวมเรียกงานสัปดาห์หนังสือทั้งหมดครับ

แม่พาผมกับพี่สาวไปที่คุรุสภา ตอนนั้นยังเด็กมาก รูปแบบการจัดงานสัปดาห์หนังสือก็ไม่เหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่ละบูธสำนักพิมพ์อยู่รายรอบเต้นต์ด้านข้างอาคารไล่เรื่อยไปถึงหน้าถนน เป็นแถวแนวยาวสุดลูกหูลูกตา ไม่ติดแอร์ฯ จึงออกแรงเดินเหนื่อย แต่ลองถ้าคุณกระหายโหยที่จะเสพกินตัวหนังสือ สองเท้าก็ต้องพาเราบุกไปได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้ป่าสวนอักษร 

ได้หนังสือน่าอ่านกลับมาหลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือ ‘ตุ๊กตุ๊กแสนวิเศษ’ ผมชอบแย่งกับพี่สาวเปิดอ่านหนังสือกันสนุก ได้ดูภาพสวยๆ กับจดจำภาพและเรื่องราวได้จนวันนี้ แม้หนังสือเล่มนั้น ‘ตุ๊กตุ๊กแสนวิเศษ’ จะอันตรธานหายไปจากชั้นวางที่บ้านไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ

ปลายปีก่อนเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวันย้ายบ้าน ผมเผลอไผลวางกล่องหนังสือสะสม 2 ลังใหญ่ๆ ไว้ในอ่างอาบน้ำ ด้วยความสะเพร่าหรือดวงชะตาขาด (หมายถึงดวงชะตาของหนังสือที่สะสมขาดนะครับ) ช่างประปาทำการทดสอบระบบ ก๊อกน้ำในอ่างไม่ได้ปิด เปิดประตูเข้าไปจึงพบภาพหนังสือทั้งสองลังที่ขวนขวายซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือเมื่อหลายปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่ยังอ่านไม่จบสักกะเล่ม ลงไปนอนแช่อ่างสบายใจเฉิบ

มุ่งมั่นตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะไม่ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ อีกต่อไป ถ้ายังไม่ละทิ้งนิสัยเห็นเป็นซื้อ ทว่าขาดวินัยและความมุ่งมั่นในการอ่านหนังสือทุกเล่มที่มีให้จบก่อน กระทั่งปีนี้…งานสัปดาห์หนังสือย้ายไปจัดที่เมืองทองธานี เนื่องจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ปิดปรับปรุงเป็นระยะเวลา 3 ปี

ครั้นจะไม่ไปเยี่ยมเยือนบ้านใหม่ (ชั่วคราว) ของงานสัปดาห์หนังสือก็คงกระไร เมืองทองฯ อยู่ใกล้บ้านผม ย่านมืองนนท์ ปากเกร็ด แค่นี้เอง…

ไปเมืองทองฯ ง่ายนิดเดียว จริงอ่ะ?

ด้วยความที่เมืองทองฯ อยู่ใกล้บ้านตามที่บอก ผมจึงแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แค่ตัดสินใจว่าจะไปเดินงานสัปดาห์หนังสือในวันธรรมดา หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดีกว่ากัน

เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เส้นถนนวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ มีฝนเทลงมาหนักพอสมควร แต่ก็พอจะขับเคลื่อนรถส่วนตัวไปได้เรื่อยๆ ที่สำคัญใต้ถุนอาคารชาเลนเจอร์ 2 ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานยังพอมีที่จอดรถแบบเหลือๆ ไม่ต้องตีตั๋วขับไปจอดยังอาคารจอดรถด้านข้าง หรือลานจอดด้านหลังอาคารอิมแพคซึ่งวันนั้นมีงานจัดแสดงสินค้าตามปกติ (ศุกร์ที่ผ่านมามีงานแฟร์สัตว์เลี้ยง ตั้งใจว่าหากมีเวลาเหลือจะไปเดินช้อปฯ ของให้น้องแมวที่บ้านสักกะหน่อย และเหมือนสัปดาห์วัีนหยุดที่กำลังจะถึงนี้มีงานเวดดิ้งแฟร์)

ที่ตัดสินใจไปงานสัปดาห์หนังสือวันธรรมดา เพราะอยากเจอเพื่อนฝูงคนทำหนังสือแบบมีเวลาได้พูดคุยกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นมิตรรัก ส่วนใหญ่แล้วเคยเป็นคนทำสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งนิตยสาร พ็อกเก็ตบุ๊ก เป็นนักเขียน และนักอ่านตัวยง แต่ถ้าเลือกไปวันเสาร์-อาทิตย์ คนน่าจะเยอะ จนแออัด ทุกคนวุ่นจนไม่มีเวลาให้กัน ที่สำคัญคือมีปัญหาเรื่องที่จอดรถอย่างแน่นอน เพราะเมืองทองฯ เป็นศูนย์การประชุมที่ไม่มีรถไฟฟ้าไปถึง อย่างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่มีรถไฟฟ้า MRT จึงไปง่ายกว่ามาก แม้หลายคนจะบ่นเรื่องปัญหาที่จอดรถ กระทั่งถึงวันสุดท้ายที่ปิดปรับปรุง ศูนย์การประชุมฯ สิริกิติ์ ก็ไม่เคยแก้ไขปัญหาเรื่องที่จอดรถได้

