ธุรกิจและการเงิน

หนังคนละเรื่อง

Published 12 ก.พ. 2019

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

fujifilm-a-Second-Foundation-case-study-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

Fuji กับ Kodak เมื่อ 20 ปีที่แล้วแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาคือ Apple กับ Samsung ในยุคปี 1990 ทุกวันนี้ 

Kodak ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว คำถามคือวันนี้ Fuji มีสถานภาพอย่างไร 

Fuji รู้ดีตั้งแต่ปี 1980 ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จาก Digital Technology เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงจะกวาดเอา Analog Film หมดไปจากโลกในเวลาเพียง 10 กว่าปี สาเหตุที่ Fuji คาดเดาอนาคตได้มาจากการที่ Kodak ประดิษฐ์ Digital Camera เป็นคนแรกในโลก ในปี 1975 Fuji จึงกำหนด Strategic Move 3 ประการ เพื่อรับมือกับภัยมืดที่มาจาก Digital Disruption 

1. พวกเขาต้องรีดเงินจากธุรกิจ Film ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์ในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง 

2. ผันตัวเองให้มีความพร้อมในเรื่อง Digital Camera 

3. เบนเข็มไปทำธุรกิจข้างเคียง Fuji เรียกธุรกิจนี้ว่า ‘Second Foundation’ หรือหันไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Film เลย 

CEO ของ Fuji ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับองค์กร คือ Shigetaka Komori ตั้งแต่เขารับตำแหน่งในปี 2000 เขาปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ ด้วยการลดค่าใช้จ่ายและเลิกจ้างพนักงาน การปรับโครงสร้างแบบนี้เป็นสิ่งที่ขัดกับประเพณีและวัฒนธรรมการบริหารแบบญี่ปุ่น เพราะองค์กรธุรกิจญี่ปุ่นมีวิธีคิดแบบอนุรักษนิยม แต่ Komori กล้ากัดฟันทำ เพื่อทำให้องค์กรตัวเบา และสามารถเดินหน้าสู่อนาคตใหม่ได้ 

หลังจากที่ปรับความพร้อมขององค์กรแล้ว Komori ใช้เงินกว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กว้านซื้อธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างฐานธุรกิจใหม่ให้กับองค์กร ธุรกิจที่ Fuji ซื้อนับตั้งแต่ธุรกิจ Health Care Business ไปจนถึงบริษัท Xerox ซึ่งเป็นธุรกิจบริการงานเอกสาร แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Fuji Xerox การครอบงำกิจการแบบสายฟ้าแลบอย่างที่ Komori ทำก็เป็นสิ่งที่สวนทางกับวิธีคิดของผู้บริหารญี่ปุ่น

มาดูกันว่าธุรกิจ Second Foundation ของ Fuji มีวิธีขับเคลื่อนอย่างไร เริ่มจากการตั้งคำถาม Fuji ถามตัวเองว่าเทคโนโลยีในเรื่องการผลิตและดูแล Film ให้มีคุณภาพสดสวยจะ Cross Transfer ไปที่ธุรกิจอะไรได้ คำตอบคือธุรกิจ Skincare เพราะ Film กับผิวหน้าของคุณผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกัน Film โดนแสงจะเสียหาย เช่นเดียวกันกับผิวหน้าของผู้หญิง โดนแดดมากๆ ก็จะมีรอยด่างดำหรือเป็นฝ้า

หนังคนละเรื่อง,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

ที่สำคัญสารเคลือบผิวหน้าของ Film กว่า 50% คือ Collagen ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องสำอาง นี่คือเส้นผมบังภูเขาที่ Fuji เปลี่ยนสนามรบ 

Fuji ลงทุนสร้างห้องแล็บแล้วแปรเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิต Film มาใช้ในการพัฒนา Skincare Product Line พวกเขานำคลังความรู้ที่ตนเองรอบรู้เชี่ยวชาญในการผลิต Film และรักษาให้ Film มีสภาพยอดเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันผิวหน้าของคุณผู้หญิง 

สุดท้ายพวกเขาประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่เรียกว่า Cross Industry Learning สร้าง Skincare Product Line ยี่ห้อ Astalift ซึ่งออกวางตลาดในปี 2007 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันยอดขายของ Astalift มีมูลค่า 10,000 ล้านเยน และสินค้าตัวนี้วางขายในประเทศจีน และบางประเทศในทวีปยุโรป 

และ Fuji ตั้งเป้าว่าภายในปี 2018 ยอดขายของ Astalift จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเยน นี่คือความชาญฉลาดของการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปหาธุรกิจอื่นโดยใช้ทุนเดิมเป็นตัวตั้งต้น 

นอกจากนั้น Fuji ตั้งข้อสังเกตว่า Film ประกอบด้วยชั้นบางๆ ถึง 20 ชั้น และมีสารเคมีกว่า 100 ชนิด คำถามคือองค์ความรู้เหล่านี้ นำไป Cross Transfer ผลิตสินค้าอะไรได้บ้าง คำตอบคือผลิตเป็น Optical Film ที่เคลือบจอ LCD ไม่ว่าจะเป็นจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอ iPad เพราะจอ LCD ถ้าไม่เคลือบ Optical Film จะทำให้องศาการมองเห็นภาพในจอมันแคบ 

คุณประโยชน์ของ Optical Film ทำให้การมองเห็นภาพชัดในทุกมุมมอง ในปี 2000 Fuji ลงทุนด้วยเงิน 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อ Cross Transfer เทคโนโลยีเดิมของตนเอง แปรเปลี่ยนมาเป็นเทคโนโลยีในการผลิต Optical Film จากการมองการณ์ไกลทุกวันนี้ Fuji ครอบครองส่วนแบ่งตลาด Optical Film ถึง 80% ในตลาดโลก 

ทุกวันนี้ยอดขายของ Fuji มีมูลค่า 2.5 ล้านล้านเยน 45% มาจากธุรกิจที่เรียกว่า Documentation Solution ซึ่งเกิดจากรายได้ของบริษัท Fuji Xerox 12% มาจากธุรกิจ Health Care Operation หมายถึงยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องสำอาง 10% มาจาก Optical Film และธุรกิจ Film ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิม มีส่วนแบ่งเพียง 1% 

หัวใจที่ Fuji อยู่รอดและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง เกิดขึ้นจากคำเพียงคำเดียว ‘Transformation’ Charles Darwin เคยพูดไว้ว่า “สัตว์ที่สามารถอยู่รอดได้ไม่ใช่สัตว์ที่แข็งแรงที่สุด ไม่ใช่สัตว์ที่ฉลาดที่สุด แต่มันคือสัตว์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองตามสภาวะแวดล้อม”



Advertising