ธุรกิจและการเงิน

CASHLESS SOCIETY สังคมไร้เงินสด เรื่องอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด

Published 26 ก.ค. 2018

By Rabbit Today

MAIN_920x470

“เชิญ—หมาย—เลข—7—4—0—ที่—ช่อง—บริการ—หนึ่ง—ค่ะ...” 

สิ้นเสียงขานเรียกคิว พลันก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะในมือกำกระดาษคิวที่ 784! อยู่ แอบพึมพำอยู่ในใจว่านี่อุตส่าห์วิ่งฝ่าฝนแอบนายมาทำธุรกรรมเนิ่นๆ แล้วนะ ดันต้องมานั่งรอต่อคิวยาวเหยียด หนาวก็หนาว จะขอใครช่วยเบาแอร์ก็ไม่ได้ ต้องทนนั่งหนีบขาปากสั่นรอไป 

นี่คือหนึ่งอุทาหรณ์สอนใจคนมีสมาร์ตโฟนว่า การโหลดแอพพลิเคชั่นดีงามไว้ใช้เป็นตัวช่วยในยามคับขันเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการทำธุรกรรมและการจับจ่ายใช้สอยที่สะดวกสบาย ไม่เสียเวลาเดินทางไปไหน แค่นั่งจิ้มมือถืออยู่ที่บ้านก็ปิดจ๊อบการจ่ายได้เรียบร้อย 

นี่เป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยในยุคนี้ควรเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนชีวิตแอนะล็อกให้เป็นดิจิทัลเหมือนระบบทีวี เปลี่ยนการขับขี่รถเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้สู่พาหนะไร้คนขับ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์โลกจากนี้ไปคือ การเป็นสังคมไร้เงินสด!!! 

เห็นไหมว่าเรื่องของอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด   

ว่าแต่ ‘สังคมไร้เงินสด’ คืออะไร ดร.มุทิตา ทวีการไถ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก บมจ. ICC International ให้เกียรติแวะมาพูดคุยกับ Rabbit Today พร้อมคำตอบ

CASHLESS SOCIETY สังคมไร้เงินสด เรื่องอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด,Biz Buzz,Rabbit Today

Cashless Society คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

มันคือการถือเงินสดให้น้อยลงค่ะ ทุกคนไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวมากมายในอนาคต เพราะมันมีเครื่องมือเป็นสื่อในการจับจ่ายใช้สอย เพียงแค่คุณดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เช่น แอพพลิเคชั่นของธนาคาร หรือ Prompt Pay เป็นต้น สองอย่างนี้ถือเป็นระบบ Cashless Society เช่นเดียวกัน

เรื่องของสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society นั้นเป็นกระแสที่สะท้อนให้มนุษย์เราเห็นว่า โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากยุคเก่าเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพราะทุกคนใช้มือถือ โดยเฉพาะสมาร์ตโฟน อีกทั้งเทคโนโลยีในการพัฒนาโทรศัพท์มือถือและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลง 

แนวคิดของ Cashless Society จริงๆ แล้วสามารถย้อนไปได้ประมาณ 50-60 ปีที่ผ่านมาว่าต้องการให้โลกของเราลดการใช้เงินสด ณ ช่วงเวลานั้นเป็นข้อมูลที่อาจจะอิงแนวทฤษฎีวิชาการนิดหนึ่ง แต่ ณ ปัจจุบันมันเกิดขึ้นจริงแล้ว จึงอยากจะสื่อสารให้ทุกคนทราบว่า คำว่า Cashless นั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีเงินหรือเงินหาย แต่คือการดำรงชีวิต ไม่ว่าในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยอะไรก็แล้วแต่ หรือเป็นเรื่องที่ต้องเดินทางขึ้นรถ เรียกว่าเกือบจะทุกอย่างที่ไม่ต้องใช้เงินสดเลยละค่ะ 

ทำไมเราต้องลดการใช้เงินสด ใช้เงินสดไม่ดีอย่างไร

ในแง่ทางธุรกิจหรือการบริหารจัดการการเงิน การใช้เงินสดมีต้นทุนการผลิตแบงก์หรือเหรียญสูงมาก มีผลวิจัยจากธนาคารในแถบประเทศยุโรปออกมาว่า ในแต่ละปี ถ้าใช้เงินสดกับเหรียญจะมีต้นทุนในการบริหารจัดการที่สูงมาก เพราะฉะนั้น ณ ทุกวันนี้ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทที่พัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น และความสะดวกสบายในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย โดยการใช้ QR Code ในร้านค้าหรือบริการต่างๆ พอมาใช้ตรงนี้ก็ทำให้ลดคอสต์ในเรื่องของกำลังคนลงได้ สำหรับบ้านเราจะเห็นได้ชัดเลยว่าธนาคารส่วนใหญ่จะลดอัตรากำลังคน ลดสาขา ไม่ใช่ว่าเขาทำธุรกิจล้มเหลว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ค่ะ

