ธุรกิจและการเงิน

5 ปี BX กับเหตุผลในการปิดตัวสุดแนว

Published 4 ก.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

5 ปี BX กับเหตุผลในการปิดตัวสุดแนว

เป็นข่าวใหญ่ที่มีการแพร่กระจายออกไปทั่วในโซเชี่ยลมีเดีย โดยเฉพาะกับสายขุดเหมือง เมื่อ บริษัท บิทคอยน์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ bx.in.th ได้ตัดสินใจยุติบทบาทการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

หมายความว่าผู้ใช้เว็บไซต์ bx.in.th จะไม่สามารถทำการซื้อขาย แลกเปลี่ยนผ่านเว็บไซต์ได้อีกหลังวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้

เรื่องนี้ก็กลายเป็นไวรัลใหญ่ ที่ทำให้บางคนเข้าใจผิดไปว่า สกุลเงินดิจิทัลอย่าง ‘บิทคอยน์’ เจ๊ง และใครถืออยู่คือบรรลัย แต่ตอนนี้คงเคลียร์กันแล้ว (มันไม่เกี่ยวกันเล้ย)

ทีนี้ก็มาดูกันว่าทำไม bx.in.th ถึงตัดสินใจยุติบทบาทการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้

ขาดทุนหรือ?

เปล่าเลย…

bx.in.th ที่เปิดตัวในไทยมานานกว่า 5 ปี ถือว่าครองตลาดซื้อขายบิทคอยน์เป็นอันดับหนึ่งในไทย โดยมีการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 300-500 BTC 

และหากดูจากผลประกอบการของบริษัททั้งรายได้และกำไรที่ผ่านมา ก็เติบโตอย่างมาก

ปี 2559 รายได้ 9.1 ล้านบาท กำไร 6.3 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 285.6 ล้านบาท กำไร 212.1 ล้านบาท

ปี 2561 รายได้ 379.2 ล้านบาท กำไร 224.7 ล้านบาท

แล้วอะไรที่ทำให้ที่เทรดเงินบิทคอยน์ใหญ่สุดของไทยปิดตัวลง

หมดแรงจูงใจ (Passion)

จากเพจของ bx.in.th ได้มีการเปิดเผยออกมาแบบช็อคเบาๆ นั่นก็คือ พวกเขาได้เปิดแพลตฟอร์มซื้อสกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทยมานานกว่า 5 ปีแล้ว มาถึงตอนนี้ก็หมดแรงจูงใจ หมดแพชชั่น (Passion) ในการดำเนินนี้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอิ่มตัวแล้วนั่นเอง 

ในเว็บไซต์ของ siamblockchain.com มีการวิเคราะห์ว่า bx.in.th อาจจะกำลังมองหาธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ที่จะไม่โฟกัสแค่ในประเทศไทย อาจจะเป็นในต่างประเทศ (Global) โดยที่มันอาจจะสนุกกว่า ตื่นเต้นกว่า ทำเงินได้มากกว่า

แต่ถ้าลองลองวิเคราะห์จากในประกาศของเพจ bx.in.th ที่มีท่อนหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาไม่มีความประสงค์จะต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2563 อีกต่อไป” 

ตรงนี้ อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า ปัญหาด้านกฎระเบียบในประเทศไทย คงเป็นอีกอุปสรรคขนาดใหญ่ที่จะขัดขวางไม่ให้พวกเขาทำธุรกิจในประเทศได้อีกต่อไป เช่น ไลเซ่นที่มีความซับซ้อนสูง 

หรือแม้แต่การที่พวกเขาต้องเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจต่างๆ และกฏระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ที่พวกเขาอาจจะมองว่ามันไม่ยุติธรรม จนส่งผลทำให้ประโยชน์ของพวกเขาลดน้อยลง และไม่คุ้มกับเงินที่ต้องลงทุนไป

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์เท่านั้น เพราะอีกมุมหนึ่ง ตลาดนี้ก็มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ และถ้าใครที่ติดตามข้อมูลข่าวสารของวงการนี้ในไทย ก็จะทราบดีกว่ามีผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาเยอะ เช่น bitkub.com, Satang Pro, BiTherb, Huobi รวมไปถึงเว็บน้องใหม่ที่เพิ่งยื่นจดทะเบียนต่อก.ล.ต. ไปก่อนหน้านี้อย่าง 25hrbanking.io เป็นต้น

ดังนั้น โอกาสที่ bx.in.th จะถูกแย่งส่วนแบ่งการตลาดไปก็เกิดขึ้นได้ และพวกเขาคงมองแล้วว่าการดำเนินธุรกิจดังกล่าวในระยะยาวที่ไทย คงได้แค่นี้ งั้นก็ยุติมันเสียเลยดีกว่า แต่ Bx จะไปทำอะไรต่อไปนั้น อันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ 

สำหรับการยุติบทบาทการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ bx.in.th นั้นจะเริ่มขึ้นหลังวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยลูกค้าจะไม่สามารถทำการซื้อขาย, แลกเปลี่ยน (เทรดดิ้ง) ผ่านเว็บไซต์ bx.in.th ได้อีกต่อไป แต่ลูกค้ายังคงทำคำสั่งถอนได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ภายหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 บริษัทฯ จะยังคงเปิดเว็บไซต์ bx.in.th ต่อไปเพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทฯ ในการดำเนินการถอนทรัพย์สินของลูกค้าที่ยังคงค้างอยู่ในระบบเท่านั้น

อ้างอิง: siamblockchain.com



Advertising