‘ไปเมืองทองฯ ง่ายนิดเดียว’ จดจำประโยคนี้ จนเกิดเป็นอุปาทานสะกดจิตตัวเองจากคอนเท้นต์ออนไลน์ของหลายสำนักที่พร้อมใจช่วยเขียนเชียร์ให้ทุกคนไปงานสัปดาห์หนังสือที่เมืองทองฯ ส่วนใหญ่บอกเนื้อความคล้ายกันว่า การเดินทางไปเมืองทองฯ ไม่ยาก มีทั้งรถเมล์ รถตู้ ลงทางด่วนถึงเลย ฯลฯ เลือกขับรถเข้าด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ได้หมด เรียกว่าถนนทุกเส้นพร้อมมุ่งหน้าตรงเข้าสู่เมืองทองฯ ได้ทั้งหมด… 

แต่ที่เป็นตลกร้ายเสียยิ่งกว่าร้าย คือหลังวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของคันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง นักเขียนสำนักพิมพ์ SALMON โพสต์จิกกัดงานสัปดาห์หนังสือ เมืองทองฯ ดังใจความว่า

“หลังจากเมื่อวานฝ่าชีวิตออกมาจากเมืองทองฯ ได้ ก็อยากเรียกพวกทำคอนเทนต์ ‘ไปงานหนังสือเมืองทองฯ ง่ายนิดเดียว’ มาตบทีละคน”

อย่างน้อยๆ อาจารย์คันฉัตรก็ช่วยมายืนยันการตัดสินใจถูกต้องของผมว่า ‘เรา’ ควรไปงานสัปดาห์หนังสือวันธรรมดา…ดีที่สุด! 

‘เมืองทองฯ’ เดินยังไง…ก็เดินไม่ถึง

ขออนุญาตหยิบยืมเสียงบ่นของพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา รุ่นพี่นักเขียนนักคิดที่รักกันมานานนม ตั้งแต่สมัยเริ่มแรกการทำงานที่บริษัทอมรินทร์พรินติ้งฯ แกระบายบอกถึงเมืองทองฯ เมื่อล่าสุด ไว้แบบนี้ครับ…

(จำเป็นต้อง) ไปเมืองทองธานี แล้วเลยนึกอะไรขึ้นมาบางอย่าง

แอบคิดว่า คุณสมบัติสำคัญมากๆ ของการเป็นศูนย์การประชุมคือต้องไม่สมาทานตัวเองอยู่ 'แค่' กับ 'วัฒนธรรมรถยนต์' พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้ารักจะเป็นศูนย์การประชุม หรือรักจะอยู่ในอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) อย่าคิดพล่อยๆ แค่ว่ามีที่จอดรถยนต์ก็พอแล้ว นั่นเป็นวิธีคิดที่โดยส่วนตัวคิดว่าแย่มาก

ศูนย์การประชุมต่างๆ เป็นอาคารสเกลใหญ่กว่าตึกธรรมดาทั่วไปมาก จึงเป็น Mega-Scale 

เมกะ-สเกล เหล่านี้ เกิดขึ้นเพื่อรองรับอะไร, คำตอบก็คือเพื่อรองรับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ แล้วที่สำคัญมากๆ ก็คือมนุษย์นั้นจะสัญจรอยู่ในความมหึมาของอาคารเหล่านี้ได้ ก็ด้วยการ 'เดิน' ทั้งนั้น

ดังนั้น ศูนย์การประชุมที่มีคุณสมบัติดีๆ ทั้งหลายในโลก จึงต้องเกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการเดินทางในระดับขนส่งมวลชน คือไม่ว่าจะไปไหน ต้องมี 'ระยะเดิน' เฉลี่ย ที่คนในเมืองนั้นๆ รับได้

นั่นแหละ จึงทำให้ศูนย์การประชุมต่างๆ ใหญ่ๆ ในโลก ต้องมีระบบขนส่งมวลชนที่พาคนเข้ามายังศูนย์มหึมาได้โดยอยู่ในระยะเดิน 