การจะเป็น Cashless Society ได้ พื้นฐานก็ต้องมี Cash หรือเงินสดเป็นตัวตั้งต้นอยู่ดี แล้วจะลดการผลิตธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ลงได้อย่างไร

ถูกต้องค่ะที่เราจะต้องมีเงินสดเป็นตัวตั้งต้น ถ้าพูดถึงในแง่ของระบบ กระแสเงินสดอาจจะค่อยๆ ลดลง แต่จะไม่หมดไปเลย 100% มันต้องเริ่มจากเงินสดเป็นพื้นฐานในการนำไปฝากธนาคาร แต่เมื่อทุกอย่างมีการปรับระบบการรับและจ่ายให้เกิดความสมดุล มาเป็นในเรื่องของ QR Code หรือ Prompt Pay ตัวธนบัตรและเหรียญจะค่อยๆ ลดลง โดยที่เราทำธุรกรรมเช่นการรับเงินเดือน ก็ไม่จำเป็นต้องรับเป็นเงินสด ซึ่งตอนนี้ธนาคารไทยก็เริ่มใช้กันแล้ว

CASHLESS SOCIETY สังคมไร้เงินสด เรื่องอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด,Biz Buzz,Rabbit Today

มีความเสี่ยงของระบบใช้จ่ายแบบไร้เงินสดมาก-น้อยแค่ไหน

ตอนนี้ยังมีอยู่แน่นอนในเรื่องนี้ แต่ ณ ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆ คือตัวเราต้องคอยตรวจสอบความถูกต้องร่วมด้วย แต่เชื่อว่าในเรื่องของความล้ำสมัยของเทคโนโลยีนั้นจะทำให้ระบบดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การพูดว่าไม่มีความเสี่ยงเลยก็ยังเป็นเรื่องที่พูดได้ไม่เต็มปาก และในมุมของผู้ใช้ ยังไม่น่ามีปัญหามากมาย เพราะทางด้านผู้ให้บริการก็พัฒนาให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และการบริการที่ดี อีกทั้งเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเพราะทุกคนใช้มือถือกันทุกวันอยู่แล้ว และเกี่ยวข้องกับเราทุกเรื่อง เพราะมันเป็น Internet of Things

และเราต้องยอมรับว่าสิ่งที่กำลังได้รับการพัฒนานั้น เรื่องของความพร้อมและความสมบูรณ์ของระบบอาจจะยังมีปัญหา แต่ถ้าเราก้าวต่อไปในอนาคต เราต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะสิ่งรอบๆ ตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงไปทุกนาที ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงต้องมีการแก้ไขหรือพัฒนาต่อเช่นกัน ดูอย่างไอโฟนเป็นต้น เขายังต้องพัฒนาตลอด เดี๋ยวก็ต้องอัพเดต ซึ่งการอัพเดตคือการแก้ปัญหาในจุดอ่อนของระบบ เพราะไม่มีระบบอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วสมบูรณ์แบบค่ะ

เมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว มองอนาคตว่าต้องเกิดสังคมไร้เงินสดขึ้น ซึ่งทุกวันนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว และถ้านับจากนี้ไปอีก 50-60 ปี ภาพของอนาคตจะเป็นอย่างไร

ถ้าตั้งต้นจากตรงนี้ อย่างน้อยก็มีแนวโน้มที่จะเป็นสังคมไร้เงินสดแบบเต็มรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องบอกก่อนว่าสังคมรูปแบบนี้จะต้องไม่เกิดเฉพาะในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ณ ปัจจุบันนี้มีการแบ่งเป็นโซนเอเชีย โซนยุโรป ซึ่งมีตัวเลขสถิติบอกไว้ด้วย หรือแม้แต่ในประเทศไทยก็มีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าการพัฒนาความพร้อมในเรื่องของกฎหมายและองค์ประกอบหลายๆ อย่างนั้นจะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน จึงจะมีแนวโน้มของการเป็นสังคมที่ไร้เงินสดมากขึ้นๆ และจะไม่หยุดแค่นี้

CASHLESS SOCIETY สังคมไร้เงินสด เรื่องอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด,Biz Buzz,Rabbit Today

