ธุรกิจและการเงิน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า...ทางลัดคน (อยาก) รวยเร็ว

Published 21 ก.พ. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

futures-contract-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

นักลงทุนหลายคนที่อยากรวยเร็วแบบติดจรวด แต่ก็ยอมรับความเสี่ยงที่อาจจนเร็วกว่าเสียง คงเคยได้ยินหรือเคยได้รับการแนะนำให้ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือที่บางคนเรียกกันว่า ตราสารอนุพันธ์ ทำให้บางคนอีกเช่นกันเกิดความสับสน คิดไปถึงอนุน้อยๆ ของเสี่ยทั้งหลาย 

จริงๆ แล้วตราสารอนุพันธ์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอนุพันธ์ระยาวหรอกนะครับ แต่ว่าเป็นสัญญาน่ะครับ เพียงแต่ว่าไอ้เจ้าสัญญาที่ว่านี้จะมีมูลค่าขึ้นอยู่กับทรัพย์สินหรือว่าอะไรก็ได้ที่เราอยากจะเอามาอ้างอิง 

ลองนึกตัวอย่างดูว่าถ้าผมพนันกับเพื่อนว่าจะจีบสาวสวยหมวยเอ็กซ์ที่เจอในผับให้ได้ภายในคืนนั้น ถ้าหากผมขอเบอร์เจ้าหล่อนได้เพื่อนผมต้องเป็นเจ้ามือในคืนนั้น แต่ถ้าจีบไม่ได้ผมจะเป็นคนจ่ายเอง สัญญาแบบนี้จริงๆ แล้วก็เป็นตราสารอนุพันธ์เหมือนกัน เพราะจะเห็นได้ว่ามูลค่าของสัญญาเมื่อสิ้นสุดสัญญาซึ่งก็มีอายุเพียง 1 คืน ขึ้นอยู่กับว่าผมจะได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอหรือเปล่านั่นเอง 

ในทางการเงิน ตราสารอนุพันธ์ที่มีการซื้อขายกัน มูลค่าของสัญญาก็อาจจะอ้างอิงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่น ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ ฯลฯ หรืออาจจะอ้างอิงราคาของสินค้าเกษตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ฯลฯ 

นอกจากนั้นยังอาจจะอ้างอิงตัวแปรทางการเงินต่างๆ เช่น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น โดยนักลงทุนที่ซื้อหรือขายตราสารอนุพันธ์เหล่านี้ก็อาจจะได้รับผลกำไรหรือขาดทุน ขึ้นอยู่กับว่าสินทรัพย์อ้างอิงหรือตัวแปรที่อ้างอิงเหล่านี้มีค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งนี้จะต้องมีการกำหนดสูตรในการคำนวณกำไรหรือขาดทุนอย่างชัดเจน

ตราสารอนุพันธ์จริงๆ แล้วอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็อาจเปรียบเทียบว่าตราสารอนุพันธ์เป็นผู้หญิง ตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งก็จะเป็นผู้หญิงที่เป็นภรรยาซึ่งเราต้องมีภาระผูกพัน ทอดทิ้งไม่ได้ โดนฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ๆ เชียว ตราสารอนุพันธ์ประเภทที่เป็นภาระผูกพันต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้านี้ได้แก่ สัญญาฟอร์เวิร์ด สัญญาฟิวเจอร์ส และสวอป

ส่วนตราสารอนุพันธ์อีกประเภทอาจจะเปรียบได้กับกิ๊ก ซึ่งเราอาจจะชวนไปทานอาหารรอบดึกแล้วชิ่ง หรือถ้าติดใจจะผูกพันกันก็ไม่ว่า ให้สิทธิกับเราที่จะเลือกได้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรที่เป็นผลดีกับเรามากกว่ากัน ตราสารอนุพันธ์ประเภทที่ให้สิทธิกับผู้ถือหรือนักลงทุนที่สามารถเลือกได้ว่าจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้นี้เรียกว่า ออปชั่น