แต่ที่เมืองทองธานี ไม่มีอะไรอย่างนั้นเลย แรกสุดคือ ไม่มีระบบขนส่งมวลชนใดๆ วิธีมาที่สะดวกที่สุดคือการขับรถขึ้นทางด่วน (โดยจ่ายค่าทางด่วนตอนลงตรงด่าน 35 บาท ถึงจะสะดวกสุดจริงๆ คือต้องซื้อความสะดวกด้วยเงิน) แต่ต่อให้ขับรถมา สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่ก็ต้อง 'เดิน' ในระยะที่ไกลเกินกว่าระยะเดินที่รับได้อยู่ดี เพราะความแออัดของที่จอด ทำให้คนจำนวนมากต้องไปจอดรถไกลมาก แล้วก็เดิน 'ไกลมาก' เพื่อมายังตัวอาคาร 

รำลึกชาติได้ว่า ตอนสร้างเมืองทองธานีใหม่ๆ คนตื่นเต้นกันมาก เพราะเป็นโครงการตามแนวคิดสร้าง 'เมืองใหม่' ขึ้นมาทั้งเมือง ซึ่งจริงๆ เป็นไอเดียที่ดี เมืองที่ว่านี้จะมีทั้งที่อยู่อาศัย อาคารพานิชย์ มหาวิทยาลัย และที่พักผ่อนหย่อนใจต่างๆ แต่มาเจอเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540 ตึกหลายตึกก็เลยร้างไป

เมืองทองธานีนั้น ตอนแรกจะให้เป็นเมืองบริวารของกรุงเทพฯ ที่คนอาศัยอยู่ในนั้นได้โดยไม่ต้องออกไปไหน มีคนราวๆ หมื่นสองหมื่นคน มีทุกอย่างครบ ตั้งแต่ร้านรวง ที่พัก มหาวิทยาลัย ไปจนถึงสวนสาธารณะและทะเลสาบ (จำได้ว่าเรียกว่าทะเลสาบเจนีวา) 

แต่ที่จริงแล้ว การสร้างเมืองเป็นกลุ่มแบบนี้ (โดยเฉพาะเป็นเมืองบริวาร) ต้องมีการเชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆ โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนด้วย เพื่อไม่ให้กลายเป็นการ 'ขัง' คนเอาไว้ในกลุ่มจนออกไปไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช้รถยนต์ ทว่าเมืองทองธานีไม่ได้ทำอย่างนั้นมาตั้งแต่ต้น

ยิ่งมามีความพยายามดึงคนจากภายนอกเข้ามาด้วยศูนย์การประชุม (ที่ขาดระบบขนส่งมวลชน) ภาพที่เกิดก็ยิ่งพิลึก เพราะมันทำให้มีคนจำนวนมากทะลักเข้ามา ทั้งที่จริงๆ แล้วควรจะสงบเงียบ - พี่หนุ่ม โตมร แกร่ายยาว

เอาเป็นว่าผมและคุณคงต้องยอมรับความจริงแล้วละว่า การเดินทางไป-กลับเมืองทองธานี สถานที่จัดงานสัปดาห์หนังสือปีนี้…นั้นไม่ง่าย หนอนหนังสือ (ยัง) ไหวป่ะ?

หนอนหนังสือยังไหวจร้า…

หลังจากจอดรถด้านล่างอาคารชาเลนเจอร์ ผมเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 ดิ่งตรงเข้างานสัปดาห์หนังสือทันที…ภาพที่เห็นคือฮอลล์ใหญ่อย่างอาคารชาเลนเจอร์ 2 เปิดเต็มทุกอณูพื้นที่สำหรับบูธของแต่ละสำนักพิมพ์ ดูคึกคัก

ว่าแต่จะเริ่มต้นเดินยังไงดี? ตัดสินใจเลี้ยวซ้าย (ผ่านตลอด) อยากไปเยี่ยมชมให้ถึงบูธสำนักพิมพ์ Salt คาดว่าที่นั่นต้องเจอเพื่อนฝูงคนรักกันอย่างแน่นอน ในแฟนเพจของซอลท์ ทำแผนที่บอกทางไว้ว่า บูธซอลท์อยู่ซ้ายสุดของอาคาร แบบท้ายสุดจริงๆ เกาะซ้ายไว้รับรองว่าไม่หลง   

บูธสำนักพิมพ์ Salt งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2019

ไปถึงเห็น เอก-สุธรรม ธรรมรงค์วิทย์ ยังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการอรรถาธิบายหนังสือแต่ละเล่มให้ลูกค้าที่รายล้อม รุมประหนึ่งเขาเป็นพ่อค้าแซ่บ ทำได้แค่เอ่ยทักทาย ผมชอบงานสัปดาห์หนังสือก็ตรงนี้แหละ คนซื้อไม่ได้เพียงแค่มาซื้อหนังสือ แต่ยังมาพร้อมการซักถาม พูดคุย หลายคนต้องการคำแนะนำจากคนทำหนังสือตัวจริงเสียงจริง ซึ่งทุกคนยินดีและเต็มใจตอบ แหม…ใครจะไม่อยากได้เจอและพูดคุยกับแฟนหนังสือของตัวเอง ทุกครั้งคือเราได้เห็นคนทำหนังสือ เขียนหนังสือ ปวารณาตัวเป็นพริตตี้บอย-พริตตี้เกิร์ล ยืนสวยๆ หล่อๆ พรีเซ้นต์สินค้า ซึ่งก็คือหนังสือที่ตัวเองผลิตหรือเขียน 'ณ จุดๆ นี้' (กรุณาอ่านออกเสียงแบบพริตตี้) น่าสนุกชะมัด

