ธุรกิจและการเงิน

รู้หา รู้เก็บ

Published 28 พ.ย. 2018

By คุณปิยมิตร ยอดเมือง

Making-and-Saving-Money-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ต้องขอเกริ่นนำไว้ ณ ที่นี้ก่อนว่า เรื่องที่ผมกำลังจะเขียนถึงนี้เป็นเพียง 2 ขั้นตอนแรกของการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งประกอบด้วย รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ และรู้ลงทุน

คำว่า ‘รู้’ ก็คือ ‘รู้จัก’ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า Know และในที่นี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับคำว่า Knowledge หรือความรู้อีกด้วย

ดังนั้น คำว่า รู้หา รู้เก็บ ก็คือ รู้จักหา และรู้จักเก็บ ด้วยความรู้ในการหาเงิน และความรู้ในการเก็บออม

เรื่องของการ ‘หาเงิน’ นั้น ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่เชื่อหรือไม่ครับ ว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าจะหาเงินได้อย่างไร รู้แค่ว่าต้องหางานเพื่อจะได้รับค่าจ้างจากการทำงาน ถ้าหางานไม่ได้ก็หาเงินไม่เป็น นั่นเป็นเพราะการขาดความรู้ในการหาเงินไงครับ

เราตัดเรื่องของการหางานออกไปก่อนนะครับ แล้วว่ากันด้วยเรื่องหาเงิน...ต้องเริ่มที่คำถามว่า คนเราใช้อะไรหาเงิน คำตอบคือ ความรู้ ความสามารถ หรือไม่ก็แรงงาน 

ลองมองที่ตัวคุณเองและรอบๆ ตัวสิครับ จะเห็นว่าคนทำงานหาเงินต้องใช้ 3 อย่างที่ว่านี้ อาจจะครบทั้ง 3 อย่างหรือมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แต่สำหรับคนเป็นลูกจ้าง หากมีครบทั้ง 3 ด้าน จะมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าได้ดีกว่าและมีรายได้ดีกว่าคนที่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนเราจึงต้องเรียนหนังสือ หรือเข้าอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มเติมความรู้ความสามารถ เพื่อจะได้ไม่ต้องยากลำบากทำงานในระดับผู้ใช้แรงงาน

ส่วนคนที่หาเงินไม่ได้ทั้งๆ ที่ร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 นั้นคงเป็นเพราะเขาไม่จริงจังหรือไม่ขวนขวายในการหาเงินมากกว่า เพราะในโลกของความเป็นจริงแล้ว นายจ้างที่ต้องการ ‘แรงงาน’ ยังมีอีกมาก ทั้งแรงงานที่มีฝีมือและไม่มีฝีมือ 

หลักคิดในการหาเงินนี้ยังสามารถนำไปใช้ได้กับคนที่มีหนี้สินและอยากจะปลดหนี้เร็วๆ โดยการเพิ่มช่องทางหารายได้อย่างสุจริต ลองคิดดูครับ ว่าตัวเองมีความรู้อะไร มีความสามารถอะไร ที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติม หรือถ้าคิดไม่ออก จะใช้แรงงานของตัวเองไปหาเงินเพิ่มได้หรือไม่ ถ้าคุณขวนขวายก็เชื่อว่าจะพบทางออกที่ดีครับ

เมื่อ ‘รู้หา’ แล้วก็ต้อง ‘รู้เก็บ’ ด้วยครับ จึงจะเป็นบันไดไปสู่ความมั่งคั่งได้

โดยส่วนตัวของผม ไม่มีสูตรตายตัวครับ ว่าหาได้เท่านี้ต้องเก็บเท่านี้ แต่จะใช้หลักคิดว่า ถ้าอยากรวย ต้องเก็บให้มาก ใช้ให้น้อย...หาได้เท่าไรเก็บออมไว้ก่อน ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพราะพลังของเงินออมนั้นจะสามารถนำไปต่อยอดสร้างพลังความมั่งคั่งได้มากและเร็วแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินด้วยครับ

คนที่มีเงินออมน้อย จะลงทุนอะไรก็ลงทุนได้แค่เล็กๆ น้อยๆ ผลตอบแทนก็กลับคืนมาแบบเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งแม้การเก็บเล็กผสมน้อยอาจจะทำให้รวยหรือมั่งคั่งขึ้นได้ แต่ต้องใช้เวลานาน

เปรียบเทียบกับคนที่มีเงินออมเยอะ จะสามารถลงทุนอะไรที่เป็นกอบเป็นกำมากกว่า หากการลงทุนนั้นถูกต้อง ประสบความสำเร็จ ผลตอบแทนก็ย่อมกลับคืนมามากกว่า

คิดง่ายๆ ครับ 5% ของเงิน 100 บาท ก็คือ 5 บาท แต่ถ้า 5% ของเงิน 1,000,000 บาท เท่ากับ 50,000 บาท นี่แหละครับคือพลังของเงิน

บางคนอาจจะบอกว่า การลงทุนสามารถใช้ ‘เงินกู้’ หรือสินเชื่อก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตัวเอง...ก็จริงครับ แต่ถ้าไม่มีเงินออมหรือเงินของตนเองเลย ก็คงไม่มีใครอยากให้กู้ และหากการลงทุนนั้นผิดพลาดไปก็จะเกิดการเสียหายอย่างมหันต์ เพราะไม่มีเงินมาคืนเจ้าหนี้ ดอกเบี้ยก็จะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนถมผู้กู้ให้จมธรณีไปในที่สุด

นี่คือบันไดขั้นต้นที่จะก้าวไปสู่ความมั่งคั่งครับ...รู้หาและรู้เก็บ...แล้วอย่าลืมไปตามอ่านงานของผมเรื่อง รู้ใช้และรู้ลงทุน เพิ่มเติมนะครับ


AUTHOR :

คุณปิยมิตร ยอดเมือง
คุณปิยมิตร ยอดเมือง
ผู้คร่ำหวอดด้านการลงทุนและการบริหาร ที่เป็นทั้งอดีตบรรณาธิการข่าว และอดีตผู้ดำเนินรายการ 'คอหุ้น' ทางโทรทัศน์ นอกจากนั้นยังเป็นบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ (PR) และที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) รวมถึงรับจัดอีเว้นท์และผลิตสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ล่าสุดเขามาแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะ Blogger ของ Rabbit Today

AD-Block_TQM_16Nov-15Dec2018

Advertising