ธุรกิจและการเงิน

ดอกเบี้ย...ดอกไม้สายพันธุ์การเงิน

Published 7 มี.ค. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

interest-biz-buzz-Rabbit-Today-banner-1

เวลาพูดถึงดอกไม้ หลายคนอาจนึกถึงภาพความสวยงามและสีสันตระการตาของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่บางคนก็อาจนึกถึงภาพของหนามที่แหลมคมที่อาจทิ่มต่ำคนที่จะเข้าไปเด็ดดมความหอมของดอกไม้สีสันสวยงาม 

ดอกเบี้ยซึ่งอาจเปรียบเทียบได้กับดอกไม้ของต้นไม้สายพันธุ์การเงินก็เช่นกัน มีทั้งด้านดีที่สวยงามและหอมหวล แต่ถ้าไม่ระวังตกเป็นทาสของดอกเบี้ยแล้วละก็ ลูกหนี้รายนั้นก็อาจรู้สึกปวดแสบปวดร้อนราวกับโดนหนามแหลมคมทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา 

ถ้าหากจะลองเปรียบเทียบเงินตราให้เป็นสินค้า จริงๆ แล้วอัตราดอกเบี้ยก็คือต้นทุนของเงินหรือราคาของเงินนั่นเอง ปกติเมื่อเราต้องการซื้อสินค้าหรือบริการ เราก็จะต้องจ่ายเงินเท่ากับราคาของสินค้าดังกล่าว เงินก็เช่นกัน! 

ถ้าหากเรามีความต้องการใช้เงิน เราก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยซึ่งเป็นราคาของเงินดังกล่าว ในทางตรงกันข้ามการที่เราไปฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์หรือลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ ก็เหมือนกับการที่เราขายเงินของเราให้คนอื่นได้นำไปบริโภค เราก็จะต้องได้ราคาคืนมา ซึ่งก็คือดอกเบี้ยนั่นเอง ดังนั้นในทางการเงิน เราจึงอาจพูดได้ว่าดอกเบี้ยก็เปรียบเสมือนกับอัตราแลกเปลี่ยนนั่นเอง เพียงแต่ว่าการแลกเปลี่ยนดังกล่าวนั้นจะเป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลเดียวกันในเวลาที่ต่างกัน 

ดอกเบี้ยที่พูดถึงกันโดยทั่วไป มักจะเป็นดอกเบี้ยทบต้น คำว่า ‘ทบต้น’ ก็หมายความว่าเมื่อครบกำหนดระยะเวลา (หรืองวด) ที่ตกลงกันไว้ ดอกเบี้ยก็จะถูกนำไปรวมเป็นเงินต้นเพื่อคิดดอกเบี้ยในงวดถัดไป ดังนั้นในทางการเงินบุคคล จึงมักจะกระตุ้นในนักลงทุนเริ่มต้นการออมให้เร็วที่สุด เนื่องจากดอกเบี้ยของเงินออมจะได้รับดอกเบี้ยของดอกเบี้ยเร็วขึ้น และทบต้นได้รับดอกเบี้ยของดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ นั่นเอง ทำให้มูลค่าของเงินออมที่คุณจะได้รับในอนาคตก็จะยิ่งมากขึ้นในอัตราที่สูงมากๆ 

ถ้าเรามองว่าดอกเบี้ยคือราคาของเงิน และมองว่าเงินก็คือสินค้าทางการเงินประเภทหนึ่ง เราก็จะเข้าใจได้ว่าราคาของเงินก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของเงิน หรือขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณเงินที่มีอยู่ในระบบนั่นเอง 

ทั้งนี้ปัจจัยที่จะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น ได้แก่ นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย นโยบายของธนาคารพาณิชย์ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงิน การเก็งกำไรของกองทุนต่างๆ และสภาวะเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ

ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำๆ ประชาชนบางส่วนก็ไม่อยากที่จะเก็บเงินออม ก็จะนำเงินออมที่มีอยู่มาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จูงใจประชาชนบางส่วนให้ทำการกู้ยืมมาจับจ่ายใช้สอยอีกเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในอดีตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาซึ่งอัตราดอกเบี้ยเกือบจะเป็นศูนย์นั้น เราจะพบเห็นรถยนต์ป้ายแดงเกลื่อนถนน ผู้คนพากันซื้อบ้านจนราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก นั่นก็จะส่งผลทำให้ธุรกิจมีการผลิตมากขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น และก็ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

แต่ขณะเดียวกันโลกนี้ไม่มีของฟรี ไม่มีอะไรดีไปทุกอย่าง ในมุมกลับกันก็จะเป็นการบ่มเพาะนิสัยการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ทำลายวินัยการออม และยิ่งมีการใช้จ่ายมีความต้องการสินค้า บริการมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อก็จะตามมาเช่นกัน
แต่ปัจจุบันเราจะพบว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ในขาลงอีกแล้ว ข่าวสารทางการเงินต่างๆ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมาแล้ว และธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็เริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น แน่นอนว่าผู้ที่มีเงินออมคงเริ่มยิ้มออกกันบ้างแล้ว 

แต่สำหรับคนที่ทำการกู้ยืมและอยู่ในช่วงการใช้หนี้ คงต้องทำใจกับเงินที่ผ่อนชำระคืนในแต่ละงวดที่จะเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน อย่าลืมกฎทางการเงินที่บอกว่าการกู้ยืมเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมนั้น ระยะเวลาการชำระเงินคืนควรจะสั้นกว่าระยะเวลาการใช้งานสินค้าหรือบริการดังกล่าวด้วย

ดอกเบี้ย...ดอกไม้สายพันธุ์การเงิน,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today


AUTHOR :

ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล
ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ผู้เขียนหนังสือ รวยเงินรวยสุข บันไดเลื่อนสู่ความร่ำรวย และอยากรวยต้องรู้ธรรม ติดตามผลงานของเขาได้ในคอลัมน์ธุรกิจและการเงิน

Advertising