เดินเลยบูธซอลท์ไปก่อนครับ เจอบูธใหญ่ของสำนักพิมพ์นานมี บุ๊คส์ ที่นี่เต็มไปด้วยหนังสืออ่านสำหรับเด็กและเยาวชน ถือเป็นสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ เคยตีพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนระดับโลกอย่าง ‘แฮรี่พอตเตอร์’ ที่จัดเป็นหนังสือขึ้นหิ้ง จนทุกวันนี้ก็ยังมีวางจำหน่ายและขายดีอยู่เช่นเดิม มีเปลี่ยนปก เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งไปตามแต่วาระ คุณแม่นักอ่านหลายคนเชียวครับพาลูกน้อยมาเดินเลือกซื้อหนังสือ เรียบๆ เคียงๆ เข้าไปสอบถามดูก็ว่าดีใจที่งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ย้ายมาจัดที่เมืองทองธานี เหตุผลเพราะอยู่ใกล้บ้านมากกว่า 

กับที่อยากคุยด้วยคือสองหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมต้นจากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ที่วันนี้เขาทั้งคู่ชักชวนกันมาเลือกซื้อหนังสือ เห็นหิ้วหอบกลับบ้านไปคนละถุงใหญ่ ทั้งคู่เป็นคอลเล็กเตอร์มังงะ จึงตั้งใจดั้นด้นออกตามหาหนังสือที่ตัวเองชอบและเก็บสะสม แน่นอน, ถ้าอยากหาเจอจนครบก็ต้องมาที่นี่แหละ งานสัปดาห์หนังสือ เมืองทองฯ 

หนึ่งหนุ่มบอกกับผมว่าบ้านของเขาอยู่ไกลเมืองทองฯ มาก (ก่อนหน้า สมัยงานสัปดาห์หนังสือจัดที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ นั่นคืออยู่ใกล้บ้านมากกว่าเยอะ) แต่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค เขาสามารถออกแบบการเดินทางมาที่นี่ได้โดยไม่ลำบาก ก็แค่ติดรถพ่อแม่เพื่อนมาด้วย…แค่นี้เอง

นอกจากบูธขายหนังสือของทุกสำนักพิมพ์ทั่วฟ้าเมืองไทย งานสัปดาห์หนังสือยังคงมีเวทีกิจกรรมเสวนาอยู่ด้านหลังและด้านข้างของฮอลล์ เป็นเวทีเล็กๆ ตั้งเวทีง่ายๆ มีเก้าอี้ให้นั่งฟัง นั่งพัก บนเวทีมีกำหนดตารางนัดพบกับนักเขียนในดวงใจ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้แต่ละสำนักพิมพ์เชื้อชวนนักเขียนของตนเองมาร่วมพูดคุย มีคนนั่งฟังด้วยความตั้งใจบ้าง-ไม่ตั้งใจบ้าง เหมือนเมื่อครั้งเคยจัดเวทีใหญ่เสวนาอยู่ด้านข้าง คั่นห้องเล็กและห้องใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อย่างไรอย่างนั้น

เวทีเสวนาย่อย งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2019

ตัดสินใจดุ่มเดินสำรวจบูธสำนักพิมพ์ต่างๆ พบว่างานปีนี้มีมาออกบูธเกือบครบทุกสำนักพิมพ์ที่เคยจองพื้นที่งานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ แม้จะเปลี่ยนสถานที่จัดงานมาไกลถึงเมืองทองฯ ปัญหาแค่แฟนประจำงานสัปดาห์หนังสืออย่างเราอาจยังไม่คุ้นชินสักเท่าไร แต่เดิมจดจำได้คร่าวๆ ว่าแต่ละสำนักพิมพ์ในดวงใจมักจะจองพื้นที่อยู่จุดไหนของศูนย์การประชุมฯ  

นั่นเป็นความคิดเดียวกันเป๊ะกับแฟนประจำงานสัปดาห์หนังสืออย่าง ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้กำกับฯ และนักแสดงมากฝีมือ  

