ธุรกิจและการเงิน

‘หนี้’ นั้นสำคัญไฉน

Published 3 ธ.ค. 2018

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

obligation-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ประสบการณ์ในการเป็นหนี้ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนเป็นหนี้ตั้งแต่เด็กเลย...คนที่เคยยืมเงินเพื่อนตอนเรียนชั้นประถมไม่รู้ว่าจะยังจำเรื่องราวตอนนั้นได้หรือเปล่า

บางคนเริ่มเป็นหนี้เมื่อเรียนสูงขึ้นมาหน่อย คราวนี้ไม่ได้เป็นหนี้พี่น้องเพื่อนฝูง แต่รัฐบาลได้ริเริ่มฝึกให้นักเรียนนักศึกษาเป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ต่อมาเมื่อเรียนจบ มีงานทำ ก็จะมีสถาบันการเงินหยิบยื่นความเป็นหนี้ผ่านบัตรเครดิต 

เมื่อต้องการมีรถ มีบ้าน แต่ไม่ได้มีเงินก้อนมากพอที่จะซื้อเงินสด ก็ต้องเป็นหนี้เช่าซื้อรถ หนี้ผ่อนชำระค่าบ้าน 

เมื่อต้องการเงินลงทุนสักก้อนเพื่อทำธุรกิจ ถ้าไม่ใช้เงินของตัวเองหรือระดมทุนจากเพื่อนพ้องน้องพี่ ก็ต้องพึ่งสินเชื่อของสถาบันการเงิน 

ยังมีหนี้นอกระบบ หนี้โรงรับจำนำ หนี้วงแชร์ หนี้ค้างชำระค่าสินค้าต่างๆ และอีกสารพัดหนี้

จึงเห็นได้ว่าชีวิตของแต่ละคนมีโอกาสอย่างมากที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหนี้ไม่ประเภทใดก็ประเภทหนึ่ง

ส่วนตัวผมเองนั้น หนี้ก้อนแรกในชีวิตคือหนี้บัตรเครดิต เหตุเกิดหลังจากที่ผมทำงานรับเงินเดือนมาได้ประมาณ

3 ปี ก็มีพนักงานสาวสวยมาแนะนำให้ทำบัตรเครดิต ผมตัดสินใจทำทันทีโดยไม่ลังเลหรือรีรอ ไม่ใช่เพราะความสวยใสของพนักงานขาย แต่ผมเห็นว่านั่นคือก้าวใหม่บนเส้นทางการเงินของผม ซึ่งก่อนหน้านี้ไปหยิบยืมเงินใครก็มีแต่คนเบือนหน้าหนี จู่ๆ ก็มีคนมาเสนอให้ยืมเงินไปใช้ก่อนผ่อนคืนทีหลัง โดยไม่ต้องมีหลักประกันใดๆ ใครล่ะครับจะอดใจไหว

ไม่รู้ว่าผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าเป็นหนี้แล้วต้องใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ จึงจะมีคนอยากหยิบยื่นเงินให้ใช้ไม่หยุดหย่อน ผมจึงรักษาวินัยของการใช้หนี้อย่างเคร่งครัด ไม่เคยบิดพลิ้วแม้แต่ครั้งเดียว

วงเงินบัตรเครดิตที่ผมใช้ได้จึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลักหมื่นเป็นหลักแสน และจากบัตรเครดิตของสถาบันการเงินเดียวก็เพิ่มขึ้นเป็นสอง สาม สี่ ห้าใบ

เพราะคำว่า ‘เครดิต’ คือ ‘ความไว้เนื้อเชื่อใจ’ หากกู้หนี้ยืมสินแล้วไม่ใช้คืนให้ตรงตามเวลานัด คงไม่มีใครไว้ใจให้กู้เพิ่ม และเมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นคน ‘เบี้ยวหนี้’ เสียแล้ว ก็อาจถูกประจานเล่าขานกันออกไป ชื่อเสียงก็จะเน่าเหม็น ส่งกลิ่นโฉ่โอ่ไปทั่วทั้งพื้นพิภพ โอกาสที่จะมีคนหยิบยื่นเงินให้ยืมก็จะจบลงตั้งแต่ตอนนั้น

การเป็นหนี้สำหรับผมจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ผมกลับมองในแง่ดีเสียด้วยซ้ำไป ว่าคนเป็นหนี้คือคนที่มีเครดิต มีความน่าเชื่อถือน่าไว้วางใจ แต่สิ่งที่ทำให้ลูกหนี้บางคนน่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ก็เพราะเป็นหนี้แล้วไม่ใช้ ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ

ดังนั้น กฎกติกาและแนวทางปฏิบัติของบรรดาลูกหนี้ทั้งหลายที่ผมอยากแนะนำ เพื่อรักษาเครดิตของตัวเองให้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือตลอดชีวิต ก็คือ

หนึ่ง อย่ากู้ยืมเงินคนอื่นมาใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ‘เงินกู้’ ไม่ใช่ ‘เงินกู’ ไม่ใช่เงินของเรา ถ้าอะไรที่เราไม่มีปัญญาซื้อหาด้วยเงินของตัวเอง แล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตก็อย่าไปไขว่คว้าหามันมาครอบครอง รอจนกว่าเราจะมีความพร้อมเสียก่อน

สอง อย่าสร้างหนี้ให้เกินกำลังที่ตัวเองจะสามารถใช้คืนได้

สาม ต้องยึดมั่นคำสัญญาในการใช้หนี้คืนตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

สี่ หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถชำระคืนได้ ต้องแสดงความจริงใจโดยเปิดเจรจากับเจ้าหนี้ทันที เพื่อร่วมกันหาทางออก อย่าปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนาน อย่าให้ถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล อย่าให้ต้องถูกประจานว่าเป็นคน ‘เบี้ยวหนี้’

หากทำได้เช่นนี้ ‘หนี้’ ที่ดูเหมือนจะเป็น ‘ภาระ’ อันหนักอึ้ง ก็จะทำให้คุณทึ่ง ว่ามันคือ ‘เงินสำรอง’ ที่เป็น ‘ตัวช่วย’ อันแสนวิเศษ ในยามที่คุณขัดสน เข้าตาจน ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็จะมี ‘เจ้าหนี้’ นี่แหละครับเป็นที่พึ่ง


AUTHOR :

คุณปิยมิตร ยอดเมือง
คุณปิยมิตร ยอดเมือง
ผู้คร่ำหวอดด้านการลงทุนและการบริหาร ที่เป็นทั้งอดีตบรรณาธิการข่าว และอดีตผู้ดำเนินรายการ 'คอหุ้น' ทางโทรทัศน์ นอกจากนั้นยังเป็นบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ (PR) และที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) รวมถึงรับจัดอีเว้นท์และผลิตสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ล่าสุดเขามาแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะ Blogger ของ Rabbit Today

AD-Block_TQM_16Nov-15Dec2018

Advertising