ปัจจัยที่จะทำให้สังคมไร้เงินสดได้รับความนิยมมากขึ้นคืออะไรบ้าง

แน่นอนคือความรวดเร็ว คน Gen Y หรือคนในปัจจุบันจะชอบความรวดเร็ว ง่าย สะดวกสบาย ก็น่าจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความนิยมมากขึ้น จะว่าไปแล้ว ถ้าย้อนกลับไปในสมัยก่อนเราก็ไม่ได้มีเงินตราหรือหน่วยนับที่เป็นหลักสกุลเงิน แต่จะเป็นของ เป็นเบี้ย ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นการเปลี่ยนช่วงยุค จนในที่สุดก็มาถึงการแทนค่าด้วยสกุลเงินของแต่ละประเทศ และ ณ ตอนนี้ก็กำลังจะเปลี่ยนเป็นการไม่จับเงินสดแล้ว แต่ยังไม่เป็นแบบ 100%

นั่นอาจเป็นเพราะระบบนี้อาจยังเป็นอุปสรรคสำหรับชาวบ้านหรือเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลเมืองออกไป แต่สำหรับคนในชุมชนเมืองนั้น การจับจ่ายซื้อของตามห้างด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรชนิดอื่นๆ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็มี Rabbit Card ที่สามารถ Top-up เงินสดใส่ไว้ เพื่อการจับจ่ายในร้านต่างๆ ที่สะดวกขึ้น เป็นต้น หรือแม้แต่ในงานสหพัฒน์แฟร์ที่จะเกิดขึ้นนี้ก็มีระบบ Cashless เพื่อใช้ชำระสินค้าภายในงานด้วยเช่นกันค่ะ

เพราะฉะนั้นต้องตั้งต้นจากสมาร์ตโฟนที่ต่ออินเทอร์เน็ตและเป็นคนมีเครดิตเป็นหลักใช่ไหม

แน่นอนค่ะ มันเป็นระบบที่ต้องพึ่งพาระบบโทรคมนาคม และพูดง่ายๆ คือคนที่อยู่ในกลุ่มผู้ใช้หลักต้องเป็นคนทำงาน มีเงินเดือน มีรายได้เป็นหลักแหล่ง ถ้าคุณได้รับเงินเดือน คุณก็ต้องผ่านเข้าระบบธนาคาร แต่สิ่งที่ทุกคนต้องรับสภาพก็คือความไม่เป็นส่วนตัว ถามว่าถ้าทำอย่างนี้ได้จะเกิดประโยชน์กับใครบ้าง เกิดกับรัฐบาล เกิดกับหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานจัดเก็บภาษี เป็นต้น สมมติว่าคุณทำงาน มีเงินเดือน รายได้ก็ต้องเข้าระบบธนาคาร เราเห็นแต่ตัวเลขแล้วสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ เพราะฉะนั้นในส่วนของภาครัฐอย่างเช่นกรมสรรพากร เขาก็จะดึงข้อมูลตรงนี้ไปใช้งาน เรื่องของการหลีกเลี่ยงภาษีจึงทำได้ยากหรือทำได้น้อยมาก และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ไม่ต้องมากรอกแบบยื่นภาษีให้วุ่นวายทุกปีด้วย

CASHLESS SOCIETY สังคมไร้เงินสด เรื่องอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด,Biz Buzz,Rabbit Today

สัมมนาครั้งนี้จะให้อะไรกลับไป

ถึงแม้จะใช้คำภาษาอังกฤษว่า Cashless Society แต่งานนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีความรู้มาฟังหรอกค่ะ ชาวบ้านมาฟังก็สามารถเข้าใจได้ว่าสังคมเงินสดจะหมายถึงอะไร เพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกับทุกคน ไม่ว่าจะอายุมาก อายุน้อย เด็ก ผู้ใหญ่ หรือนักเรียน นักศึกษา ทุกคนต้องสัมผัสกับสังคมไร้เงินสดในทุกๆ กิจกรรมชีวิต แต่บางคนยังไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันคืออะไร

เมืองไทยมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจมองว่าน่ากลัว อันตราย ไม่ปลอดภัย แต่จริงๆ มันก็คือช่องทางการจ่ายหรือชำระเงินที่ทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น เรื่องนี้อาจค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปในบ้านเรา และต้องเปิดใจ แต่ก็เชื่อว่าอย่างไรก็ต้องเปลี่ยนแปลงค่ะ

คุณผู้อ่านสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายและถ่ายทอดเรื่องราวหัวข้อ ‘Cashless Society อนาคตโลกกับสังคมไร้เงินสด’ ที่สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 22 ห้อง Amber 1-2-3 ณ ไบเทค บางนา วันที่ศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2561เวลา 13.00-14.30 น. 



Advertising