“แต่ก่อนไปศูนย์ฯ สิริกิติ์ก็จะง่ายหน่อย รถไฟฟ้าใต้ดินไปถึง หรือขับรถยนต์ส่วนตัวไปก็มีที่จอดประจำ เพราะเป็นสมาชิกเอไอเอสเซเรเนด เดินนิดเดียวก็เข้าถึงงานแล้ว แต่มาที่เมืองทองฯ นี่คือไกลมาก ไม่กล้าขับรถมา เพราะเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ก็เลยนั่งรถตู้ ให้คนขับรถของตัวเองมาหย่อนลงข้างหน้าฮอลล์ แล้ววิ่งเข้ามา คิดว่าอยู่นานคงไม่ไหว เพราะเดี๋ยวรถคงติดมาก กลับบ้านลำบาก ถ้าเป็นศูนย์ฯ สิริกิติ์คือง่าย เราแยกกลับ MRT ได้

“ส่วนตัวแล้วคุ้นกับงานที่สิริกิติ์ วิ่งเข้าไปปุ๊บคือรู้เลยว่าตัวเองจะไปตรงไหน มีสำนักพิมพ์ที่อุดหนุนกันประจำ รู้ว่าเขามักจัดบูธอยู่ตรงไหน แต่มาคราวนี้งง ต้องเดินเข้าไปถามทุกคนว่าสำนักพิมพ์นี้เขามาหรือเปล่านะ สำนักพิมพ์ของกรมศิลปากรมาออกงานนี้ไหม กรู๊ฟพับลิชชิ่งอยู่ไหน มติชน หรือสำนักพิมพ์ที่พิมพ์นิยายทั้งหลายแหล่…เป็นความไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เราเคยเจอ

“จริงๆ ตั้งใจว่าจะไม่มาแล้วนะ แต่ว่าบังเอิญเข้าไปคุยกับทางสถานี (ช่อง 3) เรื่องจะต้องใช้นิยายทำละครอีกแล้ว ก็เลยต้องวิ่งมาที่นี่ เพราะรู้ว่ามาแล้วคือได้คุยกับสำนักพิมพ์โดยตรง มันเร็วกว่า” ป้าแจ๋ว ยุทธนา ทิ้งท้ายถึงจุดประสงค์ในการมางานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ คือด้วยธุระงานด้วยส่วนหนึ่ง

คนรักหนังสือมารวมตัวกันที่นี่

การมาเดินงานสัปดาห์หนังสือเมืองทองฯ วันนี้ทำให้ผมคิดถึงวันเก่าๆ ที่ตัวเองเคยเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ มีหน้าที่คัดสรรต้นฉบับ ดูแลทุกขั้นตอนการผลิต กระทั่งตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่ม และภูมิใจมากยิ่งขึ้นไปอีกหากหนังสือที่เรารักเหมือนลูกได้รับการตอบรับจากผู้อ่าน ติดอันดับเบสต์เซเลอร์ ใช่แล้วครับ, การทำหนังสือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ส่วนหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จคือยอดขาย (ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นหนังสือที่ดี-หรือไม่ดี) ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่หลักๆ ที่ต้องให้ความสำคัญคือ การตั้งชื่อ ภาพปก ชื่อเสียงที่สั่งสมของนักเขียน การอ่านเกมการตลาดขาด และสำคัญคือสายส่ง 

เอาละ…พักไว้เท่านี้ก่อน ถ้าเล่าเดี๋ยวยาว 

เห็นหนุ่มกรู๊ฟ-อรรถรัตน์ จันทรวรินทร์ บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์ กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง ผู้คร่ำหวอดในวงการนวนิยายมานานนับ 10 ปี ยืนยิ้มกว้างรอต้อนรับแฟนๆ หนังสืออยู่ตรงโน้น จึงเดินเข้าไปทักทายและชวนคุย เขาคนนี้คืออยู่เบื้องหลังต้นฉบับนวนิยายหลายต่อหลายเรื่องของ ‘พงศกร’ ที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละครโทรทัศน์ให้เราได้ชมกันอยู่บ่อย โดยเฉพาะซีรีส์นิยายผ้า

“3 วันที่ผ่านมา ยังไม่ดีเท่างานที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ สำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การมาที่เมืองทองฯ ค่อนข้างยาก แต่ถ้าคนมีรถ จากที่ผมถามดูทุกคนแฮปปี้ เพราะที่จอดรถเยอะ มีหลายจุด การเดินทางคือขับรถมาลงทางด่วนตรงด่านเมืองทองฯ ได้เลย สรุปคือมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ” กรู๊ฟตอบคำถามแรกที่ถูกยิงใส่ว่าฟีดแบ๊กของแฟนหนังสือสำนักพิมพ์กรู๊ฟฯ ตอบรับการเปลี่ยนสถานที่มาจัดงานที่เมืองทองธานีอย่างไรบ้าง 

“สมมติสิริกิติ์คือเต็มร้อย มาที่เมืองทองฯ ส่วนตัวผมคิดว่าได้แค่ 50% ก็โอเคแล้ว แต่เอาเข้าจริงยอดขายของเราน่าจะได้สัก 75-80% จากเดิมนะครับ