สัญญาซื้อขายล่วงหน้า...ทางลัดคน (อยาก) รวยเร็ว,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

ในส่วนของสัญญาฟอร์เวิร์ดกับสัญญาฟิวเจอร์สนั้น จริงๆ แล้วก็เหมือนกับเป็นสัญญาซื้อขายกันล่วงหน้านั่นเอง โดยผู้ซื้อกับผู้ขายก็จะมาตกลงกันล่วงหน้าว่าในอนาคต ณ วันนั้นวันนี้จะทำการซื้อขายสินค้าซึ่งเรียกว่าสินทรัพย์อ้างอิงกัน โดยมีการกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งไม่ว่าในอนาคตเมื่อมีการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงกัน ราคาที่ซื้อขายกันในวันนั้นจะเป็นเท่าไร ก็จะต้องจ่ายเงินกันในราคาที่ตกลงกันล่วงหน้า

เช่น ถ้าไปซื้อสัญญา Futures ที่อ้างอิงทองคำที่ราคาบาทละ 20,000 บาท ในอีก 3 เดือนข้างหน้าต่อมาไม่ว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง เราก็ต้องซื้อทองคำตามสัญญาดังกล่าวที่ราคาบาทละ 20,000 บาท โดยไม่อาจบิดพลิ้วได้ 

ดังนั้น หากราคาทองคำในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็นบาทละ 21,000 บาท นักลงทุนก็จะได้กำไรทองคำบาทละ 1,000 บาท แต่ในทางตรงกันข้ามหากราคาทองคำในอีก 3 เดือนข้างหน้าลดลงเป็นบาทละ 19,000 บาท นักลงทุนก็จะขาดทุนเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท ต่อทองคำ 1 บาท

แต่การลงทุนในออปชั่นนั้น นักลงทุนที่ซื้อออปชั่นสามารถเลือกได้ว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะใช้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่อ้างอิงหรือไม่ เช่น ออปชั่นที่ให้สิทธิในการซื้อน้ำมันเบนซิน 95 ที่ราคา 30 บาทต่อลิตร นักลงทุนที่ซื้อออปชั่นดังกล่าวสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิ ซึ่งถ้าราคาน้ำมันเบนซิน 95 มีราคาสูงกว่า 30 บาทต่อลิตร การใช้สิทธิก็จะทำให้ได้กำไร แต่ถ้าน้ำมันเบนซิน 95 มีราคาต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร นักลงทุนก็สามารถเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิ เพราะการใช้สิทธิจะทำให้ต้องซื้อสินค้าในราคาที่แพงกว่าราคาตลาดหรือก็คือขาดทุนนั่นเอง

การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวทำให้นักลงทุนกำไรเร็วและ/ หรือเจ๊งเร็ว นั่นก็เพราะว่านักลงทุนยังไม่ได้ทำการซื้อขายกันจริง จึงไม่ต้องชำระเงินลงทุนกันเต็มมูลค่าของสินทรัพย์ที่ลงทุน ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องทำการชำระเพียงแค่เงินวางประกันประมาณ 10% ของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงที่ต้องการลงทุน แต่จะได้รับผลกำไรหรือขาดทุนเช่นเดียวกับการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง 

นอกจากนั้นแล้วการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ยังทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง เพราะถ้าคิดว่าราคาสินทรัพย์ที่อ้างอิงจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เราก็ลงทุนด้วยการเข้าไปซื้อ แต่ถ้าคิดว่าราคาสินทรัพย์ที่อ้างอิงจะปรับตัวลดลงเราก็สามารถเปิดการลงทุนด้วยการขาย 

ใครที่คิดว่าราคาสินทรัพย์ที่สนใจกำลังจะลดลงก็สามารถเข้าไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยการเปิดสถานะขายได้แล้วนะครับ แต่อย่าลืมว่าถ้าคุณคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาผิดพลาด คุณอาจต้องเดินออกจากบ้านทรายทองไปนอนข้างถนนได้ในชั่วพริบตาเลยทีเดียว



Advertising