“ในมุมของคนขายคือชอบสถานที่ มันโอ่โถง แต่ก่อนบูธของสำนักพิมพ์เราไม่ได้อยู่ในฮอลล์ใหญ่ แต่จะอยู่ฮอลล์เล็กที่มี 2 ชั้น และได้อยู่ชั้นล่าง ซึ่งเพดานต่ำ พอเปลี่ยนมาอยู่ในฮอลล์ใหญ่ก็เลยว่าดีเหมือนกันแฮะ  

“กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง ยังเน้นนิยายลึกลับ สืบสวนสอบสวนเหมือนเดิมครับ แต่ก็เริ่มพิมพ์นิยายรักที่มีเนื้อเรื่องดราม่าบ้าง แต่แฟนประจำก็ยังชอบนิยายลึกลับมากกว่า นักเขียนแม่เหล็กนอกจาก ‘พงศกร’ แล้วก็ยังมีอีกหลายท่าน และเรายังทำเว็บไซต์ชื่อ ‘อ่านเอา’ งานวันนี้จึงมีน้องที่ชนะจากการประกวดในโครงการฯ อย่าง ‘ภาณิณ’ ที่เขียน ‘มะงุมมะงาหรา’ เขาประกวดในโครงการฯ ของเราได้ที่หนึ่ง เราชอบความสดใหม่ของเขา” หนุ่มกรู๊ฟทิ้งท้ายแนะนำนักเขียนที่เหลือบไปเห็นเขากำลังนั่งแจกลายเซ็นอยู่ในบูธอย่างขะมักเขม้น

มะงุมมะงาหราเจอสามเกลอ

หนอนหนังสือทุกคนถามดูได้ ใครๆ ก็อยากเป็นนักเขียน ปรารถนาอยากถ่ายทอดมุมมองความคิด หรือจินตนาการของตนเองออกมาเป็นตัวอักษร และมีคนอ่าน นำผลผลิตที่ได้ไปต่อยอด หรือถกเถียงในวงกว้าง แต่จะมีสักกี่คนที่เริ่มต้นและทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ‘ภาณิน’ โชคดีที่ทำสำเร็จ

ภาณิน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2019

'ภาณิณ' เป็นนามปากกาของ เด่น-ภาณุวัฒน์ อินทวัฒน์ ด้วยอายุวัยเพียง 28 ปี วันนี้เขามีนวนิยายเล่มแรก ‘มะงุมมะงาหรา’ ที่ได้รับการตีพิมพ์ผ่านโครงการ ‘อ่านเอาก้าวแรก’ ที่เจ้าตัวส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ 

“ผมส่งงานเขียนเข้าไปประกวดแล้วชนะ นี่เป็นเล่มแรกในชีวิตครับ เป็นความภูมิใจมากที่สุดในโลก” ภาณิณหยิบหนังสือเล่มสีเขียว ความหนา 400 หน้า ขึ้นมาอวดด้วยดวงตาวิบวับเป็นประกาย ผมสัมผัสได้ถึงความภูมิใจของเขาตามที่ว่า

“ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ส่วนมากเป็นนิยาย พื้นฐานการเขียนนั้นได้จากการอ่านค่อนข้างเยอะ ชอบไปงานสัปดาห์หนังสือ และไปประจำทุกปีตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พาไปเดิน แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีหนังสือออกในงานสัปดาห์หนังสือ และได้มานั่งแจกลายเซ็นต์ ก็รู้สึกตื่นเต้นดี เหมือนฝันเป็นจริงครับ

“พอย้ายมาจัดที่เมืองทองฯ ผมว่าสถานที่มันง่ายสำหรับผมนะ เพราะตัวเองขับรถ เลยสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง สถานที่ก็ใหญ่ดี เดินแล้วไม่อึดอัดเท่าไร ไม่ใช่ข้อจำกัดที่ว่าจัดงานเมืองทองฯ แล้วมายาก ทำให้ไม่อยากมา ถ้าคนชอบอ่านหนังสือมากๆ ยังไงเขาก็ต้องตามมาครับ ขนาดมาดูคอนเสิร์ตที่นี่เรายังมากันได้เลย 

“ที่งานสัปดาห์หนังสือรวบรวมเอาหนังสือจากหลายสำนักพิมพ์มาไว้ในที่เดียวกัน บางทีเราไม่ได้เห็นตามหน้าร้านทั่วไป อาจจะถูกเก็บออกไปแล้ว เป็นหนังสือเก่า หายาก และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ คือ งานสัปดาห์หนังสือรวมไว้แต่คนที่ชอบอ่านหนังสือ ทุกคนนัดมารวมตัวกัน มีการพูดคุยและแนะนำว่าหนังสือที่เราอ่าน เรื่องนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร เสน่ห์ของมันอยู่ตรงนี้ละครับ” ภาณิณทิ้งท้ายด้วยดวงตาฉายแววสุข ผมขอให้เขาช่วยเซ็นหนังสือให้ ‘ไปมะงุมมะงาหราด้วยกันนะครับ’ นักเขียนใหม่ถอดด้ามเขียนไว้บนแผ่นรองปกว่ายังงั้น

หนังสือ สามเกลอ

ผมเดินมะงุมมะงาหราอยู่ในป่าอักษรงานสัปดาห์หนังสือต่อ และรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เห็นการชุบชีวิต ‘สามเกลอ’ หัสนิยายชิ้นอุโฆษของ ป.อินทรปาลิต กับเรื่องราวของ พล นิกร กิมหงวน ที่เขียนไว้เมื่อประมาณปี 2481 และเขียนต่อเนื่องมาจนถึงปี 2511 ตลอดเวลาประมาณ 30 ปี นี่คือผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขา ตราบจนทุกวันนี้ 

ด้วยเนื้อเรื่อง ‘ร่วมสมัย’ จากจินตนาการต่างๆ ของ ป.อินทรปาลิต ซึ่งเขียนไว้ตามจินตนาการก่อนที่เราจะพบว่าจินตนาการนั้นเป็นจริง ทั้งรถไฟฟ้า, ตึกสูงกว่า 80 ชั้น, คนไทยเลิกพูดภาษาไทย หรือคนไทยใช้ชื่อเป็นฝรั่ง

วันนี้สำนักพิมพ์แสงดาวได้หยิบงานเขียน ‘สามเกลอ ชุดวัยหนุ่ม’ มาจัดพิมพ์ในรูปเล่มใหม่ วางจำหน่ายที่งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ รวมถึงหนังสือเก่าของ ป.อินทรปาลิต อีกหลายเล่ม อาทิ เสือใบ ดาวโจร ขุนช้าง-ขุนแผน และดาวหางทลายโลก ตามไปอุดหนุนกันได้เลยครับ 

บูธเนชั่น บุ๊คส์ และ เนจาวู งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2019

กับที่ไม่ลืมแวะไปเยี่ยมเยือนเด็ดขาด คือบูธ D03 ‘เนชั่น บุ๊คส์’ และ ‘เนจาวู’ ถามหาการ์ตูนดราก้อนบอล สแลมดั๊ง และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่เขามีโปรโมชั่นเด็ด โดนใจ ให้ต้องไปอุดหนุนกันรัวๆ สักกะหน่อย

หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก  สนพ. เนชั่น บุ๊กส์ 

  • หนังสือใหม่ ลด 15%  
  • หนังสือปกติ ลด 20%
  • หนังสือแพ็กเซ็ต ลดพิเศษ 25-50%

หนังสือการ์ตูน สนพ. เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนต์

  • หนังสือใหม่ ลด 15%
  • หนังสือแพ็คเซ็ต ลด 25%
  • หนังสือ Boxset limited editon:  Horror junji ito boxset,  Death note Pocket Edition Boxset
  • หนังสือ Pre order:  Slam dunk New Perfect Edition ช่วงวันที่ 2–13 ต.ค. 62  ที่ nejavu.com เท่านั้น
  • ครั้งแรกในเมืองไทย กับ e-book gift card ลายนินจาฮัทโตริ ให้แฟนๆ ได้สะสมเป็น Limited collectible

โปรโมชั่นพิเศษ

  • ซื้อหนังสือบูธเนชั่น ครบ 600 บาท/ ใบเสร็จ  รับฟรี ! หนังสือ 1 เล่ม (จนกว่าสินค้าจะหมด)
  • ซื้อหนังสือบูธเนชั่น ครบ 1,500 บาท/ ใบเสร็จ  รับฟรี ! กระเป๋าผ้า nejavu  (จนกว่าสินค้าจะหมด)

บูธสุดท้าย SALT ซ้ายสุด

ไม่ลืมแวะบูธสุดท้ายซ้ายสุดที่ตั้งใจไว้แต่ต้น กับสำนักพิมพ์ซอลท์ เอก-สุธรรม ธรรมรงค์วิทย์ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Science Illustrated หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ซอลท์ที่ตอนนี้คลายธุระยุ่งขิงจากงานขาย หลังมิตรรักนักอ่านมะรุมมะตุ้มรุมล้อม และเลือกซื้อผลงานทุกหัวหนังสือที่เขาตั้งใจคัดสรรและตีพิมพ์

เอก-สุธรรม ธรรมรงค์วิทย์

“นี่เป็นปีแรกที่ซอลท์มาเปิดบูธขายหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือครับ สำนักพิมพ์ของเราเพิ่งเปิดมาได้เพียงปีครึ่งเท่านั้นเอง เป็นครั้งแรกที่เรามีบูธเป็นของตัวเอง ที่ผ่านมาเราจะฝากขายตลอด เพราะยังไม่ได้เป็นสมาชิกกับทางสมาคมครบปี มันมีกฎเกณฑ์ในการที่จะมาออกบูธงานสัปดาห์หนังสือได้ คือต้องเป็นสมาชิกครบ 1 ปีครับ แม้ว่าจะอยู่ไกล (ถึงเมืองทองฯ) แต่เราก็อยากจะเจอคนอ่าน เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยสัมผัส ยังไม่รู้จักว่าคนอ่านเป็นใคร ถึงแม้งานปีนี้จะอยู่ไกลแต่ก็ลองดู

“ที่ผ่านมาคนก็ยังมาน้อยอยู่ครับ ยังไม่เข้มข้นมาก ขนาดว่านี่เป็นวันศุกร์ ถ้าเป็นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์นี่คือคนแน่นทุกอณู ของพื้นที่ อาจด้วยที่นี่อาจฮอลล์ใหญ่กว่า อยู่ไกลกว่า รถติด แต่ก็ต้องรอดูวันเสาร์-อาทิตย์ว่าจะมีใครมาไหม” คำตอบที่ได้รับในวันถัดมาคือ เสาร์-อาทิตย์ มีคนเยอะและแน่นเนือง 

“เสน่ห์ของงานสัปดาห์หนังสือคือ แน่นอน, คือการได้มาเจอกับสำนักพิมพ์ ได้เจอกับคนเขียน คนแปล ที่ตัวเองชื่นชอบ ได้มารู้จักกับโลกของหนังสือใหม่ๆ ที่อาจหมายตาไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อ กับได้มาเจอหนังสือออกใหม่ ไม่ได้รู้จักมาก่อนหน้า ได้พูดคุยกับคนขายซึ่งเป็นคนรักหนังสือเหมือนกัน ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ได้เรียนรู้ ผมว่านี่ละเป็นเสน่ห์ที่มากกว่าการอ่านผ่านออนไลน์ 

“การอ่านคอนเท้นต์จากเว็บไซต์ ผ่านออนไลน์ กับอ่านผ่านกระดาษมันไม่เหมือนกัน การอ่านผ่านเว็บไซต์ก็เป็นวิธีการอ่านแบบหนึ่ง ข้อมูลข่าวสารมักจะเป็นข่าวสั้นๆ เรื่องย่อยๆ แต่ถ้าเป็นการอ่านบทความยาวๆ คนอ่านคงไม่แฮปปี้ที่จะอ่านขนาดนั้น การอ่านหนังสือมันจูนเข้ากับวิธีการในการรับรู้ข่าวสารได้มากกว่า เราอาจจะมาร์กตรงโน้นตรงนี้ไว้ ไม่ใช่การเลื่อนหน้าจอ วิธีมองจากจอจึงเหมาะกับการอ่านอะไรเร็วๆ สั้นๆ และเข้าใจง่าย สไลด์ไปก็ค่อยๆ คิด แต่อ่านหนังสือ สมมติไม่เข้าใจก็พลิกกลับไป-มา ง่ายต่อการอ้างอิงถึง ง่ายต่อการพลิกที่เรามาร์กเอาไว้” คนหนังสืออย่างไรเสียก็ยังคงเชียร์หนังสือ

สุดท้ายถามถึงแนวการเลือกสรรงานเขียนของซอลท์ “เราขยายวงกว้างกว่าปีแรก ตอนแรกเราตั้งใจจะเป็นสำนักพิมพ์ที่เน้นหนังสือแนววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปรัชญา นี่คือเริ่มแรกที่ก่อตั้งเราปักธงตรงนั้นไว้ก่อน ซึ่งก็ยังเป็นแกนหลักของสำนักพิมพ์ซอลท์แต่ปีนี้มีการเพิ่มหนังสือฮาวทูแบบง่ายๆ แต่ก็ยังเป็นฮาวทูที่ผ่านกระบวนการคิดการวิจัยที่เข้มข้น” หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ซอลท์ยืนยัน 

งานสัปดาห์หนังสือ เมืองทองธานี ยังคงจัดยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 13 ตุลาคมนี้ หากใครยังไม่ตัดสินใจไป คุณยังมีเวลา ในฐานะคนรักหนังสือผมอยากเอ่ยเชิญชวนให้ไปกันเยอะๆ โดยเฉพาะใครที่มีลูกมีหลาน คุณไม่เสียงแรงเปล่าแน่นอน หากวันนี้เลือกบ่มเพาะให้ลูกหลานได้มีโอกาสสัมผัสงานสัปดาห์หนังสือสักครั้งในชีวิต 

แม้เมืองทองธานีจะไม่ได้ไปง่ายนิดเดียวอย่างคำใครกล่าวอ้าง แต่ไม่ยากเกินที่เราจะมีนัดกันไปเดินสนุก มะงุมมะงาหราแบบมีความสุขกลางป่าอักษร



Advertising